เมืองหลิ่วโจวเปิดตัว “รถยนต์อัจฉริยะ” รองรับกระแสยานยนต์แห่งโลกอนาคต

ไฮไลท์

  • การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสมัยใหม่ เทคโนโลยีพลังงานทางเลือก และเทคโนโลยีการพัฒนาวัสดุใหม่หล่อหลอมเข้ากับอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นแรงขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมยานยนต์จีนก้าวหน้าไปอีกขั้น
  • แผนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะกลาง-ยาวของรัฐบาลจีนได้กำหนดให้ “ยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ” (Intelligent Connected Vehicles) หรือ ICV เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยน (breakthrough) ของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์จีน
  • ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท SGWM (上汽通用五菱汽车股份有限公司) ในเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำของจีน ได้ชูแนวคิดการพัฒนายานยนต์ยุคใหม่ที่ฉีกทุกกฎของวงการยานยนต์ด้วย “รถยนต์พลังงานทางเลือก+เครือข่ายอัจฉริยะ5G” เพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
  • ประเด็นที่น่าจับตามอง คือ แม้ว่าจีนจะประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับหนึ่ง แต่จีนยังคงต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความท้าทายอีกไม่น้อย โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการจ่ายเงินสนับสนุนสำหรับผู้ซื้อรถยนต์พลังงานทางเลือก การแข่งขันในตลาด มาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงกฎหมายรองรับยานยนต์อัจฉริยะที่ยังไม่สมบูรณ์

 

รัฐบาลจีนได้ตระหนักถึงปัญหามลภาวะทางอากาศและหมอกควันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจีนจากสาเหตุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ล่าสุด ทางการจีนได้เพิ่มความพยายามที่จะดึงภาคประชาชนเข้ามาร่วมรณรงค์แก้ไขปัญหาข้างต้น โดยมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกเป็นแนวทางหนึ่งที่ทางการจีนกำลังรณรงค์อยู่อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2555 จีนมียอดการผลิตและจำหน่ายรถยนต์พลังงานทางเลือกสูงที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน ปริมาณรถยนต์พลังงานทางเลือกมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของทั้งโลก การเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวช่วยให้เกิดการลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน การจ้างงาน และเม็ดเงินภาษีขยายตัวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกำลังเป็นตัวจักรสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ของจีน

แนวโน้มข้างต้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสมัยใหม่ เทคโนโลยีพลังงานทางเลือก และเทคโนโลยีการพัฒนาวัสดุใหม่ถูกหล่อหลอมเข้ากับอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นแรงขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมยานยนต์จีนก้าวหน้าไปอีกขั้น ซึ่งในแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะกลาง-ยาวของรัฐบาลจีนได้กำหนดให้ “ยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ” (Intelligent Connected Vehicles) หรือ ICV เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยน (breakthrough) ของการพัฒนาในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน

ล่าสุด ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท SGWM (上汽通用五菱汽车股份有限公司) ในเมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำของจีน ได้ชูแนวคิดการพัฒนายานยนต์ยุคใหม่ที่ฉีกทุกกฎของวงการยานยนต์ด้วย “รถยนต์พลังงานทางเลือก+เครือข่ายอัจฉริยะ5G” เพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

บริษัท SGWM เปิดตัวรถยนต์ E100 รถยนต์พลังงานทางเลือกขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าในปี 2560 จากนั้นได้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่องไปสู่ยานยนต์อัจฉริยะไร้คนขับที่สามารถวิ่งได้ตามเส้นทางที่กำหนดแบบจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง (Point to Point) และในเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา ในงานเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ New Baojun (新宝骏) บริษัท SGWM ประกาศว่าจะพัฒนารถยนต์และการบริการภายใต้แบรนด์ดังกล่าวสู่ระบบเครือข่ายอัจฉริยะ

พัฒนาการของรถยนต์พลังงานทางเลือกของบริษัท SGWM ดังนี้

  • ปี 2560 เปิดตัวรถยนต์ Baojun E100 รถยต์พลังงานทางเลือกรุ่นแรกของกว่างซี โดยเปิดให้ประชาชนได้ทดลองขับฟรี 2,000 คัน และขายออกสู่ตลาด
  • ปี 2561 เปิดตัวรถยนต์ Baojun E200 เป็นรถยนต์พลังงานทางเลือกรุ่นที่สองที่มีการปรับปรุงชิ้นส่วน ดีไซน์ และสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลมากขึ้น (วิ่งได้ 250 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม.)
  • ปี 2562 เปิดตัวแบรนด์ New Baojun แบรนด์รถยนต์พลังงานทางเลือกแบรนด์ใหม่ที่มี “ระบบอัจฉริยะ+เครือข่ายอินเทอร์เน็ต” เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีระบบสนับสนุนการขับขี่อัตโนมัติ

รถยนต์อัจฉริยะ 2 รุ่นภายใต้แบรนด์ New Baojun ที่บริษัท SGWM พัฒนาร่วมกับ PATEO (博泰) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านไอที คือ RC-6 และ RM-5 เป็นรถยนต์ที่มีโซลูชันด้าน IoV (Internet of Vehicle) ในการเชื่อมต่อยานยนต์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ หรือรถยนต์กับอุปกรณ์แวดล้อมต่างๆ แต่เป็นการเพิ่มความปลอดภัยบนถนนและประสิทธิภาพในการขับขี่ผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสนับสนุนการขับขี่อัตโนมัติ

นอกจากนี้ บริษัท SGWM ได้ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเต็มตัว (L4) โดยผนึกกำลังร่วมกับ 4 องค์กรยักษ์ใหญ่อย่างบริษัทหัวเหว่ย บริษัท China Mobile บริษัท UISEE (驭势科技) และรัฐบาลกว่างซี เพื่อสร้างถนนที่เชื่อมต่อระบบอัจฉริยะสำหรับใช้ทดสอบการขับขี่รถยนต์ไร้คนขับ

ปัจจุบัน ถนนดังกล่าวมีการติดตั้งสถานีสัญญาณ 5G ที่ครอบคลุมตลอดเส้นทาง สามารถควบคุมการขับขี่ระยะไกลผ่าน 5G และเปิดให้สาธารณชนได้ทดลองใช้แล้ว ขณะเดียวกันได้วางแผนพัฒนาเทคโนโลยีฟังก์ชันอื่นที่น่าสนใจ เช่น การเรียกรถยนต์ให้มาหาเจ้าของด้วยปุ่มบังคับเพียงปุ่มเดียว การแจ้งเตือนเมื่อรถยนต์เกิดความผิดปกติ การแจ้งสัญญาณไฟจราจร และการเพิ่มความเร็วระหว่างการขับขี่ในระบบไร้คนขับ

ทั้งนี้ คาดหมายว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนจะเน้นเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเชื่อมต่ออัจฉริยะ พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) การจราจรอัจฉริยะ และเมืองอัจฉริยะ ซึ่งมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นฐานผ่านการทำงานร่วมกันของคน รถยนต์ ถนน และเทคโนโลยีคลาวด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งโลกอนาคต

แม้ว่าจีนจะประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับหนึ่ง แต่จีนยังคงต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความท้าทายอีกไม่น้อย โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการจ่ายเงินสนับสนุนสำหรับผู้ซื้อรถยนต์พลังงานทางเลือก การแข่งขันในตลาด มาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงกฎหมายรองรับยานยนต์อัจฉริยะที่ยังไม่สมบูรณ์

 

 

จัดทำโดย นางสาววัชราภรณ์  พรหมพินิจ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com (中国新闻网) ประจำวันที่ 14 กรกฎาคม 2562
       เว็บไซต์ auto.gasgoo.com
รูปประกอบ www.pixabay.com และ www.sgmw.com.cn

thaibiz_editor

thaibiz_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม