อุตสาหกรรม 5G ในนครเซี่ยงไฮ้

อย่างที่ทราบกันดีว่า นครเซี่ยงไฮ้ในฐานะผู้บุกเบิกการปฏิรูปและการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีน ได้ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางของโลกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Global center for technology and innovation) ภายในปี 2563 ทำให้นครเซี่ยงไฮ้ไม่หยุดนิ่งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดนครเซี่ยงไฮ้ได้เป็นเมืองนำร่องอันดับต้น ๆ ของจีนที่เริ่มก้าวเข้าสู่ยุค 5G โดยการประยุกต์ใช้เครือข่าย 5G ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนี้

เขตหงโข่ว นครเซี่ยงไฮ้ ทดลองใช้เครือข่าย 5G ครั้งแรกของจีน

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขตหงโข่ว นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับบริษัท China Mobile Communications ได้ทดลองใช้เครือข่าย 5G ครั้งแรกของจีน ซึ่งมีความเร็ว 1 กิกะไบต์ และเป็นหนึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เร็วที่สุดในโลก โดยนายจาง เจี้ยนหมิง รองผู้อำนวยการ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสารสนเทศนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Commission of Economy and Informatization) ระบุว่า เขตหงโข่วจะมีการจัดตั้งสถานี 5G จำนวน 10,000 สถานี ภายในสิ้นปี 2562 และจะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 สถานีทั่วนครเซี่ยงไฮ้ภายในปี 2564

เครือข่าย 5G จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการผลิตและด้านยานยนต์อัจฉริยะ การรักษาทางการแพทย์ระยะไกล การจัดการชุมชนเมือง และการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศที่เร็วรวดมากขึ้น ทั้งนี้ จีนจะเริ่มออกใบอนุญาต 5G หลังจากปีนี้ ซึ่งเมื่อมีการใช้งานเครือข่าย 5G ทั่วประเทศ ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครือข่ายได้ด้วยซิมการ์ดของเบอร์โทรศัพท์มือถือตนเอง และต้องเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ที่รองรับ 5G ด้วย

โรงพยาบาล 5G ในนครเซี่ยงไฮ้ 

โรงพยาบาล Shanghai General ได้ตกลงร่วมมือกับบริษัท China Mobile Communications สาขานครเซี่ยงไฮ้ ในการก่อตั้งศูนย์รักษาพยาบาล 5G เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา

เทคโนโลยี 5G จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการบริการ การติดตามการรักษา การศึกษา การสื่อสาร การให้คำปรึกษาระยะไกล และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น นอกจากนี้ เทคโนโลยี 5G ยังช่วยในการสื่อสารระหว่างแพทย์ในรถฉุกเฉินกับทางโรงพยาบาลและการส่งข้อมูลของผู้ป่วยแม้จะยังอยู่บนรถฉุกเฉิน สามารถการเข้าถึงข้อมูลการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบ ณ ขณะนั้น และการส่งภาพได้อย่างรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที จะเห็นได้ว่าการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินนั้น “ทุกวินาที คือชีวิต” ซึ่งเมื่อเทคโนโลยี 5G เข้ามามีบทบาทในการแพทย์มากขึ้น ก็จะส่งผลให้การรักษามีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

มหาวิทยาลัย 5G แห่งแรกในจีน 

มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai University of Engineering Science) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในจีนที่ใช้เครือข่าย 5G โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยฯ ได้ตกลงร่วมมือกับบริษัท China Unicom สาขานครเซี่ยงไฮ้ ในด้านการศึกษา การค้นคว้าวิจัย และการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี 5G และใช้เวลา 4 เดือน ในการติดตั้งเครือข่าย 5G ครอบคลุมพื้นที่การเรียนการสอนและพื้นที่การวิจัยหลักของมหาวิทยาลัย อีกทั้งมีห้องปฏิบัติการที่นำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมในด้าน (1) ปัญญาประดิษฐ์ (2) การเข้าและถอดรหัสวีดิโอความละเอียดสูงพิเศษ (3) การคุ้มครองลิขสิทธิ์ดิจิทัล และ (4) Big data ในเครือข่าย 5G และส่งเสริมความสามารถในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ยังตั้งเป้าที่จะใช้เครือข่าย 5G ในการสร้างวิทยาเขตอัจฉริยะ ซึ่งประกอบด้วยห้องสมุดและห้องเรียน 5G อีกด้วย

5G ในอุตสาหกรรมรถยนต์จีน 

เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศเข้าสู่ยุคที่ยานพาหนะเชื่อมต่อกับระบบอัจฉริยะ และการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เชิงพาณิชย์ โดยในงาน Mobile World Conference ที่จัดขึ้น ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท Zhejiang Geely Holding Group ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ กับบริษัท Qualcomm ของสหรัฐฯ และ บริษัท Gosuncn Technology Group ของจีน ในการผลิตรถยนต์โดยใช้ 5G ร่วมกับ C-V2X* เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดในปี 2564

โดยรถยนต์รุ่นใหม่ของ บ. Geely เป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีการทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระ (autonomous technology) ระดับที่ 3 ทั้งนี้ ระดับของเทคโนโลยีการทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระ มีดังนี้ (1) ระดับ 2 หมายถึง “ไม่ต้องใช้มือจับ (hand off)” โดยระบบอัตโนมัติจะควบคุมยานพาหนะได้อย่างเต็มที่ แต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องคอยตรวจสอบการขับขี่และเตรียมพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงทันทีทุกเวลา (2) ระดับ 3 หมายถึง “ไม่ต้องมอง (eyes off)” โดยยานพาหนะจะจัดการกับสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองทันที แต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปแทรกแซงในบางช่วงเวลาที่จำกัด และ (3) ระดับ 5 เป็นระดับมาตรฐานสูงสุด ที่ไม่จำเป็นต้องมีการควบคุมจากมนุษย์

ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนก็กำลังพยายามส่งเสริมด้านเทคโนโลยีอยู่เช่นกัน โดยผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมพยายามที่จะร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนารถยนต์อัจฉริยะ อาทิ บริษัท Changan Automobile ร่วมมือกับ บริษัท Huawei เมื่อเดือนมกราคม ในการก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมสำหรับเครือข่ายรถยนต์ 5G และเทคโนโลยี C-V2X

ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะมีรถยนต์อัจฉริยะที่มีฟังก์ชันทำงานด้วยตนเองได้อย่างอิสระที่ร้อยละ 50 ของรถยนต์ใหม่ที่จะจำหน่ายในจีนในปี 2563 โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด IDC คาดการณ์ว่า จีนจะกลายเป็นตลาด internet of things ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2565 โดยมีรายจ่าย 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

เพิ่มเติม: Cellular Vehicle-To-Everything (C-V2X) เป็นเทคโนโลยีไร้สายที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ ผู้ขับขี่ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร

 

จัดทำโดย นางสาวพรฤทัย ศักดิ์สกุลพรชัย / ศูนย์ BIC นครเซี่ยงไฮ้
ที่มา: หนังสือพิมพ์ 上海日报 หัวข้อเกี่ยวกับ 5G ฉบับวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์/ 31 มีนาคม/ และ 10 เมษายน 2562
รูปภาพจาก: China Daily/ Pixabay/ SINA Corp./ ctoutiao.com/ และ EDNChina

Phornruethai Saksakunphornchai

Phornruethai Saksakunphornchai

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม