E-Commerce ในจีนยังคงร้อนแรง…แล้วสินค้าไทยจะมีโอกาสหรือไม่

หลังจากที่นายหยุน หม่า ประธานบริหาร บริษัท อาลีบาบา (Alibaba) ได้นำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ (NYSE:BABA) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 ก็ได้สร้างสถิติสนั่นวงการ จากราคาเปิดตลาดที่ 68 จุด ทะยานไปปิดที่ 93.89 จุด ในวันแรกที่เปิดขาย แต่ความร้อนแรงของวงการอีคอมเมิร์ซจีนก็ไม่ได้หยุดอยู่ เพียงเท่านั้น โดยหลังเทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสดของชาวจีน เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นก็พุ่งสูงต่อเนื่องถึง 119.15 จุด ทำเอาสื่อจากทั่วทุกสารทิศติดตามและนำเสนอข่าวกันรายวัน ปัจจุบันอาลีบาบาครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกออนไลน์ในจีนกว่าร้อยละ 80 เลยทีเดียว

 

“อีคอมเมิร์ซจีนแซงหน้าอเมริกาและญี่ปุ่น”

payment-1-jpeg.jpgจะไม่ให้ฮือฮาได้อย่างไร ในเมื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซจีนวันนี้แซงหน้าอเมริกาและญี่ปุ่นไปหลายขุม ทั้งที่เพิ่งเริ่มเปิดตัวได้ไม่นาน โดยในวันคนโสด 11 เดือน 11 เพียงแค่วันเดียว เว็บไซต์ทีมอลล์ TMall.com ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ B2C ก็ทำยอดขายทุบสถิติที่ 521 ร้อยล้านหยวน หรือประมาณ 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ยอดขายอีคอมเมิร์ซของประเทศอเมริกา รวมทุกเทศกาลแล้วอยู่เพียง 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น นอกจากนี้งานวิจัยโดย KPMGและ eMarketer.com ยังพบว่า ลูกค้า ชาวจีนเลือกจ่ายเงินซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางอุปกรณ์ไร้สาย สูงถึงร้อยละ 55 ขณะที่ลูกค้าชาวอเมริกันมีเพียงร้อยละ 19





“อีคอมเมิร์ซจีนรองรับต่างชาติลงทุน”

ไม่เพียงเท่านั้น ปี 2557 นี้ จำนวนผู้ขายและผู้ซื้อบนอีคอมเมิร์ซจีนก็ไม่จำกัดอยู่เพียงชาวจีนอีกต่อไป กว่า 240 ประเทศ/ภูมิภาค เหนือสุดตั้งแต่กรีนแลนด์ถึงใต้สุดที่ชิลี รวมประเทศไทยต่างก็เริ่มหันมาใช้อีคอมเมิร์ซจีนเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า ส่วนลูกค้าก็มาจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉลี่ยแล้วจะมีผู้ซื้อเข้าเว็บไซต์เถาเป่าและทีมอลล์รวมกันเฉลี่ย 120 ล้านคนต่อวัน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้ทั้งหมดเกือบ 800 ล้านบัญชี (สถิติ ณ มิถุนายน 2557)

อุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้น ชาวจีนก็กระหายการจับจายสินค้าต่างชาติมากขึ้น ช่องทางการชำระเงินอย่างอาลีเพย์ (Alipay Payment Gateway) ก็ไม่รอช้าที่จะสรรหาช่องทางการทำธุรกิจให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจเปิดร้านค้าออนไลน์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริการรับชำระค่าสินค้ายี่ห้อจากอเมริกาผ่านบัตรเครดิตในอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์ สหรัฐที่เป็นมิตร ที่เรียกว่า Alipay ePass ทำให้ลูกค้าจีนช้อปปิ้งเสื้อผ้าแบรนด์ดังอย่าง GAP H&M Levi’s หรือกระเป๋าหนัง Coach ได้ ในราคาสบายกระเป๋าขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอีกหลายยี่ห้อ บริษัทค้าปลีกต่างชาติอีกหลายแห่ง วิ่งเข้าสู่โอ้มกอดของอาลีบาบา หลังจากซุ่มดูการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ชมาสักระยะหนึ่ง ตัวอย่างเช่น Costco Wholesale มีแผนจะขนสินค้า 1 ใน 3 ของรายการทั้งหมดเข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ผ่านช่องทางออนไลน์ แบบไร้ต้นทุนเช่าตึกสร้างหน้าร้าน แต่มีเพียงคลังเก็บและกระจายสินค้า 10 แห่งทั่วประเทศ โดยสินค้านำร่องเป็นกลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และในปีเดียวกันนี้ ยี่ห้อ Inditex by Zara Burberry และ ASOS ต่างก็เปิดร้านในห้างทีมอลล์ หวังควักเงินในกระเป๋าคนจีนที่กระหายการใช้สินค้านำเข้าเช่นกัน

“ขนส่งพร้อมบริการ”

ส่วนภาคขนส่งก็ขยับตัวตามไปด้วย เช่น บริษัทขนส่งสินค้าสัญชาติจีนอย่างซุ่นเฟิง (SF-Express)ขยายบริการรับส่งสินค้าให้ครอบคลุมหลายประเทศมากขึ้น ทั้งอเมริกา รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เป็นต้น   
Logistic.jpg

  

“ต่างชาติส่งสินค้าขึ้นชื่อร่วมประชัน”

ตลาดอีคอมเมิร์ซ ในประเทศจีนวันนี้ ทั้งหอมหวาน เย้ายวนผู้ขายหน้าใหม่เสียเหลือเกิน เว็บไซต์เถาเป่า เริ่มมีผู้ขายและผู้ผลิตต่างชาติทยอยเข้ามาจับจองส่วนแบ่งทางการตลาดกันไม่น้อย ทั้งโดยชาวต่างชาติจะเปิดร้านเอง ต่างชาติร่วมทุนกับคนจีน หรือต่างชาติเป็นเพียงผู้ผลิตและส่งสินค้าให้พ่อค้าคนกลางจีนนำไปขายต่อเท่านั้น โดยสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องประดับแบรนด์เนม ขนมขบเคี้ยวสารพัดยี่ห้อ ผลไม้สดและแปรรูป เป็นต้น

Canada Lobster.jpg

มาดูตัวอย่างสินค้าอาหารสดจากต่างประเทศที่ขายดิบขายดี ในเทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสดกันดีกว่า กุ้งมังกร มาไกลจากรัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา (Nova Scotia, Canada) ปี 2556 ขายได้ 2 หมื่นตัว ปีนี้วันเดียวขายได้ 9 หมื่นกว่าตัว

ส่วนโปรแกรมท่องเที่ยวต่างประเทศ ขายดีอันดับต้นๆ ในเว็บไซต์เถาเป่า ก็ยังคงต้องยกให้กรุงเทพ/พัทยา เชียงใหม่ เนื่องด้วยความฮิตฮอตของสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อาหาร การกินรสชาติถูกปาก ตั๋วเครื่องบินและค่าที่พักราคาสบายกระเป๋า (แถมดูจะถูกกว่าค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยวในประเทศจีนบางเมืองเสียด้วยซ้ำ)

ทำให้แพคเกจทัวร์ไทยขายดีไม่แพ้ ญี่ปุ่น เกาหลี และอเมริกา

   

ปัจจุบัน นอกจากเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ค่ายอาลีบาบา อย่างเว็บไซต์ทีมอลล์และเว็บไซต์เถาเป่าแล้ว ยังมีเว็บไซต์อื่นๆ อีกไม่น้อยที่ได้รับความนิยม เช่น ห้างจิงตง (JD.com) ร้านวีไอพี (VIP.com) ร้านหมายเลข 1 (ygd.com) และอื่นๆ


เราจะเห็นได้ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซ ในจีนกำลังมาแรงแซงโค้ง ไม่เพียงแต่คนจีน สินค้าจีนเท่านั้น ผู้ซื้อ ผู้ขาย และสินค้าจากทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้าเข้าหาโอกาสสดใสที่กำลังรออยู่

“อาลีบาบาจับมือธนาคารกสิกรไทยช่วยเหลือ SMEs

เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์อาลีบาบา ยังจับมือกับธนาคารกสิกรไทย ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEsไทยที่กำลังแสวงหาตลาดใหม่ในการนำสินค้าหมวดการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร อัญมณี เครื่องประดับ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและขยายการส่งออก ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำ

จากข้อตกลงดังกล่าว ผู้ประกอบการไทยจะสามารถสมัครเป็นสมาชิกระดับ Verified Member หรือ Gold Supplier ผ่านธนาคารกสิกรไทย ทำให้ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากผู้ซื้อ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าร่วมการฝึกอบรมด้านการตลาดออนไลน์ที่จัดโดยอาลีบาบา ได้ฟรี พร้อมทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านเว็บไซต์ http://th.alibaba.com (ที่มา: http://www.kasikornbank.com/)

ผู้ประกอบการไทยที่มีสินค้าดีมีคุณภาพอยู่ในมือจะมีโอกาสบ้างหรือไม่…

ขอให้ทุกท่านติดตามบทความภาคที่ 2 ‘เรียนจากผู้รู้ สินค้าไทยบนอีคอมเมิร์ชจีน

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม