เผยความลับท้ายครัวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวจีนในปัจจุบัน ตอนที่ 1


小康2014年2月刊

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

อาหารเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่สำคัญของมนุษย์ สำหรับไลฟ์สไตล์จีนสมัยใหม่ที่ผู้คนมีพร้อมทั้งกำลังซื้อและความมีอิสระในการเลือกที่จะเข้าถึงการบริโภคอาหารอันหลายหลากมากกว่าในอดีต ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหาร ผลิตภัณ์อาหาร สินค้าเกษตร วัตถุดิบด้านการปรุงรส และอื่นๆ เติบโตและขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย

จากยุคเปิดประเทศจนถึงปัจจุบันกว่า 3 ทศวรรษ สังคมจีนได้พัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดจากสังคมที่มีความยากจนสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 9.5% ในแต่ละปี เรียกได้ว่า สังคมจีนในปัจจุบันนั้นได้เข้าสู่ภาวะ สังคมกินดีอยู่ดี อย่างสมบูรณ์

วิถีชีวิตในสังคมเมืองใหญ่ที่เร่งรีบ ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาของเมืองและกลไกลตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหารการกิน จากผลการสำรวจ ดัชนีการกินดีอยู่ดีด้านการกินดื่มในสังคมจีน ประจำปี 2557 ทำให้ทราบถึงแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนในเบื้องต้นทางด้านอาหารในปีนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการไทยไว้เป็นแนวทางพื้นฐานการทำตลาดในจีนต่อไป

 

ผลการสำรวจดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการในช่วงปลาย ม.ค. ของแต่ละปี โดยในปี 2557 นี้ กลุ่มตัวอย่างที่ทำการสำรวจสามารถแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

 1. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างใน 3 ภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่

ภูมิภาค

สัดส่วน (%)

จีนตะวันออก

57.6%

จีนตอนกลาง

28.6%

จีนตะวันตก

13.8%

สัดส่วนการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคตะวันออกของจีนมากกว่าครึ่งหนึ่ง เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งของหลายนครใหญ่และเขตเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ยังมีประชากรอาศัยอยู่อย่างเนืองแน่น และพฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลาย

ส่วนมณฑลเสฉวน และ นครฉงชิ่ง อยู่ในภูมิภาคตะวันตก ซึ่งกลุ่มตัวอย่างถูกจัดอยู่ในสัดส่วนน้อยที่สุด แต่ใน 2 เขตนี้ รวมกันแล้วมีประชาการมากกว่า 120 ล้านคน อีกทั้งผู้บริโภคในปัจจุบันโดยเฉพาะในนครใหญ่อย่างเฉิงตูและฉงชิ่ง เริ่มเปิดกว้างยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะด้านอาหารการกินมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นสากล

2. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างระหว่างเพศชายและหญิง

เพศ

สัดส่วน (%)

ชาย

56%

หญิง

44%

3. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากอายุด้วยการแบ่งช่วงปีทศวรรษของการเกิด

เกิดช่วงปีทศวรรษ

สัดส่วน (%)

ทศวรรษที่ 90 – ปัจจุบัน

24.4%

ทศวรรษที่ 80 – 90

34.3%

ทศวรรษที่ 70 – 80

22.6%

ทศวรรษที่ 60 – 70

10.6%

ทศวรรษที่ 50

8.1%

กลุ่มตัวอย่างที่ครองสัดส่วนสูงที่สุดถึง 34.3% มีช่วงอายุระหว่าง 24 ปี-34 ปี ถือเป็นผู้บริโภคชาวจีนกลุ่มใหม่ที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยทำงานและเริ่มมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีความกล้าตัดสินใจใช้จ่ายเพื่อแสวงหาสิ่งใหม่ๆ สร้างสีสันให้ไลฟ์สไตร์ของตนเองมีความแปลกใหม่ ไม่จำเจ นำไปสู่การยอมรับในสังคม (ถือเป็นผู้บริโภคศักยภาพกลุ่มใหม่และใหญ่ที่สุดในสังคมจีนยุคนี้)

4. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยแบ่งตามฐานเงินเดือน

ฐานเงินเดือน

สัดส่วน (%)

ต่ำกว่า 1,500 หยวน

8.8%

1,500 หยวน – 3,000 หยวน

23.0%

3,000 หยวน – 6,000 หยวน

28.5%

6,000 หยวน – 8,000 หยวน

16.4%

8,000 หยวน – 10,000 หยวน

14.1%

5. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยแบ่งตามอาชีพ

อาชีพ

สัดส่วน (%)

หน่วยงานภาครัฐ / ขรก., จนท.

10%

องค์กรเอกชน / ผู้บริหารระดับสูง

24.3%

บริษัท, ห้างร้าน / พนักงานทั่วไป

37.1%

นักวิจัย/ครู/แพทย์/ทนายความ/สื่อมวลชน/IT/และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ

10.0%

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ/ผู้ใช้แรงงาน

7.5%

เกษตรกร

1.1%

ผู้ว่างงาน

1.6%

อื่นๆ

0.6%

6. การสำรวจกลุ่มตัวอย่างโดยแบ่งตามระดับการศึกษา

ระดับการศึกษา

สัดส่วน (%)

ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

1.5%

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย / ระดับ ปวช.

13.5%

ปวส.

18.0%

ระดับปริญญาตรี

59.4%

ระดับปริญญาโทขึ้นไป

7.6%

ชาวจีนทุ่มรายได้ในแต่ละวันเกินครึ่งไปในเรื่องของอาหารการกิน

ผลสำรวจดัชนีการกินดีอยู่ดีด้านการกินดื่มในสังคมจีน ประจำปี 2557 สรุปได้อย่างทันทีเลยว่า ในปีนี้ชาวจีนยินยอมจ่ายเงินที่หามาได้ไปกับเรื่องปากท้องมากที่สุดในชีวิตประจำวัน คิดเป็นจำนวนสูงเกินครึ่งราว 50%-59% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าผลสำรวจในปี 2556 ที่มีเพียงแค่ 30%-39% เท่านั้น

อาหารปลอดภัยดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างอีกกว่า 74% ยังยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อที่จะได้บริโภคอาหารที่มีทั้งคุณภาพ ปริมาณ และเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้ว่าราคานั้นจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม เพราะผู้บริโภคในสังคมจีนส่วนใหญ่เชื่อว่า ของที่ดีมักมีราคาแพง ของนอกมักดีกว่าของในประเทศ

เมื่อผู้คนเห็นความสำคัญของอาหารการกิน ราคาก็ย่อมปรับตัวแพงขึ้นตามกลไกตลาด จนทำให้ผู้บริโภคที่มีจำนวนสุงเกือบครึ่งที่ 47.8% ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับสถานการณ์ราคาอาหารที่แพงขึ้นและได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่เข้ากระเป๋าอย่างจำกัดในแต่ละเดือน โดยในอีก 14.1% พร้อมทำใจยอมรับและปรับตัวเองให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของตนเองให้กลมกลืนเข้ากับสังคมเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

อะไรที่คุณใช้จ่ายไปในชีวิตประจำวันมากที่สุด?

() อาหารการกิน สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด 1,570 (74.13%)

() shopping เสื้อผ้าเก๋ๆ และอื่นๆ 385 (18.18%)

() ปาร์ตี้ พบปะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ 163 (7.70%)

แบบสำรวจออนไลน์ในเว็บเพจหน้าแรกของ QQ ที่สามารถเข้าถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคนจีนได้ทั้งประเทศอย่างรวดเร็วและง่ายดายที่สุด


รายงานผลสำรวจดัชนีการกินดีอยู่ดีด้านการกินดื่มในสังคมจีน ประจำปี 2557 ดังกล่าวได้ชี้ว่าประเด็นด้านความปลอดภัยของอาหาร (food security) และอาหารสุขภาพ (healthy food) กลายเป็นประเด็นหลักที่สำคัญในการกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหาร ต้องรีบเตรียมตัวคว้าโอกาสทองทำตลาด ขยายกำลังผลิต เพื่อป้อนสินค้าไทยที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคชาวจีนที่กำลังโฟกัสในเรื่องปากท้องตลอดปีนี้

ผู้ประกอบการไทยที่กำลังมีความสนใจขยายสินค้าประเภทวัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ เข้ามาในตลาดจีนนั้น จำเป็นต้องศึกษา เรียนรู้ พฤติกรรมการกินอยู่อย่างจีนให้ละเอียดท่องแท้ เพราะในแต่ละถิ่น แต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน ซึ่งน้อยคนนักที่จะทราบ หากมิได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตนเอง

อาหารเสฉวนมีจุดเด่นตรงที่รสชาติเผ็ดชา จัดจ้าน เน้นเค็ม ออกเปรี้ยว (น้ำส้มสายชูจีน) เครื่องเทศ และปรุงด้วยน้ำมันเป็นจำนวนมาก อาหารที่ออกมาจึงมีรสชาติหอมอร่อยที่หลากหลาย และสีสันน่ารับประทาน ไม่แปลกใจเลยทีี่ชาวนครเฉิงตูและฉงชิ่งต่างภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารพื้นถิ่นของตน จึงทำให้คนท้องถิ่นยากที่จะยอมรับรสชาติอาหารต่างวัฒนธรรม

วัตถุดิบและเครื่องเทศสามัญประจำครัวจนถึงภัตตาคารร้านอาหาร

ลองมาดู 10 อันดับวัตถุดิบที่นิยมมีไว้ประจำท้ายครัวแทบทุกบ้านของชาวจีนจนถึงภัตตาคารร้านอาหารนั้น มีดังนี้

อันดับ

วัตถุดิบหลักในการทำอาหารของชาวจีน

จำนวน (เปอร์เซ็นต์)

1

ไข่ไก่

71.2%

2

เนื้อหมู

62.5%

3

มะเขือเทศ

49.7%

4

มันฝรั่ง

43.5%

5

แตงกวา

37.1%

6

ขิง

37.1%

7

ผักกาดขาว

36.3%

8

ต้นหอม

35.7%

9

เห็ดหูหนู

33.8%

10

กระเทียม

33.1%

ใน 4 อันดับวัตถุดิบพื้นฐานสามารถเรียกได้ว่ามีประจำครัวกันทุกบ้านสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารจีนยอดนิยมที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี อาทิ ไข่เจียวผัดมะเขือเทศ (番茄炒蛋 – ฟานเฉียเฉ่าตั้น) ซี่โครงหมูตุ๋นมันฝรั่ง(土豆烧排骨 ถู่โต้วเซาไผกู่) หมูสามชั้นผัดเสฉวน (回锅肉 หุยกัวโร่ว) ซุปหมูพริกเผาเสฉวน (水煮肉片 สุยจู่โร่วเพี่ยน) และมันฝรั่งผัดพริกหยวก (青椒土豆丝 ชิงเจียวถู่โต่วซือ) เป็นต้น

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

นอกจากวัตถุดิบแล้ว ยังมีเครื่องเทศที่นิยมมีไว้ประจำครัวแทบทุกบ้านเช่นกัน สำหรับ 10 อันดับเครื่องเทศที่ชาวจีนนิยมนำมาปรุงแต่งรสชาติของอาหารที่ขาดเสียมิได้ มีดังนี้

อันดับ

เครื่องเทศหลักในการทำอาหารของชาวจีน

เปอร์เซ็นต์

1

เกลือ

80.7%

 2

ซีอิ๊วจีน

77.0%

3

จิ๊กโช่ว

71.4%

4

ผงชูรส

66.2%

5

น้ำตาลทราย

63.8%

6

พริก

57.7%

7

พริกเสฉวน (ฮัวเจียว)

49%

8

เหล้าจีน

45.3%

9

โป๊ยกัก

44.5%

10

ผงทำพะโล้

33%

จีน ถือเป็นชาติที่มีการใช้เครื่องเทศในการประกอบการอาหารในแทบทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสฉวน สังเกตุได้เลยว่า ชาวจีนโดยเฉพาะในมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งชอบทานอาหารที่มีรสชาติอุดมไปด้วยเครื่องเทศ นิยมรสเค็ม เผ็ดชา (พริกเสฉวน) เน้นมันๆ แต่ไม่ชอบทานอาหารที่ออกรสหวาน หรือ ใช้น้ำตาลไปในการปรุงรสเท่าใดนัก

นอกจากนี้ อาหารเสฉวนนิยมใส่ผงไก่ ผงชูรส ใช้ในการปรับรส สำหรับรสเปรี้ยวจะมาจากจิ๊กโช่ว ( – ชู่) หรือ น้ำสัมสายชูจีน นิยมนำมาทำอาหารประเภทยำสไตล์เสฉวน เช่น ยำพลูคาวเสฉวน เป็นต้น

ส่วนอาหารของทานเล่นนิยมนำหมู เห็ด เป็ด ไก่ เครื่องใน นำมาหมักผงพะโล้ เรียก หลู่ไช่ (卤菜) รวมถึงประเภทปิ้งย่างที่โรยและทาหน้าด้วยพริกป่น พริกเสฉวน เรียกว่า เซาเข่า หรือ บาร์บีคิวเสฉวน ซึ่งทั้ง 2 เป็นกับแกล้มที่ผู้บริโภคชาวจีนชอบทานในเวลาดื่มเหล้าดื่มเบียร์ในช่วงพลบค่ำกันอย่างกว้างขวาง สิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงคุณลักษณะพิเศษของพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ก่อนนำสินค้าไทยเข้ามาเปิดตลาดโดยเฉพาะในมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่ง

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

9 กรรมวิธีการปรุงอาหารจีนคลาสสิคขึ้นเหลา นึ่งๆ ต้มๆ มาแรงเป็นที่ 1

หลังจากที่ทราบถึงวัตถุดิบและเครื่องเทศสามัญประจำครัวแล้ว ดัชนีการกินดีอยู่ดีด้านการกินดื่มในสังคมจีน ประจำปี 2557 ยังได้สำรวจลึกลงไปถึงกรรมวิธีการปรุงอาหารที่ชาวจีนนิยมสั่งขึ้นโต๊ะอาหาร มีดังนี้

อันดับ

กรรมวิธีการปรุงอาหารจีน

เปอร์เซ็นต์

1

ประเภทนึ่งต้ม蒸煮)

47.1%

2

ประเภทน้ำแดง(红烧)

37.0%

3

ประเภทยำ (แบบจีน)(凉拌)

34.8%

4

ประเภททอด煎炸

25.0%

5

ประเภทสุกี้หม้อไฟ火锅)

19.1%

6

ประเภทหมักดอง腌制)

13.3%

7

ประเภทพะโล้卤菜)

13.0%

อาหารจีน เป็นอาหารยอดฮิตติด 1 ใน 5 ของโลก รสชาติความอร่อยได้มาจากกรรมวิธีการปรุงอันหลากหลายที่ตกทอดมาจากครั้งบรรพกาลจนถึงปัจจุบัน สำหรับกรรมวิธีการปรุงอาหารจีน 4 อัรดับแรกที่กลุ่มตัวอย่างนิยมสั่งขึ้นโต๊ะตามร้านอาหารมากสุดเกือบครึ่ง คือ ประเภทนึ่งๆต้มๆ อาทิ ปลานึ่งซีอิ้ีวชิงเจิงอวี๋ เนื้อวัวนึ่งข้าวคั่วเฟิ่นเจิงหนิวโร่ว รองลงมาประเภทซอสน้ำแดง อาทิ ซี่โครงหมูอบซอสน้ำแดง (红烧排骨หงเซาไผกู่) ไก่อบเผือกซอสน้ำแดง (芋儿烧鸡 อวี่เอ่อร์เซาจี) หัวสิงห์ซอสน้ำแดง (红烧狮子头หงเซาซือจื่อโถว) เป็นต้น

 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ต่อมาเป็นประเภทยำ ซึ่งส่วนมากจะสั่งเป็นออร์เดิฟเรียกน้ำย่อยก่อนรับประทานอาหารมื้อหลัก เช่น ยำ 3 มิตร (凉拌三丝 เหลียงป้านซานซือ) ยำเห็ดหูหนู (凉拌黑木耳เหลียงป้านเฮยมู่เอ่อร์) ยำพริกสดสาหร่ายจีน (椒香海带丝 เจียวเซียงไห่ไต้ซือ) ยำรากบัว (凉拌莲藕เหลียงป้านเหลียนโอ่ว) และประเภททอดๆ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น มันฝรั่งทอดสไตล์จีน (煎土豆饼 เจียนถู่โต้วปิ่ง) ฟักทองชุบแป้งทอด (南瓜饼 หนานกัวปิ่ง) เกี๋ยวทอด (煎饺เจียนเจี่ยว)

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

โปรดติดตาม เผยความลับท้ายครัวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวจีนในปัจจุบัน ตอนที่ 2 ได้ในครั้งต่อไป

 

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม