เตือนภัยธุรกิจ“ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูผู้ค้าให้บุกถึงโรงงาน!”

          ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการไทยรายหนึ่ง ซึ่งทำการสั่งซื้อสินค้าโลหะจากจีน แต่ต้องตะลึงเพราะสินค้าที่ได้กลับกลายเป็นก้อนซีเมนต์ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา รวมถึงโอกาสที่จะพัฒนากลายเป็นคู่ค้ารายใหม่ในอนาคต แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อลดปัญหาที่มีต่อผู้ค้าจีน ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะอยู่คนละโลกกับเรา ให้กลายเป็นคู่ค้าที่เชื่อใจได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากกัน

(ภาพแผนวงกลมการตรวจสอบผู้ขาย)

1. การเข้าไปเยี่ยมโรงงาน เป็นวิธีอันดับต้นๆ ที่เราจะสามารถเชื่อใจบริษัทคู่ค้า เราจำเป็นต้องลงทุนเหนื่อยไปดูโรงงานผู้ผลิตให้เห็นกับตาจริงๆเสียก่อน แม้กระนั้นเราก็ยังคงไว้ใจไม่ได้เสียทีเดียว เพราะบริษัทที่เป็นคู่ค้า แบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ตัวแทนจำหน่าย (Distributor) โรงงานขายตรง (Manufacturer) หรือ ผู้นำเข้าขายต่อ (Trading) การที่เราค้นหาเจอโรงงานขายตรงนั้น เป็นสิ่งที่ยากมาก แต่เราสามารถจะไว้วางใจได้มากที่สุด เพราะมีสินค้าจริงๆ ไม่ใช่เอาสินค้าผู้อื่นมาขายต่อหรือกล้าส่งสินค้าปลอมๆ มาให้เราได้ หลังจากที่ตกลงปลงใจแล้วว่าจะซื้อสินค้าที่นี่ เราจำเป็นต้องขอเอกสารที่จำเป็น เช่น เอกสารรับรองบริษัท เอกสารการจ่ายภาษี เป็นต้น เพื่อตรวจสอบว่าชื่อของบริษัทนั้นตรงกับที่เขาอ้างมาหรือเปล่า และเอกสารที่เขายื่นต่อการส่งออก หรือยื่นต่อธนาคาร ตรงกันหรือไม่ หากไม่แล้วละก็อาจจะหมายความว่า เขาอาจจะต้องหาบริษัทส่งออกแทนเขา หากเป็นเช่นนี้ก็คงน่าเชื่อใจได้ยาก เพราะบริษัทเขาทำไมถึงไม่สามารถส่งออกในนามของเขาได้ โดยในกรณีนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ กล่าวคือ หากสินค้านั้นเป็นสินค้าปลอม ทางเราอาจจะไม่สามารถฟ้องร้องค่าเสียหายอะไรได้ ทั้งนี้การทำลักษณะดังกล่าวทางผู้ขายจำเป็นต้องออกเอกสารมอบความรับผิดชอบว่า ผู้ส่งออกแทนนั้น ส่งออกในนามของบริษัทของเขา เพื่อที่ว่าหากเกิดปัญหาเรื่องสินค้าขึ้นจริงๆ ใครละจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดนั้น

2. ขอรายชื่อคู่ค้า ลูกค้าหน้าเก่าที่เขาเคยส่งออกไป การขอรายชื่อคู่ค้าของผู้ขายนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพและเครดิตของผู้ค้าได้อย่างดี หากเขาไม่มีรายชื่อคู่ค้าหรือไม่กล้ามอบให้เรานั่นหมายความว่า เราตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงเพราะทางเขาอาจะไม่มีมันอยู่ในมือก็ได้ และหลังจากการที่เราได้รับรายชื่อคู่ค้าแล้ว เราก็สามารถตรวจสอบผ่านอินเตอร์เน็ตได้ โดยค้นหาว่าบริษัทคู่ค้านั้นๆ มีตัวตนจริงหรือไม่ อีกทั้งเรายังสามารถดูเว็บไซต์ของคู่ค้าๆนั้นได้อีกว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ผ่านการตรวจสอบรายชื่อสินค้า ว่ามีสินค้าของผู้ขายเราจำหน่ายอยู่หรือไม่ หรือถ้าหากเราจะลองสอบถามไปยังคู่ค้าของผู้ขายเราโดยตรงว่า เราสนใจสินค้าตัวนี้ เราสามารถขอรายละเอียดสินค้าได้หรือไม่ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราตรวจสอบว่าเขามีการซื้อขายกันจริงๆ และไม่ได้หลอกเรา

3. ค้นหาชิปปิ้งที่เชื่อใจ ในการสั่งซื้อครั้งแรก การสั่งซื้อโดยใช้วิธี Ex-works¹ เป็นวิธีที่ดีมาก เพราะว่า เราสามารถส่งหน่วยสอดแนมเข้าไปดูตอนโหลดสินค้าลงตู้ได้ เราสามารถให้ทางชิปปิ้งนำกล้องถ่ายรูปไปถ่ายสินค้าระหว่างโหลดได้ โดยเราสามารถอ้างว่า เราเกรงว่าสินค้าจะมีชำรุดเผื่อเคลมกับประกันจึงต้องถ่ายรูปเพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่จริงๆแล้ว การถ่ายรูปคือโอกาสตรวจสอบสินค้าเบื้องต้นว่าสินค้าที่เขานำขึ้นตู้จากโรงงานเป็นอะไรนั่นเองและจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะส่งก้อนกรวด ก้อนทราย ยัดไส้มาให้เราอีก ในส่วนของชิปปิ้งนั้นหากเราจะโหลดสินค้าเอง ชิปปิ้งจากเมืองไทยเราย่อมต้องมีเครือข่ายที่ไว้ใจในประเทศนั้นๆ เราสามารถไหว้วานให้เขามาช่วยตรวจสอบเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมในปัญหาที่เราไม่เห็นสินค้า ตอนที่เขาส่งสินค้าให้เราได้อีกด้วย

4. ลองเปลี่ยนวิธีจ่ายเงิน การจ่ายเงินแบบ L/C ไม่ใช่ว่าปลอดภัยเสมอไป เพราะการซื้อนั้นธนาคารปล่อยเงินและสินค้าให้เรา เพียงดูเอกสารว่าตรงกันหรือไม่เท่านั้น ธนาคารไม่ได้เข้าไปดูเลยว่าสินค้านั้นเป็นอย่างไร แต่ทางธนาคารทางฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถเป็นผู้ค้ำประกันให้เราได้เฉพาะในเอกสารว่า เขาส่งสินค้าให้เราจริงๆ ชื่อสินค้าตรงกับสัญญาซื้อของ จำนวนถูกต้อง และทางส่วนของผู้นำเข้ามีกำลังในการชำระหนี้เท่านั้น ดังนั้นการเปิด L/C At Sight² ในสินค้า

ล็อตแรกจึงเป็นอันตรายอย่างยิ่ง หากผู้ขายส่งสินค้าให้เราช้าแล้ว เมื่อของมาถึงท่าเรือ เราต้องทำ Shipping guarantee³ ไปรับสินค้า หมายถึงว่าเรายอมรับเงื่อนไขการผิดสัญญาอื่นๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นจ่ายเงินล่วงหน้าแบบอื่น เช่น T/T Advance, D/P At Sight4 ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ดังนั้นเราควรจะเลือกชำระแบบมีเครดิตเท่านั้น ทั้งนี้ทางผู้ค้าจะไม่ต้องกังวลว่าเราจะเบี้ยวจ่าย เพราะทางธนาคารฝั่งเรายังค้ำประกันอยู่ ยกเว้นสินค้าที่นำเข้าผิดเงื่อนไข เราสามารถนำหมายศาลไประงับการจ่ายเงินได้ทันที ดังนั้นการใช้ Term Payment ให้ได้ประโยชน์กับเรามากที่สุดคือ การได้ของแล้วค่อยจ่ายเงิน เช่น L/C After sight, T/T after B/L หรือ AWB date5 หลังจากที่เราได้รับสินค้าหรือเอกสาร ให้เรามีเวลาพอที่จะตรวจคุณภาพสินค้าก่อนชำระเงิน ทั้งนี้การผ่อนผันเรื่องวันเป็นสิ่งที่เราต้องเจรจากับผู้ค้าให้เขาเชื่อว่าเราต้องจ่ายแน่ๆL/C After sight จึงเป็นแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับมากที่สุด

(ภาพประกอบวิธีการเปิด L/C ของธนาคารกสิกรไทย)

          จีนยังคงเป็นประเทศแห่งการผลิตที่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายที่ให้ผู้ซื้อทั่วโลก ได้เลือกสรรค์และมีทรัพยากรมากมาย แต่ทว่าในความมากมายนั้นก็แฝงไปด้วยมิจฉาชีพ ดังนั้นหากเราลองปรับแก้วิธีกระบวนการจัดซื้อแล้วละก็ ก็คิดว่าน่าจะช่วยแก้ไขปัญหาการหลอกลวงจากการซื้อสินค้าจากจีนได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว!

คำอธิบายเพิ่มเติม:

¹ Ex-Works คือ ราคาหน้าโรงงาน กล่าวคือ ทางผู้ซื้อจำเป็นต้องไปรับสินค้าเอง ภาระของผู้ขายสิ้นสุดหลังจากที่เขาส่งสินค้า ณ หน้าโรงงาน

² T/T Advance คือ วิธีการชำระเงินที่ผู้ขายหรือผู้ส่งออกได้รับชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าจากผู้ซื้อ โดยจะส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในภายหลัง

³ Shipping Guarantee คือ ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันเพื่อการออกสินค้าที่ขนส่งทางเรือ

4 D/P At Sight คือ เป็นตั๋วที่กำหนดให้ผู้ซื้อชำระเงินให้แก่ธนาคารในต่างประเทศทันที ก่อนที่จะรับเอกสารไปออกสินค้า

5 T/*T After B/L Date หรือ AWB คือ วิธีการชำระเงินที่ผู้ขายหรือผู้ส่งออก นับจากวันบน Bill of Lading หรือ Airway Bill

 

 

 

จัดทำโดย นายกองพล กำจรสุขรุจี

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

ข้อมูลอ้างอิง :

1. Study Case

2.International Bank Guarantee / Standby L/C จาก ธนาคารกสิกรไทย

3. ISO 9001 for Purchasing Professionals จาก Ombu Enterprisese, LLC

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม