BIC Publication

Hunan มณฑลหูหนาน

ข้อมูลพื้นฐาน

1. ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง / ขนาดพื้นที่

มณฑลหูหนาน (Hunan) หรือที่เรียกกันว่า “เซียง” (Xiang) ตั้งอยู่ทางตอนกลางของภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีอาณาเขตติดต่อกับ 5 มณฑล และ 1 เขตปกครองตนเอง คือ ทิศเหนือติดกับมณฑลหูเป่ย (Hubei) ทิศใต้ติดกับมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) และเขตปกครองตนเองกวางสี (Guangxi) ทิศตะวันออกติดกับมณฑลเจียงซี (Jiangxi) ทิศตะวันตกติดกับมณฑลฉงชิ่ง (Chongqing) และมณฑลกุ้ยโจว (Guizhou) มีพื้นที่ทั้งสิ้น 210,000 ตารางกิโลเมตร (ราว 2 ใน 5 ของประเทศไทย) พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้ของทะเลสาบต้งถิง (Dongting) และพื้นที่ 2 ใน 3 ของหูหนาน เป็นภูเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออก ตะวันตกและภาคใต้ของมณฑล ส่วนทางตอนกลางเป็นพื้นที่ราบสลับกับเขตภูเขา และที่ราบขนาดเล็กรอบทะเลสาบต้งถิงทางภาคเหนือตอนกลางของมณฑล

ข้อมูลประชากร

68.6 ล้านคน (ปี 2560) ส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น และร้อยละ 5 เป็นชนกลุ่มน้อย ซึ่งได้แก่ แม้ว (Miao) ถู่เจีย (Tujia) ต้ง (Dong) เย้า (Yao) หุย (Hui) หรือมุสลิม อุยเกอร์ (Uygur) และจ้วง (Zhuang)

สภาพภูมิอากาศ

อยู่ในเขตกึ่งร้อนชื้นตอนกลาง จึงมีภูมิอากาศแบบมรสุม เป็นผลให้ได้รับแสงแดดและฝนตกมาก อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง16-18องษาเซลเซียส โดยอุณหภูมิในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว จะอยู่ระหว่าง 4-8องศาเซลเซียส และในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน จะอยู่ระหว่าง 26-30 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั้งปีของมณฑลหูหนานเท่ากับ1,200-1,700 มิลลิเมตร โดยฝนจะตกมากในช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม

ทรัพยากรสำคัญ

เป็นแหล่งของโลหะและอโลหะมากมาย โดยเฉพาะพลวงดำ แบไรท์ ทังสเตน แมงกานิส วานาเดียม ตะกั่ว สังกะสี ฟลูออไรต์ บิสมัท โมนาไซต์ เป็นต้น หูหนานมีปริมาณน้ำจืดมากเป็นอันดับ 2 ของจีน เนื่องจากมีทะเลสาบต้งถิง (Dongting Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อมณฑล “หูหนาน” ที่แปลว่า “ทิศใต้ของทะเลสาบ” และได้สมญานามว่าเป็น “แหล่งผลิตข้าวและปลาน้ำจืดรายใหญ่ของจีน” อีกทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สุกรอันดับ 2 ของจีนอีกด้วย พืชเกษตรที่ติดอันดับต้น ๆ ของจีน ได้แก่ เม็ดบัว ชา ชาน้ำมัน พริก ป่านรามี ส้ม (柑桔) และผงพริกไทย

หูหนานนอกจากมีทะเลสาบต้งถิง (Dongting) และทะเลสาบต้าถง (Datong) ไหลผ่านแล้ว ยังมีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่านหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำเซียง (Xiang) ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดภายในมณฑลหูหนาน โดยไหลจากทางเหนือสู่ทางใต้ของมณฑล แม่น้ำหยวนเจียง (Yuanjiang) แม่น้ำจื๋อสุ่ย (Zishui) และแม่น้ำแยงซี (Yangtze) ซึ่งไหลผ่านเขตแดนมณฑลทางทิศเหนือติดกับทะเลสาบต้งถิง

ประวัติศาสตร์ / วัฒนธรรม

หูหนานมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานและมีวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เคยมีมนุษย์โบราณตั้งถิ่นฐานอยู่ในมณฑลหูหนานมาเป็นเวลามากกว่า 8,000 ปีแล้ว มณฑลหูหนานเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสู (State of Shu) ซึ่งเคยเป็นอาณาจักรใหญ่แห่งหนึ่งของจีน มีอาณาเขตพื้นที่ปกครองครอบคลุมภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน การเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสูนี้ ได้ส่งผลให้มณฑลหูหนานได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมสูด้วยนอกจากนั้นราว 221 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิ์จิ๋นซี หรือฉิน ฉือหวง (Qin Shihuang) ได้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่น ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของมณฑลหูหนานขึ้นอย่างเป็นระบบ

คำว่า หูหนาน เริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 736 สมัยราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) ซึ่งจักรพรรดิ์ในสมัยนั้นได้ส่งคณะผู้แทนราชสำนัก เรียกว่า ผู้สังเกตการณ์ไปเขตทิศใต้ของทะเลสาบ หรือพูดเป็นภาษาจีนกลางว่า หูหนาน นับแต่นั้นมา จากนั้น ในปี ค.ศ.1664 สมัยราชสำนักชิง (Qing Dynasty) ได้มีการกำหนดเขตและจัดตั้งหูหนานขึ้นเป็นมณฑล

ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน มณฑลหูหนานเป็นสถานที่เกิดของนักรบ นักคิด นักการเมืองทหาร และนักวิทยาศาสตร์ของจีนจำนวนมาก เช่น ชู หยวน (Qu Yuan) กวีเอกสมัยอาณาจักรสู ไฉ้ หลุน (Cai Lun) ผู้คิดวิธีการทำกระดาษด้วยเปลือกไม้ ในช่วงศตวรรษแรกของคริสตกาลหวัง ฟูจื๋อ (Wang Fuzhi) นักปรัชญาจีน ในช่วงศตวรรษที่ 17 ถาน ซือถง (Tan Sitong) เป็น 1 ใน 6 ของบุคคลหัวก้าวหน้าในช่วงการปฏิรูปปี 2441 หวง ซิง (Huang Xing) ซ่ง เจี้ยวเหริน (Song Jiaoren) และไฉ้ เอ๋อ (Cai E) ผู้นำในช่วงการปฏิวัติ ปี 2454 ซึ่งเป็นการปฏิวัติเพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty)

นอกจากนี้ มณฑลหูหนานยังเป็นบ้านเกิดของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์คนสำคัญของจีน ได้แก่ เหมา เจ๋อตุง (Mao Zedong) หลิว เส้าฉี (Liu Shaoqi) เหริน ปี้สือ (Ren Bishi)เผิง เต๋อฮว้าย (Peng Dehuai) เห้อ หลง (He Long) และหลัว หรงหวน (Luo Ronghuan)

2. การแบ่งพื้นที่เขตปกครอง

ประกอบด้วย 13 เมือง 1 เขต 122 อำเภอ คือ

  1. 13 เมือง ได้แก่ นครฉางซา (Changsha) เมืองเย่วหยาง (Yueyang) เมืองจูโจว (Zhuzhou) เมืองเซียงถาน (Xiangtan) เมืองเหิงหยาง (Hengyang) เมืองเซ่าหยาง (Shaoyang) เมืองฉางเต๋อ (Changde) เมืองอี้หยาง (Yiyang) เมืองเฉินโจว (Chenzhou) เมืองหยงโจว (Yongzhou) และเมืองจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) เมืองโหลวตี่ (Loudi) และเมืองหวยฮั่ว (Huaihua) โดยมีนครฉางซาเป็นเมืองเอก
  2. 1 เขตปกครองตนเอง ได้แก่ เขตปกครองตนเองชนชาติถู่เจียและชนชาติเหมียว (Xiangxi Tujia-Miao Nationality Autonomous Prefecture)

3. ผู้บริหารฝ่ายการเมือง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาครัฐบาล (ชื่อมณฑล) ได้ที่ http://www.enghunan.gov.cn/

เมืองสำคัญ/เขตพัฒนาเศรษฐกิจ

เมืองสำคัญ/เขตพัฒนาเศรฐกิจ

เมือง (เขต) สำคัญของมณฑลหูหนาน

1. นครฉางซา (Changsha)

เป็นเมืองเอกของมณฑลหูหนาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเซียง และอยู่ทางตอนเหนือติดกับทะเลสาบต้งถิง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 12,500 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของจีน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของมณฑลหูหนานด้วย นครฉางซามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานมากกว่า 3,000 ปี ในสมัยราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) ในราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ราชสำนักได้สั่งการให้มีการจัดตั้งเขตฉางซา (Changsha Prefecture) เป็นลักษณะเขตการปกครอง และต่อมาเปลี่ยนชื่อเขตฉางซาเป็นรัฐฉางซา (State of Changsha) ในสมัยราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในนครฉางซาได้แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของนครฉางซา เช่น เมื่อปี 2515-2517 นักโบราณคดีได้ขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมากที่สุสานของราชวงศ์ฮั่น (the Han tombs) ที่หม่าหวางตุย (Mawangdui) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเขตชานเมืองนครฉางซา เป็นต้น ช่วงระหว่างสงครามต่อต้านญี่ปุ่น (the War of Resistance Against Japanese Aggression) ในปี 2480-2488 นครฉางซาได้ถูกไฟไหม้ทำลายเสียหายมาก หลังจากที่จีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2492 จนปัจจุบันหรือตลอดระยะเวลาประมาณ 50 กว่าปีที่ผ่านมา นครฉางซาได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นโดยลำดับ จากเดิมที่เป็นเฉพาะการพาณิชย์ จนมาเป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่แบบครบวงจร ทั้งภาคอุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

2. เมืองจูโจว (Zhuzhou)

ตั้งอยู่ทางตอนกลางของมณฑลหูหนาน ริมฝั่งแม่น้ำเซียง เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี มีพื้นที่ 11,420 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของมณฑลหูหนาน โดยอุตสาหกรรมหลักของเมืองจูโจว ได้แก่ การถลุงโลหะ การผลิตเครื่องจักรเพื่อการก่อสร้าง เคมี วัสดุก่อสร้าง พลังงานไฟฟ้า และสิ่งทอ เมืองจูโจวยังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน (aero-engine) หัวรถจักรไฟฟ้า (electriclocomotive) เพชรเทียม (synthetic diamonds) ทั่งตีเหล็กด้วยโลหะผสมชนิดแข็ง (hardalloy anvil) และรถบรรทุกเพื่อใช้งานหนัก

3. เมืองเหิงหยาง (Hengyang)

ตั้งอยู่ตรงจุดที่แม่น้ำ 3 สาย (แม่น้ำเซียง แม่น้ำเจิงและแม่น้ำเล่ย) ไหลมาบรรจบกัน ถือเป็นประตูสู่มณฑลกวางตุ้งและเขตกวางสี มีพื้นที่ 15,300 ตารางกิโลเมตร มีทรัพยากรแร่ที่อุดมสมบูรณ์กว่า 50 ชนิด เหมืองแร่ที่สำคัญ ได้แก่ สุ่ยโข่วซาน (Shuikoushan) ซึ่งเป็นเหมืองตะกั่วและสังกะสี ถือเป็นเหมืองแร่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากนี้ แหล่งเกลือสินเธาว์ (salt deposit) ในเมืองเหิงหยาง ถือเป็นแหล่งสำรองเกลือที่มีปริมาณมากที่สุดของมณฑลหูหนาน อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างเครื่องจักรด้านเวชกรรม อุตสาหกรรมเบาและสิ่งทอ

4. เมืองเซียงถาน (Xiangtan)

ตั้งอยู่ทางตอนกลางของมณฑลหูหนาน และติดกับนครฉางซาและเมืองจูโจว กลายเป็นเขต CZT (Changsha-Zhuzhou-Xiangtan) มีพื้นที่ 5,000 ตารางกิโลเมตร เมืองเซียงถานมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ในอดีตเคยเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งกำหนดไว้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปีฉบับแรกของจีน ปัจจุบัน เมืองเซียงถานเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าแห่งหนึ่ง โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การผลิตเครื่องจักรเพื่อการก่อสร้าง การถลุงโลหะ วัสดุก่อสร้าง สิ่งทอ และการพิมพ์

5. เมืองเส้าหยาง (Shaoyang)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลหูหนาน มีแม่น้ำจือ (Zhi River) ไหลผ่านเมือง เมืองเส้าหยางมีพื้นที่ทั้งสิ้น 20,000 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศของเมืองเส้าหยางมีความหลากหลาย มีทรัพยากรน้ำอุดมสมบูรณ์ และมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกธัญพืช เมืองเส้าหยางยังเป็นที่รู้จักในฐานะที่มีพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ที่สุด 1 ใน 4 ของมณฑลหูหนาน นอกจากนี้ ยังมีทุ่งหญ้าขนาดใหญ่บนภูเขาสูง ซึ่งเหมาะแก่การทำปศุสัตว์อีกด้วย เมืองเส้าหยางมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่า 2,000 ปี โดยในอดีตมีชื่อว่า เมืองเป่าชิ่ง (Baoqing) ปัจจุบันในเขตเมืองเส้าหยางยังคงเหลือร่องรอยโบราณสถานและโบราณวัตถุต่าง ๆ อยู่ ซึ่งหลายแห่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม

เขตพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ

1. Hunan Changsha Economic and Technological Development Zone

ตั้งอยู่ที่นครฉางซา (Changsha) เป็นเขตการลงทุนพิเศษ ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 เน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และการค้าบริการ เช่น อุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ไบโอ-วิศวกรรม อุตสาหกรรมพลังงาน การสื่อสาร บริษัทที่มาลงทุนในเขตนี้จะได้สิทธิพิเศษด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจะถูกจัดเก็บในอัตรา 15%

2. Changsha National High-Tech Industrial Development Zone

ตั้งอยู่ที่นครฉางซา (Changsha) เป็นเขตอุตสาหกรรมระดับประเทศ ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 มีเนื้อที่ทั้งหมด 18.6 ตารางกิโลเมตร และอีก 4 ตารางกิโลเมตรเป็นส่วนของสวนอุตสาหกรรมด้านวิทยาศาสตร์เย่วลู่ซาน (Yuelushan) ภายในเขตอุตสาหกรรมมีสาธารณูปโภคครบถ้วน เช่น พลังงานไฟฟ้า การประปา ระบบกำจัดน้ำเสีย การบริการด้านการสื่อสารและคมนาคม และองค์กรที่ให้บริการเฉพาะด้านอื่น ๆ ภายในเขตอุตสาหกรรมมีการแบ่งสัดส่วนการใช้พื้นที่เป็นเขตโรงงานอุตสาหกรรม และเขตที่พักอาศัย บริษัทที่เข้ามาลงทุนในเขตอุตสาหกรรมนี้มีทั้งบริษัทต่างชาติ และบริษัทสัญชาติจีน

3. Yueyang Economic and Technological Development Zone

ตั้งอยู่ที่เมืองเยว่หยาง (Yueyang) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 จัดเป็นเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของมณฑลหูหนาน เนื่องจากที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมสะดวกต่อการขนส่งทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เขตอุตสาหกรรมนี้มีเนื้อที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็น 2 โซน คือโซนปาเจียหู (Bajiaohu zone) และโซนไป๋ซือหลิง (Baishiling zone) ภายในเขตอุตสาหกรรมมีการจัดตั้งศุลากร หน่วยงานตรวจสอบสินค้า สถานที่กักกัน (การแพร่เชื้อโรค) และบริการแลกเปลี่ยนเงินตรา นอกจากนี้ยังมีสาธารณูปโภคครบถ้วน เช่น พลังงานไฟฟ้า การประปา และการบริการด้านการสื่อสาร

4. Zhuzhou National and High-Tech Industrial Development Zone

ตั้งอยู่ที่เมืองจูโจว (Zhuzhou) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1993 เป็นเขตอุตสาหกรรมระดับประเทศ ถือเป็นศูนย์กลางการติดต่อและแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญทางภาคใต้ของประเทศจีน มีเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันมีการก่อตั้งส่วนของสวนอุตสาหกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับบริการด้านสาธารณูปโภคนั้น มีพลังงานไฟฟ้า การประปาให้บริการได้อย่างเพียงพอ มีบริการด้านสื่อสารและโทรคมนาคม ในเขตอุตสาหกรรมนี้ส่งเสริมให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการบินและอวกาศ อุตสาหกรรมเคมี และสินค้าไฮเทค

5. Xiangtan High-Tech Industrial Development Zone

ตั้งอยู่ในเมืองเซียงถาน (Xiangtan) ทางตะวันออกกลางของมณฑลหูหนาน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในเขตอุตสาหกรรมมีเนื้อที่ 38.1 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยสวนอุตสาหกรรม 4 แห่ง คือ Xiangtan (Germany) Industrial Park, New Material Industrial Park, College Science & Technology Park และ WIPE Industrial Supermarket

6. South Hunan Pilot Zone for Reform and Opening Transition

ตั้งอยู่ในเมืองเฉินโจว (Chenzhou) และหยงโจว (Yongzhou) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1988

7. Huaihua Mountainous Area Open and Development Pilot Zone

ตั้งอยู่ในเมืองหวยฮั้ว (Huaihua) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1990

การคมนาคมและโลจิสติกส์

การคมนาคมและโลจิสติกส์

เส้นทางทางบก

1) เส้นทางถนน

ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 (2559-2563) หูหนานจะใช้งบประมาณ 150,000 ล้านหยวน สร้างทางด่วนเพิ่มขึ้น เพื่อพัฒนาให้หูหนานมีทางด่วนรวมระยะทางมากกว่า 7,000 กม. (จนถึงสิ้นปี 2561 มณฑลหูหนานมีระยะทางของทางด่วนที่เปิดใช้งาน 6,724 กม. เป็นอันดับ 4 ของจีน รองจากมณฑลกวางตุ้ง เหอเป่ย และเสฉวน) และไปเชื่อมกับทางด่วนระดับประเทศ ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากหูหนานไปมณฑลอื่น อาทิ ยูนนาน กว่างซี เสฉวน กวางตุ้ง ปักกิ่ง มองโกเลียใน ฝูเจี้ยน และเซี่ยงไฮ้ มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ทางด่วนระดับประเทศที่พาดผ่านหูหนานไปยังมณฑลต่าง ๆ มี 7 เส้นทาง ได้แก่
– ทางด่วนเฉวียนโจว-หนานหนิง泉南高速公路 (ฝูเจี้ยน-เจียงซู-หูหนาน-กว่างซี)
– ทางด่วนเซี่ยงไฮ้-คุนหมิง沪昆高速公路 (เซี่ยงไฮ้-เจ้อเจียง-เจียงซี-หูหนาน กุ้ยโจว-ยูนนาน)
– ทางด่วนหังโจว-รุ่ยลี่杭瑞高速公路 (เจ้อเจียง-อันฮุย-เจียงซี-หูเป่ย-หูหนาน-กุ้ยโจว-ยูนนาน)
– ทางด่วนเซี่ยเหมิน-เฉิงตู 厦蓉高速公路 (ฝูเจี้ยน เจียงซี หูหนาน กว่างซี กุ้ยโจว เสฉวน)
– ทางด่วนเปาโถว-เม่าหมิง包茂高速公路 (มองโกเลียใน ส่านซี เสฉวน ฉงชิ่ง หูหนาน กว่างซี กวางตุ้ง)
– ทางด่วนเอ้อเหลียนฮ่าวเท่อ-กวางตุ้ง二广高速公路 (มองโกเลียใน ซานซี เหอหนาน หูเป่ย หูหนาน กวางตุ้ง)
– ทางด่วนปักกิ่ง-ฮ่องกง 京港澳高速公路 (ปักกิ่ง เหอเป่ย เหอหนาน หูเป่ย หูหนาน กวางตุ้ง ฮ่องกงและมาเก๊า)

2) เส้นทางรถไฟ

ภายในปี 2563 หูหนานจะมีเครือข่ายเส้นทางรถไฟรวม 6,000 กม. คิดเป็นสัดส่วน 1/4 ของจีน สูงเป็นอันดับ 2 ในภาคกลางของจีน ปัจจุบัน หูหนานมีระยะทางรถไฟที่สร้างเสร็จแล้ว 5,069 กม. สูงเป็นอันดับ 10 ของจีน

2.1 รถไฟความเร็วสูง

มณฑลหูหนานมีรถไฟความเร็วสูง 1,730 กม. สูงเป็นอันดับ 4 ของจีน โดยนครฉางซามีรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองเอกใน 23 มณฑล/เขตของจีน (จาก 31 มณฑล/เขตของจีน) ทำให้การเดินทางจากฉางซาไปยังมณฑลอื่นสะดวกรวดเร็วขึ้น  นอกจากนี้ ภายในเมืองต่าง ๆ ของมณฑลหูหนานก็มีรถไฟความเร็วสูงครอบคลุมถึง 12 เมือง จาก 14 เมืองของมณฑล

2.2 โครงการรถไฟเชื่อม 3 เมืองสำคัญในมณฑลหูหนาน (Changsha-Zhuzhou-Xiangtan Intercity Railway) 
คือ การก่อสร้างรถไฟด่วนเชื่อมเขต CZT (นครฉางซา เมืองจูโจวและเมืองเซี่ยงถาน) ความเร็ว 200 กม./ชม. ระยะทางรวม 104.5 กม. เงินลงทุน 26,756 ล้านหยวน และใช้เวลาเดินทางระหว่างกันไม่เกิน 1 ชม. เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทการรถไฟแห่งชาติจีนกับรัฐบาลมณฑลหูหนาน (ถือหุ้นคนละครึ่ง) ซึ่งได้เปิดให้บริการตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2559 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับประชาชนนอกเหนือไปจากการใช้รถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการเชื่อมโยงไปยังอีก 5 เมืองต่อไป ได้แก่ ฉางเต๋อ อี้หยาง เย่วหยาง โหลวตี่ และเหิงหยาง 

2.3 รถไฟใต้ดิน 
ตามแผนระยะยาวของการพัฒนารถไฟใต้ดิน นครฉางซาจะมีรถไฟใต้ดินรวมทั้งหมด 12 เส้นทาง ระยะทาง 456 กม. โดยสาย 1-6 จะเป็นสายหลักในเขตตัวเมือง สาย 7-10 เป็นส่วนต่อเติมของสายหลักในเขตตัวเมือง และสาย 11-12 เป็นสายด่วนรอบเมือง และภายในปี 2563 จะสามารถเปิดใช้งานได้ครึ่งหนึ่งของระยะทางทั้งหมดหรือ ประมาณ 7 สาย (สาย 1-7) ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการก่อสร้างสาย 1 – สาย 5 โดยสาย 1 และสาย 2 ได้เปิดให้บริการแล้ว

2.4 รถไฟแม็กเลฟ (Changsha Maglev Express)

เป็นรถไฟที่เคลื่อนด้วยพลังแม่เหล็กไฟฟ้าลอยตัวเหนือราง (magnetically levitating : maglev) สายแรกที่ออกแบบ ผลิต และบริหารงานโดยจีนทั้งหมด ให้บริการภายในนครฉางซา ซึ่งกลายเป็นเมืองที่ 2 ของจีนที่เปิดเส้นทางเดินรถไฟฟ้าแม็กเลฟ ต่อจากมหานครเซี่ยงไฮ้ (เป็นแม็กเลฟที่จีนพัฒนาร่วมกับประเทศเยอรมนี ระยะทางรวม 30 กม. ความเร็วสูงสุด 430 กม./ชม. เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2545)

Changsha Maglev Express เริ่มก่อสร้างเมื่อ 16 พ.ค. 2557 เปิดทดลองวิ่งเมื่อ 26 ธ.ค. 2558 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2559 ออกแบบและผลิตโดยบริษัท CRRC Zhuzhou Locomotive ร่วมกับมหาวิทยาลัยของจีน อาทิ National University of Defense Technology มีอัตราความเร็วระดับกลาง-ต่ำ (Medium-Low Speed Maglev Train) สามารถเร่งความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม. เป็นรถไฟขนาด 3 ตู้ ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 363 คน เงินลงทุน 4,095 ล้านหยวน ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 4 ที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Medium-Low Speed Maglev Train ต่อจากเยอรมนี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

Changsha Maglev Express มี 3 สถานี คือ สถานีสนามบินนานาชาติหวงฮัวฉางซา-สถานีหล่างหลี- สถานีรถไฟฉางซาสายใต้ (หรือสถานีรถไฟความเร็วสูง) ระยะทางรวม 18.55 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ค่าบัตรโดยสารจากสถานีต้นทาง-สถานีปลายทางราคา 20 หยวน โดยมีผู้โดยสารใช้บริการวันละประมาณ 10,000 คน

เส้นทางทางน้ำ

การคมนาคมทางน้ำภายในมณฑลหูหนานมีเส้นทางยาวกว่า 10,000 กิโลเมตร และมณฑลหูหนานสามารถเชื่อมต่อการคมนาคมทางน้ำระหว่างแม่น้ำแยงซีตอนเหนือและตอนใต้ มีท่าเรือเฉิงหลิงจีซึ่งเป็นเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดและเป็นแห่งเดียวของหูหนานที่ขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ เป็น 1 ใน 8 ท่าเรือใหญ่แห่งสายน้ำแยงซี ซึ่งผ่านไปยังยังฉงชิ่ง อู่ฮั่น เซี่ยงไฮ้ หนานจิง เหลียนหยุนกั่ง และเมืองอื่น ๆ 

เส้นทางทางอากาศ

ปัจจุบัน หูหนานมีสนามบินที่เปิดใช้งาน 8 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติหวงฮัวฉางซา (长沙黄花国际机场) สนามบินนานาชาติจางเจียเจี้ย (张家界荷花机场) สนามบินฉางเต๋อ (常德桃花源机场) สนามบินหวยฮั่ว (怀化芷江机场) สนามบินหย่งโจว (永州零陵机场) สนามบินเหิงหยาง (衡阳南岳机场) สนามบินเซ่าหยาง (邵阳武冈机场) สนามบินเย่วหยาง (岳阳三荷机场) อยู่ระหว่างการก่อสร้างและดำเนินงานขั้นต้นอีก 4 แห่ง ได้แก่ เมืองโหลวตี่ เมืองเฉินโจว เมืองอี้หยาง และเขตฯ เซียงซี ทั้งนี้ ภายในปี 2563 หรือ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 (2559-2563) หูหนานจะมีสนามบินรวม 12 แห่ง ครอบคลุมทุกเมืองและเขต CZT

ท่าอากาศยานนานาชาติหวงฮัว (Changsha Huanghua International Airport长沙黄花国际机场) ตั้งอยู่ที่นครฉางซา มีเที่ยวบินเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศมากกว่า 120 เที่ยวบิน โดยเฟสแรกมีพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายใน 34,000 ตร.ม. และอาคารผู้โดยสารต่างประเทศ 13,200 ตร.ม. รองรับผู้โดยสาร 6.5 ล้านคน ส่วนอาคารผู้โดยสารหมายเลข 2 สร้างเสร็จในปี 2554 มีพื้นที่ 213,000 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารได้ 22 ล้านคน และสร้างรันเวย์เพิ่มอีก 1 เส้น คาดการณ์กันว่าภายในปี 2563 หูหนานจะมีผู้โดยสารประมาณ 33 ล้านคน สินค้าและพัสดุภัณฑ์ 380,000 ตัน และเครื่องบินขึ้นลง 260,000 ลำ ปัจจุบัน สนามบินหวงฮัวฉางซามีผู้โดยสารราว 30 ล้านคน และอยู่ระหว่างการขยายอาคารผู้โดยสารหมายเลข 3 ซึ่งจะมีพื้นที่ประมาณ 500,000 ตร.ม. ใหญ่กว่าอาคารผู้โดยสารหมายเลข 2 เกือบ 2.5 เท่า คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2563 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะมีถึง 60 ล้านคน ภายในปี 2573

เส้นทางการบินระหว่างมณฑลหูหนานกับประเทศไทย

  • กรุงเทพฯ-ฉางซา 3 ชั่วโมงครึ่ง (Thai Smile, Air Asia, Thai Lion Air)
  • เชียงใหม่-ฉางซา 3 ชั่วโมง (Air Asia)
  • ภูเก็ต-ฉางซา 4 ชั่วโมง (Thai Lion Air)
  • กรุงเทพฯ-จางเจียเจี้ย 3 ชั่วโมงครึ่ง (China Southern Airlines)
เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของมณฑลหูหนาน

1) แผนงาน/เป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 (2559-2563)

2) แผนงาน/เป้าหมายประจำปี 2562

  • เป้าหมายปี 2562 GDP ขยายตัวที่ร้อยละ 7.5-8 และงานสำคัญในปี 2562 ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ได้แก่ (1) เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพทั้งภาคการผลิต การเกษตร และธุรกิจบริการ (2) เพิ่มศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี (3) ส่งเสริมการพัฒนาชนบท ลดความยากจน และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบนิเวศวิทยา

ความโดดเด่นทางเศรษฐกิจ

นโยบายสำคัญ

จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของมณฑลหูหนานที่มีรถไฟความเร็วสูงระดับประเทศตัดผ่านไปเชื่อมกับเขตเศรษฐกิจสำคัญ 4 ทิศทาง ได้แก่ ทิศตะวันออกเชื่อมเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง (Yangzi River Delta) ทิศตะวันตกเชื่อมมณฑลภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทิศเหนือเชื่อมเขตเศรษฐกิจป๋อไห่ (Bohai Economic Zone) และทิศใต้เชื่อมเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pan-Pearl River Delta)

ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13 (2559-2563) หูหนานจะเน้นนโยบาย “ยกระดับเศรษฐกิจ 3 ด้าน”(三量齐升) คือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจงขึ้นจากนโยบาย Four Modernizations and Two-Type Society (四化两型) จากแผนพัฒนาฯ ฉบับ 12 (4 Modernizations คือการสร้างความทันสมัย 4 ด้าน คือ อุตสาหกรรม เกษตร ความเป็นเมือง และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามแนวทาง 2 Type Society ที่เน้นประหยัดทรัพยากรและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม๋) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนา 5 ด้านของจีน (五大发展理念Five Development Concept ซึ่งประกอบด้วย innovation, coordination, green development, opening up and sharing) และนโยบายการสร้างความทันสมัย 5 ด้านของจีน (五化同步ได้แก่ อุตสาหกรรม เกษตร สารสนเทศ ความเป็นเมือง และสิ่งแวดล้อม) ทั้งนี้ การยกระดับเศรษฐกิจ 3 ด้าน มีเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ดังนี้

     1. มูลค่า GDP จะเติบโตร้อยละ 8.5 และมากกว่าปี 2553 เท่าตัว 
     2. รายได้เฉลี่ยของประชากรต่อคน มากกว่าปี 2553 เท่าตัว 
     3. แนวทางการพัฒนา เน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม และ Green Development

โดยมีทิศทางการพัฒนา ดังนี้

1. แบ่งพื้นที่เป็น 4 โซน

พื้นที่

ที่ตั้ง

ขนาดพื้นที่

ครอบคลุมเมือง

อุตสาหกรรมสำคัญ

(ตร.กม.)

จำนวน

ชื่อเมือง

กลุ่มเมืองฉางจูถาน 
CZT Zone 
(Changzhutan 
city groups)

ตะวันออกของมณฑลหูหนาน

28,000

3 เมือง

23 อำเภอ

ฉางซา จูโจว เซียงถาน

intelligent manufacturing อุปกรณ์ทันสมัย เทคโนโลยีสารสนเทศ วัสดุใหม่ ยาชีวภาพ (biomedicine) อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน 
โลจิสติกส์ การเงิน วัฒนธรรม

ต้าเซียงซี

ตะวันตกของมณฑลหูหนาน

81,500

5 เมือง

41 อำเภอ

หวยฮั่ว เซียงซี 
เซ่าหยาง จางเจียเจี้ย โหลวตี่

การแปรรูปเกษตรเชิงลึก ยาจีน โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศวิทยา สุขภาพผู้สูงอายุ เทรดดิ้ง

เซียงหนาน

ใต้ 
ของมณฑลหูหนาน

56,900

3 เมือง

34 อำเภอ

เฉินโจว เหิงหยาง 
หย่งโจว

การแปรรูปโลหะเชิงลึก ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เบ้าหล่อ การผลิตของอุตสาหกรรมเบา 
การท่องเที่ยวตามเส้นทางปฏิวัติของจีน

ทะเลสาบต้งถิง

เหนือ

ของมณฑลหูหนาน

46,800

3 เมือง

25 อำเภอ

เย่วหยาง ฉางเต๋อ 
อี้หยาง

สิ่งทอจากฝ้ายหรือป่าน การแปรรูปอาหาร พลังงานและปิโตรเคมี โลจิสติกส์ทางน้ำ 
การต่อเรือ

2. ผลักดันการพัฒนาในลักษณะ 1 ศูนย์กลาง 3 เขต 4 เส้นทาง และหลากหลายจุด กล่าวคือ 
       – “1 ศูนย์กลาง” ได้แก่ CZT Zone ศูนย์กลางแห่งนวัตกรรม อุตสาหกรรม และธุรกิจบริการอันทันสมัย เพื่อพัฒนาให้กลายเป็นศูนย์กลางของแม่น้ำแยงซีเกียงตอนกลาง 
       – “3 เขต” ได้แก่ เย่วหยาง (ผลักดันการสร้างระเบียงเศรษฐกิจเย่วหยาง-ฉางซา เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมท่าเรือ สร้างเขตพลังงานและปิโตรเคมี) เฉินโจว (ผลักดันการสร้างเขตทดลองความร่วมมือหูหนาน-กวางตุ้ง (ฮ่องกงและมาเก๊า) เพื่อสร้างอุตสาหกรรมที่จะย้ายไปยังจุดที่เจริญเติบโตใหม่) หวยฮั่ว (เน้นศูนย์กลางคมนาคมที่เชื่อมกับเขตเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน รวมถึงความได้เปรียบด้านนิเวศวิทยา) 
       – “4 เส้นทางเศรษฐกิจ”ได้แก่ เส้นทางรถไฟความเร็วสูงปักกิ่ง-ฉางซา-กว่างโจว (เน้นอุตสาหกรรมการผลิตทันสมัย อุตสาหกรรมเกิดใหม่ (emerging industry) และธุรกิจบริการ) เส้นทางรอบทะเลสาบต้งถิง (เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับท่าเรือ และพัฒนาความร่วมมือกับเมือง/มณฑลตอนกลางของแม่น้ำแยงซีเกียง ได้แก่ อู่ฮั่น (มณฑลหูเป่ย) และหนานชาง (มณฑลเจียงซี) รวมถึงฉงชิ่งด้วย) เส้นทางรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง-ฉางซา-เซี่ยงไฮ้ (อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ วัสดุเหล็ก การแปรรูปอาหาร เทรดดิ้งและโลจิสติกส์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบเพื่อสิ่งแวดล้อม) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาจางเจียเจี้ย-เซียงซี-หวยฮั่ว (เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์เกษตร และป่าไม้) 
       – “หลากหลายจุด” ได้แก่ การพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เขตพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เขตสินค้าทัณฑ์บน และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ตัวเลขสถิติทางเศรษฐกิจ ปี 2561

1. สถิติเศรษฐกิจ

  • ภาพรวมในปี 2561 มูลค่า GDP รวม 3.642578 ล้านล้านหยวน (อันดับ 8 ของจีน) ขยายตัวร้อยละ 7.8 (อันดับ 9 ของจีน) GDP ต่อหัว 52,949 หยวน (อันดับ 16 ของจีน) ทั้งนี้ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ครองสัดส่วนมูลค่า GDP ที่ร้อยละ 8.5 39.7 และ 51.8 ตามลำดับ

2. การลงทุน

  • ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างมณฑล 600,211 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.7 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Pan-Pearl River Delta) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 54.8 มณฑลที่เข้าไปลงทุนในหูหนานมากสุด ได้แก่ เสฉวน กุ้ยโจว และกวางตุ้ง ส่วนใหญ่เข้าไปลงทุนใน 5 เมืองสำคัญ คือ ฉางซา เฉินโจว เหิงโจว
    เซียงถาน และจูโจว
  • ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ 16,191 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 49.94 และภาคบริการร้อยละ 46.21 ประเทศที่เข้าไปลงทุนในหูหนาน เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น หมู่เกาะเคย์แมน อังกฤษ และเยอรมนี
  • มณฑลหูหนานไปลงทุนในต่างประเทศ 1,610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 โดยมีโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศหลายแห่ง เช่น นิคมอุตสาหกรรมหูหนาน-เอธิโอเปีย นิคมอุตสาหกรรมเกษตรทันสมัยหูหนาน-ลาว และอัจมานไชน่าทาวน์
3. การท่องเที่ยว
  • ในปี 2561 หูหนานต้อนรับนักท่องเที่ยวรวม 753 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีน 749.35 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.65 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1
  • มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 835,573 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 โดยเป็นรายได้ท่องเที่ยวภายในประเทศ 825,512 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 และรายได้ท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปหูหนาน 5 อันดับแรก ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย สหรัฐฯ และไทย

4. การค้าการลงทุนไทย-หูหนาน 

4.1 มูลค่าการค้าไทย-หูหนาน

 

4.2 การลงทุนไทย-หูหนาน

  • การลงทุนของไทยในหูหนาน จนถึงสิ้นปี 2560 หูหนานได้อนุญาตให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในหูหนานรวม 55 บริษัท มูลค่าตามสัญญา 253.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการลงทุนจริง 166.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทใหญ่ของไทยที่ลงทุนในหูหนาน ได้แก่ บริษัทซีพี ส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านการเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปอาหารสัตว์ โรงพยาบาล และ CP Lotus Corporation
  • การลงทุนของหูหนานในไทย จนถึงสิ้นปี 2560 หูหนานเข้าไปลงทุนในประเทศไทย 93 บริษัท มูลค่าการลงทุนตามสัญญา 508 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการลงทุนจากฝ่ายจีน 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ หูหนานได้เข้าไปลงทุนตั้งเขตอุตสาหกรรมหูหนานที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี (มีพื้นที่ทั้งหมด 4 ตารางกิโลเมตร โดยเขตอุตสาหกรรมดังกล่าวได้รับการอนุญาตจากกรมพาณิชย์หูหนานให้เป็นเขตอุตสาหกรรมนอกประเทศแห่งแรกของมณฑลหูหนาน แบ่งออกเป็น 3 เฟส ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,000 ล้านหยวน โดยเฟสที่ 1 มีเนื้อที่ 1 ตารางกิโลเมตร เปิดใช้เมื่อปี 2553 มีนักลงทุนจากหูหนาน ไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เข้าไปลงทุน ส่วนใหญ่ในสาขาเคมีภัณฑ์และอะไหล่รถยนต์ เฟสที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง) และมีชาวหูหนานไปลงทุน/ทำงาน ในไทยประมาณ 15,000 คน

4.3 การท่องเที่ยวไทย-หูหนาน

คนไทยเดินทางไปหูหนาน 93,513 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.16 มากเป็นอันดับ 5 จากจำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางไปหูหนาน

 

Print