บริหารจัดการแรงงานข้ามชาติแบบเบ็ดเสร็จ: กรณีศึกษาเขตทดลองฯ เมืองรุ่ยลี่

แรงงานนับเป็นหนึ่งในสี่ปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานที่สำคัญของอุตสาหกรรม แต่ขณะนี้ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานกลุ่มไร้ฝีมือและกึ่งไร้ฝีมือ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจำนวนมากได้เลือกใช้ “แรงงานข้ามชาติ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากมีค่าจ้างไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับแรงงานในประเทศ อีกทั้งยังสามารถหาได้ง่ายโดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณชายแดน อย่างไรก็ดี นายจ้างส่วนใหญ่มักจ้างแรงงานข้ามชาติเหล่านี้โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีผลกระทบต่อสวัสภาพของแรงงานเหล่านั้น รวมถึงยังเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของรัฐเนื่องจากไม่สามารถบริหารจัดการ “กระแส” การย้ายถิ่นฐานทางเศรษฐกิจดังกล่าวได้

การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศจีนขณะนี้ก็จำเป็นต้องอาศัยแรงงานต่างชาติจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดนที่มีจำนวนประชากรเบาบาง และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการลดต้นทุนเนื่องจากค่าจ้างแรงงานจีนปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากอันเป็นผลจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจด้านอุปทาน (supply-side structural reform) ซึ่งเป็นปัจจัย ที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐจีนจำเป็นต้องพิจารณาหามาตรการเพื่อการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติอย่างเป็นระบบ  อันเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการชายแดน

สำหรับมณฑลยูนนาน เมืองรุ่ยลี่ เขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อและจิ่งโพ เต๋อหง นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนควบคู่ไปกับการสร้างระบบบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ โดยเมืองรุ่ยลี่ซึ่งอยู่ติดกับเมืองมูเซของประเทศเมียนมาเป็นด่านชายแดนของมณฑลยูนนานที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุด ในแต่ละวันมีผู้เดินทางผ่านเข้าออกด่านรุ่ยลี่ถึงวันละ 50,000 คน รวมทั้งยังมีชาวเมียนมาจำนวนมากเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองรุ่ยลี่

เมื่อปี 2555 สภาแห่งรัฐของจีนได้อนุมัติ “แผนดำเนินการพัฒนาเขตทดลองเพื่อการพัฒนาและเปิดสู่ภายนอก เมืองรุ่ยลี่” (Key Experimental Zone For Development and Opening-up) ซึ่งมีแนวพรมแดนยาว 288.9 กิโลเมตร มีพื้นที่ 1,040 ตารางกิโลเมตร เขตทดลองดังกล่าวมีเมืองรุ่ยลี่เป็นศูนย์กลางโดยครอบคลุมพื้นที่เมืองหมางซื่อและอำเภอหล่งชวนในเขตปกครองตนเองฯ เต๋อหงด้วย ทั้งนี้ ภายในเขตทดลองฯ มีด่านระดับชาติประเภทหนึ่ง 2 ด่าน ประกอบด้วย ด่านรุ่ยลี่ และด่านหว่านติง รวมทั้งยังมีการจัดตั้งเขตความร่วมมือเศรษฐกิจชายแดน 2 แห่งทั้งที่รุ่ยลี่และหว่านติงด้วย

การจัดตั้งเมืองรุ่ยลี่เป็นเขตทดลองฯ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่พัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่แล้ว ยังเป็นโอกาสของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทดลองบูรณาการการทำงานด้านบริหารจัดการชายแดนอีกด้วย โดยในปี 2556 เมืองรุ่ยลี่ได้จัดตั้ง “ศูนย์บริการและบริหารชาวต่างชาติเมืองรุ่ยลี่” (Ruili Service and Administration Center for Foreigners) ซึ่งจนถึงขณะนี้ นับเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service) ที่สามารถบริหารจัดการชาวต่างชาติแบบครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวของจีน โดยหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ภายในศูนย์ดังกล่าว อาทิ หน่วยตรวจสอบการเข้าออกและกักกันโรคสังกัดศุลกากรจีน (China Entry-Exit Inspection and Quarantine) หน่วยตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านทรัพยากรแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งให้บริการทั้งการตรวจร่างกาย การขอใบอนุญาตพำนักชั่วคราว และการขอใบอนุญาตทำงานแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาทำงานในเขตทดลองฯ เมืองรุ่ยลี่

เบื้องต้นศูนย์บริการฯ ให้บริการแก่แรงงานชาวเมียนมาที่ถือหนังสือผ่านแดน (border pass) ซึ่งเป็นแรงงานส่วนใหญ่ของเขตทดลองฯ เท่านั้น แม้ด่านรุ่ยลี่จะเป็นด่านระดับชาติประเภทหนึ่ง ซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางผ่านเข้าออกด้วยหนังสือเดินทางได้ แต่ด้วยปัญหาความไม่สงบในเมียนมา ทำให้ทางการเมียนมาไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางผ่านเข้าออกด่านมูเซด้วยหนังสือเดินทาง ดังนั้น การเดินทางผ่านเข้าออกด่านรุ่ยลี่-มูเซจึงจำกัดเฉพาะชาวจีนและชาวเมียนมาที่ถือหนังสือผ่านแดนเท่านั้น

ที่สำคัญภายในศูนย์บริการฯ ยังมีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ “บริษัท Ruili Huiyang Labour Service จำกัด” เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจัดหางานและแรงงานในเขตทดลองฯ ด้วย โดยบริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกจับคู่นายจ้างที่ต้องการแรงงานกับแรงงานต่างชาติที่มองหาตำแหน่งงานในเขตทดลองฯ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

  • นายจ้างแจ้งความต้องการด้านแรงงาน อาทิ จำนวน และลักษณะแรงงานที่ต้องการแก่บริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทในเขตทดลองฯ ได้รับสิทธิพิเศษที่สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติ
  • บริษัทฯ ดำเนินการจัดหาแรงงานต่างชาติให้แก่นายจ้าง ซึ่งเป็นแรงงานเมียนมาเป็นหลัก
  • บริษัทฯ ดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานเมียนมาที่มีหนังสือผ่านแดนและประสงค์จะทำงาน โดยแปลเอกสารประจำตัวของแรงงานเป็นภาษาจีนและส่งข้อมูลเข้าไปในระบบของศูนย์บริการและบริหารชาวต่างชาติเมืองรุ่ยลี่
  • หน่วยงานภายในศูนย์บริการและบริหารชาวต่างชาติเมืองรุ่ยลี่ดำเนินการตรวจร่างกาย ออกใบอนุญาตพำนักชั่วคราว และออกใบอนุญาตทำงานแก่แรงงานเมียนมา โดยใช้ข้อมูลในระบบที่บริษัทฯ จัดเก็บให้ ทั้งนี้ สำหรับแรงงานเมียนมาที่ไม่ผ่านการตรวจร่างกาย หากเป็นโรคไม่ร้ายแรง จะได้รับการรักษาให้หายขาดก่อนเข้ากระบวนการตรวจร่างกายอีกครั้ง แต่หากเป็นโรคร้ายแรง จะได้รับการรักษาในเบื้องต้นก่อนส่งกลับเมียนมาต่อไป
  • บริษัทฯ ดำเนินการฝึกอบรมภาษาจีนและทักษะอื่นที่จำเป็นให้แก่แรงงานเมียนมาที่ผ่านการตรวจร่างกาย โดยแรงงานต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการอบรมข้างต้น หากแรงงานไม่สามารถจ่ายได้ นายจ้างจะต้องเป็นผู้สำรองจ่ายและหักจากค่าแรงต่อไป

นับแต่ก่อตั้งศูนย์บริการและบริหารชาวต่างชาติเมืองรุ่ยลี่ได้ให้บริการแก่แรงงานเมียนมากว่า 100,000 รายแล้ว อาจกล่าวได้ว่ารูปแบบการดำเนินการของศูนย์ข้างต้นเป็นหนึ่งในแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของจีนในด้านการบริหารจัดการชายแดน ซึ่งประเทศไทยสามารถศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการแรงงานเมียนมาที่เดินทางข้ามมาทำงานตามจังหวัดชายแดนภาคตะวันตกและภาคเหนือ โดยการบริหารจัดการที่เป็นระบบเช่นนี้จะช่วยให้การป้องกันปัญหาด้านความมั่นคงโดยเฉพาะการค้ามนุษย์ได้ดีขึ้น

ที่สำคัญ ศูนย์ข้างต้นยังมีความโดดเด่นในแง่การให้บริการโดยการปฏิบัติต่อแรงงานเมียนมาในลักษณะ “ลูกค้า” หรือ “ผู้มาใช้บริการ” ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าที่น่าชื่นชมและสอดคล้องกับแนวโน้มของแนวปฏิบัติด้านแรงงานระหว่างประเทศที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของแรงงาน นอกจากนี้ การจ้างงานภายในเขตทดลองฯ ยังยึดอัตราค่าแรงพื้นฐานเท่ากันในงานประเภทเดียวกันของทั้งแรงงานจีนและเมียนมา ถือเป็นการสร้างหลักประกันความเป็นธรรมด้านการจ้างงานอีกด้วย

จัดทำโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง

Avatar

Kosin Boonyawattanopas

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม