- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (Thailand Business Information Center in China) - https://www.thaibizchina.com -

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง (XRL)

หลังจากเปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2561 รถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า XRL ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากบรรดานักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เดินทางระหว่างฮ่องกงและพื้นที่ทางใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่อย่างนครกว่างโจวและเมืองเซินเจิ้น วันนี้บีไอซีฮ่องกงจะรวบรวมข้อมูลสำคัญๆ ที่เหล่านักเดินทางชาวไทยควรรู้เกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟยอดนิยมสายนี้ ทั้งในเรื่องของเส้นทางและระยะเวลาการเดินทาง ค่าโดยสาร การแบ่งเขตบังคับใช้กฎหมาย วีซ่า การติดต่อสถานกงสุลไทยในกรณีฉุกเฉิน รวมไปถึงมุมมองทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของฮ่องกง

 

1. เส้นทางและระยะเวลาการเดินทาง

รถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกงมีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างนครกว่างโจวตอนใต้และตัวเมืองฮ่องกง โดยหากเดินทางจากฝั่งฮ่องกงจะต้องขึ้นรถไฟที่สถานีเกาลูนตะวันตก (West Kowloon Station) ผ่านเมืองเซินเจิ้น แล้วสุดปลายทางที่สถานีกว่างโจวใต้ (Guangzhou South Station) ในนครกว่างโจว การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงนี้สามารถช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างฮ่องกงและกว่างโจวได้เป็นอย่างมาก โดยหากเปรียบเทียบกับการนั่งรถไฟสายตรงระหว่างเมืองจากสถานีห่งฮัม (Hung Hom Station) ของฮ่องกง ไปถึงสถานีกว่างโจวตะวันออก (Guangzhou East Station) ที่ใช้เวลามากเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว การนั่งรถไฟความเร็วสูง XRL จะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 48 นาทีเท่านั้น

หลังจากถึงสถานีกว่างโจวใต้แล้ว ผู้โดยสารสามารถต่อรถไฟท้องถิ่นหรือรถไฟความเร็วสูงไปยังเมืองต่างๆ ของจีนได้เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง เป็นต้น ทำให้เมื่อคำนวณโดยรวมแล้วสามารถเดินทางจากฮ่องกงไปปักกิ่ง หรือจากปักกิ่งมาฮ่องกงได้ภายในระยะเวลาเพียง 9 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่ต้องใช้เวลาเดินทางมากถึง 24 ชั่วโมง ระยะเวลาการเดินทางด้วยรถไฟจากฮ่องกงไปยังเมืองหลักๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่สามารถดูได้ตามตารางเปรียบเทียบข้างล่างนี้

 

2. ค่าโดยสาร

ตารางราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงกว่างโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกงมีอยู่ด้วยกันสองแบบ แบบแรกเรียกว่า Published Fare เป็นราคาที่สามารถใช้ดูเป็นมาตรฐานได้ทุกช่วงเวลา แบบที่สองเรียกว่า Implemented Fare ซึ่งเป็นราคาที่ปรับใช้จริง โดย Implemented Fare จะปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาอาจสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น หรือ ถูกลงในช่วงเวลาที่มีคนใช้น้อย เพื่อดึงดูดให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟ XRL มากขึ้น ซึ่งราคาปรับใช้จริง (Implemented Fare) นี้จะไม่มีทางสูงไปกว่าราคามาตรฐาน (Published Fare) ดังนั้นเวลาซื้อตั๋วให้ดูตามตารางราคา Implemented Fare

นอกจากนี้ผู้โดยสารที่เดินทางจากฝั่งฮ่องกงสามารถซื้อตั๋วเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงได้ ซึ่งตารางราคาค่าโดยสารที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ฮ่องกงจะมีการประกาศใหม่ในวันแรกของทุกๆ เดือน เนื่องจากจะมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอตามค่าเงินหยวนของจีน โดยราคาค่าโดยสารระหว่างฮ่องกง – กว่างโจวชั้นธรรมดาจะอยู่ที่ 215 หยวน หรือ 252 ดอลลาร์ฮ่องกง ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ผู้โดยสารสามารถเช็คราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง XRL ได้ที่ https://www.highspeed.mtr.com.hk/en/ticket/fare.html [1]

 

3. การแบ่งเขตบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 รัฐบาลฮ่องกงได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่ร่วมกัน (Co-location Arrangement) ซึ่งระบุให้มีการแบ่งเขตพื้นที่กันอย่างชัดเจนระหว่าง “พื้นที่ของฮ่องกง” (Hong Kong Port Area) และ  “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” (Mainland Port Area) ภายในสถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการศุลกากร โดยผู้โดยสารรถไฟความเร็วสูง XRL จะสามารถผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและขั้นตอนศุลกากรทั้งของฮ่องกงและของจีนแผ่นดินใหญ่ได้เลยในทีเดียวที่สถานีเกาลูนตะวันตก ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

สำหรับ “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและขาออกของจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งชั้นชานชาลาของสถานี และภายในตู้รถไฟทั้งหมดตลอดเส้นทางการเดินทาง ซึ่ง “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” นี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาบริหาร ดังนั้นหากผู้โดยสารเดินทางมาจากฝั่งฮ่องกง เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชั้น B3 ไปแล้วก็จะถือว่าอยู่ภายใต้พื้นที่ความรับผิดชอบและกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางมาจากฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ ก็จะถือว่ายังอยู่ในพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่จนกว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกของจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชั้น B2

สำหรับข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับข้อตกลง Co-location Arrangement สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://www.thb.gov.hk/eng/policy/transport/policy/colocation/index.htm [2]

 

4. วีซ่า

เนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมืองของจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงจะรวมอยู่ที่สถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกง ผู้ที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง XRL จะต้องเตรียมวีซ่าให้พร้อมก่อนเดินทางไปยังสถานีนี้

4.1 จากจีนแผ่นดินใหญ่ไปฮ่องกง

ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยและมีวีซ่าเข้าจีนอยู่แล้ว สามารถเดินทางด้วยรถไฟ XRL จากเมืองต่างๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านเข้ามาฮ่องกงได้เลยโดยไม่ต้องใช้วีซ่าอื่นอีก เนื่องจากผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าฮ่องกง และสามารถพำนักอยู่ในฮ่องกงได้นาน 30 วัน

4.2 จากฮ่องกงไปจีนแผ่นดินใหญ่

สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยที่อยากจะเดินทางมาฮ่องกงก่อนแล้วค่อยนั่งรถไฟความเร็วสูง XRL เข้าไปจีนแผ่นดินใหญ่ จะต้องขอวีซ่าจีนก่อนมาฮ่องกง เพราะถึงแม้จะไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าฮ่องกง แต่ผู้เดินทางจะต้องมีวีซ่าจีนเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงก่อนที่จะขึ้นรถไฟ XRL ไปยังจีนแผ่นดินใหญ่

 

5. การติดต่อสถานกงสุลไทยในกรณีฉุกเฉิน

เนื่องจาก “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและกฎหมายของจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นเมื่อผู้โดยสารผ่านเข้าไปยัง “พื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่” ในสถานีเกาลูนตะวันตกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในชานชาลา หรือบนรถไฟก็ดี และต้องการติดต่อสถานกงสุลไทยเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ผู้โดยสารจะต้องติดต่อไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว มิใช่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ถึงแม้ว่าตัวผู้โดยสารและขบวนรถไฟจะยังอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงก็ตาม

อย่างไรก็ดี เนื่องจากเครือข่ายโทรศัพท์จะยังเป็นของฮ่องกงจนกว่าขบวนรถไฟจะแล่นออกจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเข้าไปยังพื้นที่เขตเมืองเซินเจิ้น ดังนั้นหากมีกรณีฉุกเฉินในระหว่างที่ขบวนรถไฟยังอยู่ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์ฉุกเฉินของตำรวจฮ่องกงได้โดยโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 999 หรือ 112 โดยตำรวจฮ่องกงจะประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่จีนแผ่นดินใหญ่และสถานกงสุลไทยเพื่อให้ความช่วยเหลือ เมื่อผู้โดยสารผ่านเข้าไปในพื้นที่เขตเมืองเซินเจิ้นและเครือข่ายโทรศัพท์เปลี่ยนเป็นของจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ก็สามารถโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 110 เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากตำรวจจีนได้

 

6. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของฮ่องกง

ระยะเวลาในการเดินทางที่สั้นลงและความสะดวกสบายในการใช้รถไฟความเร็วสูงนี้ส่งผลให้ผู้ที่เดินทางระหว่างฮ่องกงและพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่หันมานั่งรถไฟความเร็วสูง XRL แทนการนั่งรถไฟระหว่างเมืองมากขึ้น โดยตั้งแต่เปิดใช้มาจนถึงสิ้นปี 2561 มีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง XRL แล้วมากกว่า 5.2 ล้านคน

นอกจากนี้ การเปิดใช้รถไฟความเร็วสูง XRL ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ร่วมกับการเปิดใช้สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมทางด้านการท่องเที่ยวของฮ่องกงนั้นยังคงขยายตัวได้ท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังชะลอตัวลง ทั้งนี้เนื่องจากการพัฒนาระบบการคมนาคมดังกล่าวเอื้ออำนวยให้การเดินทางเข้า-ออกฮ่องกงสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงช่วยดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจเดินทางมาฮ่องกงมากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเข้ามาท่องเที่ยวหรือทำงานในฮ่องกงและมาเก๊า หรือเดินทางจากต่างประเทศมาที่ฮ่องกงแล้วต่อรถไฟเข้าไปจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งจำนวนผู้ที่เดินทางเข้ามาฮ่องกงได้เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 11.4 จาก 58.5 ล้านคนในปีพ.ศ. 2560 เป็น 65.1 ล้านคนในปีพ.ศ. 2561 โดยร้อยละ 78 ของจำนวนนี้เป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งบริษัททัวร์ในจีนแผ่นดินใหญ่หลายๆ บริษัทก็กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาใช้รถไฟความเร็วสูง XRL ในแพ็คเกจทัวร์มากขึ้นเพื่อร่นระยะเวลาการเดินทางให้กับลูกทัวร์ของตน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาฮ่องกงด้วยรถไฟความเร็วสูง XRL อีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งก็ถือได้ว่าการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของฮ่องกงแล้ว ยังตอบรับต่อนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการเชื่อมโยงฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่เข้าหากันเพื่อสร้างจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในพื้นที่ Greater Bay Area อีกด้วย

 

ปรับปรุงล่าสุด : 2 พฤษภาคม 2562
โดย : น.ส. ณัฐชนัญ อุสาหะ
แหล่งข้อมูล:
“Co-location Arrangement of the Guangzhou-Shenzhen-Hong Kong Express Rail Link (“XRL”)” booklet,
https://en.wikipedia.org/wiki/Guangzhou–Shenzhen–Hong_Kong_Express_Rail_Link [3],
http://www.expressraillink.hk [4],
http://www.highspeed.mtr.com.hk [5],
http://www.thb.gov.hk [6],
http://partnernet.hktb.com [7],
http://www.tourism.gov.hk [8],
https://www.gov.hk/en/about/abouthk/factsheets/docs/tourism.pdf [9], และ
หนังสือพิมพ์ The Standard ฉบับวันที่ 29 มกราคม 2562