“นครเซี่ยงไฮ้” เมืองแห่งนวัตกรรมอันดับหนึ่งของจีน

“ความเปิดกว้าง ความเป็นนวัตกรรม และความเป็นเสรี ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของนครเซี่ยงไฮ้”  — ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

เซี่ยงไฮ้มีการเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งสู่ความเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน โดยใช้ความเป็นเอกลักษณ์และความได้เปรียบทางการแข่งขันของเมือง ผลักดันตนเองให้มีการเปิดกว้างดังปัจจุบัน ทั้งยังเป็นภาพสะท้อนของประเทศจีนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในความก้าวหน้าและการพัฒนา
ได้อย่างชัดเจน

จากการรายงานของ CHINADAILY พบว่า ใน 22 เมืองนวัตกรรมระดับโลก เซี่ยงไฮ้จัดอยู่ในอันดับที่ 16 ซึ่งสูงที่สุดในจีน ตามด้วย ปักกิ่ง ฮ่องกง เซินเจิ้น และหางโจว ทั้งนี้ จากรายงานของสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Institute for Science of Science) มีการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์กว่า 654 คนทั่วโลก ซึ่งพบว่านครเซี่ยงไฮ้มีโอกาสที่จะขยับอันดับขึ้นอีก โดยนักวิทยาศาสตร์ร้อยละ 24 คาดการณ์ว่านครเซี่ยงไฮ้จะก้าวสู่ 1 ใน 5เมืองนวัตกรรมระดับโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า ในขณะที่ร้อยละ 41 คาดการณ์ว่าเซี่ยงไฮ้จะขยับขึ้นมาอยู่ระหว่างอันดับที่ 6-10 อย่างไรก็ดี ร้อยละ 32 คิดว่าเซี่ยงไฮ้จะมีอันดับที่ดีขึ้น แต่มีโอกาสน้อยที่จะได้รับการจัดอันดับใน 10 อันดับแรก ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่านครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจและจับตามองอย่างมากทีเดียว

“ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกและองค์ประกอบที่เมืองอื่นไม่มี”
 นายหลี่ เฉียง เลขาธิการพรรมคอมมิวนิสต์ประจำเซี่ยงไฮ้

แม้ว่าเซี่ยงไฮ้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์หนึ่งด้านนวัตกรรมของจีน แต่มหานครแห่งนี้ก็ยังคงมีแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา นายหลี่ เฉียง ได้กล่าวในพิธีเปิด Pujiang Innovation Forum ว่า นครเซี่ยงไฮ้มุ่งมั่นที่จะมีองค์ประกอบครบทุกด้านสำหรับเทคโนโลยีด้านนวัตกรรม อาทิ การวิจัยและพัฒนาขั้นพื้นฐาน ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สภาพแวดล้อมที่เป็นนวัตกรรม นโยบายเปิดและการสนับสนุนต่าง ๆ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ในปัจจุบัน
นครเซี่ยงไฮ้มีศูนย์การลงทุนด้านการวิจัยนานาชาติมากที่สุดในจีนกว่า 400 แห่ง โดยศูนย์วิจัยส่วนใหญ่นั้นมุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการแพทย์ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ (Strategic Emerging Industries) นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ก็ยังคงมีแผนที่จะดึงดูดเงินทุนทั้งจากวิสาหกิจต่างชาติและศูนย์วิจัยต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วย โดยมีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุน
การลงทุนของศูนย์วิจัยต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเมืองแห่งศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรม

สำหรับบทความนี้ ศูนย์ BIC ขอนำเสนอศูนย์นวัตกรรม 4 แห่งในนครเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์รวมบริษัทเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมของโลกและสถาบันบ่มเพาะบริษัทเพื่อก้าวสู่บริษัทชั้นนำ ดังนี้

1. Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park (ZJ INNOPARK)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2535 ในเขตใหม่ผู่ตง มีพื้นที่ 95 ตร.กม. เป็นหนึ่งในเขตนิคมเทคโนโลยีระดับสูงของจีน และได้รับการขนานนามว่าเป็น
“Silicon Valley of China”  ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน อาทิ พื้นที่เทคโนโลยีด้านนวัตกรรม พื้นที่อุตสาหกรรมระดับสูง พื้นที่สำหรับการค้นคว้าและวิจัย
และพื้นที่อยู่อาศัยโดยมีนโยบายการส่งเสริมที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ส่งเสริมบุคลากร ส่งเสริมรัฐวิสาหกิจ ส่งเสริมการระดมเงินทุนและเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
และยังเป็นฐานพัฒนาอุตสาหกรรมหลายประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุตสาหกรรมสารสนเทศแห่งชาติ อุตสาหกรรมวงจรรวมแห่งชาติ อุตสาหกรรมสารกึ่งตัวนำแห่งชาติ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ การส่งออกซอฟต์แวร์แห่งชาติ แม่แบบอุตสาหกรรม
ทางวัฒนธรรมแห่งชาติ และการพัฒนาอุตสาหกรรมแอนิเมชันและเกมส์ออนไลน์แห่งชาติ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการและนักศึกษาแห่งชาติ
อีกด้วย ปัจจุบันนิคมฯ มีแพลตฟอร์มการบริการสู่สาธารณะจำนวน 36 แพลตฟอร์ม และศูนย์การวิจัยข้ามชาติจำนวน 547 แห่ง และมีวิสาหกิจที่บ่มเพาะในอุทยานฯ จำนวน 86 บริษัท

สำหรับ Zhangjiang 2019 Future Industries Forum ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยว่า เขตฯ มีแผนที่จะสร้างเกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Island) ครอบคลุมพื้นที่ 10,000 ตร.ม. ในเขต Zhangjiang ตอนกลาง ซึ่งเป็นฐานของอุตสาหกรรมดิจิทัลสารสนเทศและวิทยาศาสตร์
เพื่อการดำรงชีวิต โดยจะเน้นเรื่อง Big Data ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การประมวลผลแบบ Cloud Computing บล็อกเชน (Blockchain) ฯลฯ

2. Shanghai Shibei High-tech Park

ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 ในเขตจิ้งอัน ซึ่งอนุมัติโดยคณะกรรมการวางแผนของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ มีพื้นที่ 3.13 ตร.กม. และมุ่งเน้นด้านการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การพัฒนาความมั่นคงแข็งแรงของสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม และเร่งปฏิรูปแนวคิดและบทบาทด้านการบริการ โดยร้อยละ 70 ของผู้ประกอบการในนิคมฯ อยู่ในอุตสาหกรรมด้านการบริการ

ปัจจุบัน นิคมฯ แห่งนี้มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 5,000 คน มีรัฐวิสาหกิจและบริษัทจำนวนกว่า 2,000 บริษัท ที่เข้าร่วมบ่มเพาะในศูนย์ โดยผลงานที่พัฒนาภายในศูนย์และมีการนำมาใช้งานจริงในปัจจุบัน อาทิ ระบบการจำลองอุตสาหกรรมการบินและยานยนต์ ระบบขับเคลื่อนรถไฟฟ้าอัจฉริยะแบบไร้คนขับ ระบบรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจากทั่วโลก ระบบรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนาและวางแผนการท่องเที่ยว ระบบการส่งเสริมมาตรฐานอุตสาหกรรม ระบบรวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน และระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ

3. Shanghai Penta Innovation & Entrepreneurship institute

ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 ในเขตหยางผู่ โดยเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการด้าน Cloud Computing และ Big data เป็นหลัก มีการบริการด้านอาคารสถานที่ การให้คำแนะนำในการจัดตั้งบริษัท การวิจัยทางธุรกิจ และ Business Matching การให้บริการอุปกรณ์ของหน่วยงานในราคาต่ำ การให้คำปรึกษา
ด้านการเงินและแนะนำองค์กรการเงิน ประสานความร่วมมือกับบุคคลที่สาม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ การบริการของศูนย์แห่งนี้
แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) ผู้ประกอบการเข้าใช้พื้นที่ในการพัฒนาโครงการของตนเองโดยเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน 1,200 หยวน และ (2) การเข้าใช้พื้นที่พัฒนาโครงการของผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการแบ่งประเภทสองรูปแบบคือ บริษัทที่มีรายรับน้อยกว่า 10 ล้านหยวน สามารถเข้าใช้สถานที่และรับการสนับสนุนในระยะเวลา 3 เดือน โดยมีค่าใช้จ่าย 18,000 หยวน และบริษัทที่มีรายรับมากกว่า 10 ล้านหยวน สามารถเข้าใช้สถานที่และรับการสนับสนุนในระยะเวลา 6 เดือน โดยมีค่าใช้จ่าย 58,000 หยวน

4. College Students Pioneer Park

ก่อตั้งเมื่อปี 2552 ในเขตหยางผู่ โดยเป็นศูนย์สาธิตการสร้างวัฒนธรรมองค์กร และบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง ให้บริการสาธารณะสำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม (SMEs) ทั้งด้านนวัตกรรมและการพัฒนาของวิสาหกิจ รวมถึงให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ การขยายตลาด การเงิน ทรัพยากรมนุษย์ การยื่นขออนุมัติโครงการและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเอื้อต่อนักศึกษาหรือผู้ประกอบการทั่วไปที่มีความจำนงในการยื่นอนุมัติโครงการเข้ามาขอใช้พื้นที่และทรัพยากร
ของศูนย์ในการค้นคว้าและพัฒนาโครงการนั้น ๆ ตลอดจนการให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ โดยมีระยะเวลาในการบ่มเพาะโครงการ 6-12 เดือน
ซึ่งผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมรายเดือน 300 หยวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ชนะการแข่งขันที่ทางศูนย์จัดขึ้นทุกปี โดยทุกโครงการ
ที่ผ่านการอนุมัติจะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 หยวน ต่อโครงการ

 

 

 

จัดทำโดย: นางสาวพรฤทัย ศักดิ์สกุลพรชัย
แหล่งที่มา: การศึกษาดูงานศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในนครเซี่ยงไฮ้ 
เว็บไซต์:
1) shanghai.gov.cn   (ข้อมูล Shanghai Zhangjiang Hi-Tech Park และ Shanghai Shibei High-tech Park)
2) news.cn หัวข้อ Keynote speech by President Xi Jinping at opening ceremony of 1st China International Import Expo (วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561)
3) shibei.com
4) pudong.gov.cn หัวข้อ Plans announced for the development of Zhangjiang central area (วันที่ 14 มกราคม 2562)
5) chinadaily.com.cn   หัวข้อ Shanghai Aims for Top Tech City Status (วันที่ 31 ตุลาคม 2561)
และหัวข้อ Shanghai Ranks Top in China for Foreign-Invested Research Centers (วันที่ 30 ตุลาคม 2561)
รูปภาพจาก pexels.com

Phornruethai Saksakunphornchai

Phornruethai Saksakunphornchai

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม