ผู้ประกอบไทยควรรู้ ศาลอินเตอร์เน็ตและกฎหมาย e-commerce ใหม่ของจีน

การประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนรุ่นที่ 13 ครั้งที่ 5 ได้อนุมัติกฎหมายว่าด้วย e-commerce และกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป นับเป็นกฎหมายที่คลอดมาไม่ง่ายหลังจากผ่านการพิจารณา 4 ครั้งในระยะเวลา 5 ปี เป็นกฎหมาย e-commerce ฉบับแรกของจีนและเป็นพัฒนาการที่น่าจับตามอง

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนชี้ว่า ปี 2560 มูลค่าการค้า e-commerce ในจีนอยู่ที่ 29.16 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 จากปี 2559 และจนถึงสิ้นปี 2560 จำนวนผู้ใช้บริการซื้อของออนไลน์ในจีนสูงถึง 533 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3 จากปี 2559 นอกจากนี้ การค้า e-commerce ได้ช่วยสร้างตำแหน่งงาน 42.5 ล้านตำแหน่งในจีน

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอย่างรวดเร็วของธุรกิจ e-commerce ในจีนก็ก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น สินค้าปลอม สินค้าด้อยคุณภาพ การฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ เนื่องจากรูปภาพสินค้าที่แสดงในเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ผ่านการแต่งรูปไม่ตรงกับสินค้าจริง และบางร้านยังทำสถิติซื้อขายปลอมเพื่อหลอกลวงลูกค้าว่าเป็นสินค้ายอดนิยม เมื่อเกิดปัญหาในระหว่างการซื้อของออนไลน์ ผู้บริโภคจะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายในการเรียกร้องความเป็นธรรมกลับมา

ทั้งนี้ กฎหมายว่าด้วย e-commerce เน้นย้ำความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม e-commerce และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคซึ่งกำหนดว่า แพลตฟอร์ม e-commerce ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของร้านค้าออนไลน์ หากมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภคจะถูกปรับ 5 หมื่นหยวนถึง 5 แสนหยวน หากเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรงจะถูกปรับ 5 แสนหยวนถึง 2 ล้านหยวน

สำหรับผู้ประกอบการการค้า e-commerce กฎหมายฯ กำหนดว่า บริษัทที่เปิดร้านจำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ หรือบุคคลธรรมดาที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม e-commerce เช่น เว็บไซต์ Taobao และ JD รวมถึง WeChat Business และการจำหน่ายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ต่าง ๆ ล้วนนับเป็นผู้ประกอบการการค้า e-commerce (เดิมที WeChat Business และการจำหน่ายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเป็นธุรกิจส่วนตัว)

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการไทยด้านธุรกิจ e-commerce ในจีน ควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับต่าง ๆ ของจีนรวมถึงกฎหมายฯ ใหม่นี้ด้วย เช่น

  • การลงทะเบียนผู้ประกอบการ หากเป็นผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าประเภทอาหารออนไลน์ ควรได้รับใบอนุญาตจำหน่ายอาหารในจีน ห้ามจำหนายสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาจีน และห้ามจำหน่ายนมผงเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียนสูตรนมผง
  • เกี่ยวกับคอมเมนต์ของลูกค้า ห้ามผู้ประกอบการ e-commerce ลบคอมเมนต์ที่ไม่ดีของลูกค้าและห้ามผู้ประกอบการทำสถิติซื้อขายปลอม หากมีการละเมิดกฎระเบียบดังกล่าว ผู้ประกอบการจะถูกปรับ 2 หมื่นหยวนถึง 5 แสนหยวน
  • เงินมัดจำ หากผู้ประกอบการ e-commerce เก็บเงินมัดจำของลูกค้า ควรระบุวิธีและขั้นตอนในการส่งคืนเงินมัดจำอย่างชัดเจน หากลูกค้าขอคืนเงินมัดจำในกรณีที่ถูกต้องตามกฎการคืนเงินมัดจำ ผู้ประกอบการ e-commerce ควรคืนเงินมัดจำให้แก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที
  • การขายพ่วง (bundling sale) หากผู้ประกอบการ e-commerce มีการขายพ่วงสินค้าหรือบริการ ควรระบุให้ลูกค้าอย่างชัดเจน
  • การส่งมอบสินค้า ผู้ประกอบการ e-commerce ควรส่งมอบสินค้าตามวิธีและระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า และรับผิดชอบความเสี่ยงระหว่างการขนส่งสินค้า ยกเว้นลูกค้าเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าของผู้ให้บริการฝ่ายที่สาม
  • การชำระเงิน หากระบบการชำระเงินไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและทำให้ลูกค้าเสียหาย ผู้ประกอบการ e-commerce ควรชำระค่าชดเชยให้แก่ลูกค้า
  • การชำระภาษี ผู้ประกอบการ e-commerce ในจีนควรชำระภาษีตามระเบียบภาษีในจีน
  • การรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ห้ามเปิดเผยหรือจำหน่ายข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2561 กรุงปักกิ่งเปิดศาลอินเตอร์เนตแห่งที่ 2 ของจีน (แห่งแรกอยู่ที่นครหางโจว) แสดงให้เห็นว่า จีนมุ่งยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ และให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลของแต่ละขั้นตอนของกระบวนการพิจารณาคดี ตั้งแต่การกรอกรายละเอียดของคดีต่าง ๆ จนถึงการประกาศคำตัดสินของศาลผ่านระบบออนไลน์

 

 

แหล่งข้อมูล

http://www.npc.gov.cn/npc/xinwen/2018-08/31/content_2060172.htm
http://www.xinhuanet.com/tech/2018-09/03/c_1123368850.htm
http://tech.sina.com.cn/i/2018-09-11/doc-ihiycyfx0297176.shtml
http://finance.ifeng.com/a/20180910/16494571_0.shtml

Avatar

Wen Bin

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม