เฉิงตู…ก้าวสู่…สากล พัฒนารอบด้าน สานสัมพันธ์รอบตัว

หากกล่าวถึง “นครเฉิงตู” หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า นครเฉิงตูเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน และเป็นบ้านเกิดของหมีแพนด้า ซึ่งนอกจากนี้แล้ว นครเฉิงตูกำลังพัฒนาไปสู่เมืองที่มีความก้าวหน้าทันสมัย มีเศรษฐกิจที่พัฒนาเจริญเติบโตไปอย่างรวดเร็ว และยังมีอะไรอีกมากมายที่ดึงดูดนานาประเทศหันมาให้ความสนใจ

ในด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจนั้น ช่วง 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 นี้ นครเฉิงตูยังคงรักษาสภาพความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้อย่างดี โดย GDP มีมูลค่า 780,000 ล้านหยวน เติบโต 8% ซึ่งการที่เศรษฐกิจนครเฉิงตูเติบโตต่อเนื่องขึ้นทุกวัน สาเหตุหนึ่งก็เป็นผลจากการที่นครเฉิงตูสานความสัมพันธ์สร้างความร่วมมือกับต่างประเทศมากขึ้นนั่นเอง

นครเฉิงตูสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ

จากความร่วมมือในภาครัฐบาล ทำให้ในปัจจุบัน นครเฉิงตูมีการลงนามสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องแล้ว 27 เมือง มีเมืองคู่มิตรทั้งสิ้น 38 เมือง มีสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศมากถึง 15 ประเทศ มีผู้นำของนานาประเทศมาเยือนไม่ขาดสาย และมีวิสาหกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ให้เห็นว่านครเฉิงตูพร้อมที่จะก้าวสู่ความเป็นสากลอย่างเต็มตัวแล้ว

ในปี 2558 นี้ นครเฉิงตูได้มีการลงนามสถาปนาเมืองพี่เมืองน้องกับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีก 5 เมือง โดยมีทั้งทวีปเอเชีย ยุโรปและโอเชียเนีย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เมืองลาฮอร์ (Lahore) ประเทศปากีสถาน เมืองแฮมิลตัน (Hamilton) ประเทศนิวซีแลนด์ เมืองลอดซ์ (Lodz) ประเทศโปแลนด์ และเมืองแทกู (Daegu) ประเทศเกาหลีใต้ ทำให้ปัจจุบันนครเฉิงตูมีเมืองพี่เมืองน้องแล้วทั้งสิ้น 27 เมือง

นอกจากเมืองพี่เมืองน้องแล้ว นครเฉิงตูยังได้ลงนามเมืองคู่มิตรเพิ่มอีก 4 เมือง โดยมีทั้งทวีปเอเชีย ยุโรปและแอฟริกา ได้แก่ เมืองเฟส (Fes) ประเทศโมร็อกโก เมือง Beyoglu ประเทศตุรกี เมืองซูซา (Sousse) ประเทศตูนีเซีย และเมืองโรวานีมี่ (Rovaniemi) ประเทศฟินแลนด์ ทำให้ปัจจุบันนครเฉิงตูได้มีเมืองคู่มิตรแล้วทั้งสิ้น 38 เมือง

ปัจจุบัน นครเฉิงตูมีสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศแล้วทั้งสิ้น 15 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศไทย สาธารณรัฐสิงคโปร์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เครือรัฐออสเตรเลีย รัฐอิสราเอล ประเทศนิวซีแลนด์ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธาณรัฐโปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และสาธารณรัฐอินเดีย (ยังไม่เปิดสำนักงาน) ซึ่งนครเฉิงตูถือเป็นเมืองที่มีสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศมากเป็นอันดับ 3 ของจีนเลยทีเดียว เป็นรองจากมหานครเซี่ยงไฮ้และนครกว่างโจวเท่านั้น

การเยือนของผู้นำระดับสูงในปี 2558

นอกจากการสถาปนาความสัมพันธ์กับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว นครเฉิงตูยังมีผู้นำระดับสูงมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ขึ้นอีกระดับและเพื่อหารือสร้างความร่วมมือต่อกัน โดยในปี 2558 นี้ ผู้นำระดับสูงที่มาเยือนนครเฉิงตู ได้แก่ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ นางอังเกลา แมเคล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐอเมริกาอย่าง มิเชลล์ โอบามา นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงแห่งสิงคโปร์ ราม บารัน ยาดัฟ ประธานาธิบดีแห่งเนปาล อดีตประธานาธิบดีฮามิดคาร์ไซแห่งอัฟกานิสถาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฟินแลนด์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของโปแลนด์

อีกทั้งยังมีผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีอีกมากมายที่มาเป็นแขกของนครเฉิงตู อาทิ ผู้ว่าการรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) แห่งเยอรมัน ผู้ว่าการแคว้นช็องปาญาร์แดน (Champagne-Ardenne) ของฝรั่งเศส ผู้ว่าราชการรัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh) แห่งอินเดีย นายกเทศมนตรีเมืองไครสต์เชิร์ช (Christchurch) แห่งนิวซีแลนด์ นายกเทศมนตรีเมืองเพิร์ธ (Perth) แห่งออสเตรเลีย รองนายกเทศมนตรีเมืองร็อตเตอร์ดัม (Rotterdam) แห่งเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเอกอัครราชทูตประจำประเทศจีนอีกมากกว่า 10 ประเทศมาเยือนนครเฉิงตู อาทิ เอกอัครราชทูตประเทศอินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ปากีสถาน และไทย เป็นต้น

พัฒนารอบด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นสากล

การเยือนของผู้นำระดับสูงจากนานาประเทศ มักจะนำคณะผู้แทนวิสาหกิจและนักธุรกิจหลากหลายแขนงเข้ามาด้วย ทำให้เกิดการผลักดันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเฉิงตูกับต่างประเทศมากขึ้น โดยความร่วมมือเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของนครเฉิงตูให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาล การท่องเที่ยว เกษตรกรรม เป็นต้น

ความร่วมมือกับนานาประเทศ

นานาประเทศที่เข้ามาเชื่อมความสัมพันธ์กับนครเฉิงตูนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและสร้างความร่วมมือทางการค้ากับนครเฉิงตู อาทิ ประเทศอังกฤษมุ่งไปที่ความร่วมมือด้านอสังหาริมทรัพย์ ฟินแลนด์อยากร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ฝรั่งเศสเดินหน้าผลักดันให้สร้างศูนย์วิจัยทางการแพทย์และก่อตั้งโรงพยาบาลในนครเฉิงตู รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) แห่งเยอรมัน ได้เข้ามาเจรจาผลักดันให้วิสาหกิจของรัฐฯ เข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจเทียนฝู่และวางแผนที่จะสร้างศูนย์กลางวิสาหกิจเยอรมันแห่งจีนตะวันตกในนครเฉิงตู เป็นต้น

นอกจากการเจรจาหาความร่วมมือของหน่วยงานรัฐทั้งหลายแล้ว ยังมีวิสาหกิจต่างๆ ที่เข้ามาผลักดันความร่วมมือด้วยตนเอง อาทิ บริษัท British Airways ของอังกฤษได้มาเจรจากับนครเฉิงตูเพื่อร่วมมือกันในด้านการบิน การขนส่งและการท่องเที่ยว บริษัท Infinity Group ของอิสราเอล ได้ผลักดันโครงการนำเข้าเครื่องฟักไข่อัตโนมัติของบริษัทเข้ามายังเฉิงตู เป็นต้น

เชื่อมโยงกันด้วยการบินระหว่างประเทศ

นอกจากการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศที่พัฒนาแบบก้าวกระโดดแล้ว การท่องเที่ยวของนครเฉิงตูก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน โดยในปี 2558 นี้ นครเฉิงตูได้เปิดเส้นทางบินตรงเพิ่มอีก 10 เส้นทาง ได้แก่ เฉิงตู – เชียงใหม่ (สายการบิน China Eastern Airlines (MU) และ Thai AirAsia (FD) ) เฉิงตู – นาตรัง (เวียดนาม) เฉิงตู – โคลัมโบ (ศรีลังกา) เฉิงตู – มอสโก (รัสเซีย) เฉิงตู – เกาะเจจู (เกาหลีใต้) เฉิงตู – มอริเชียส เฉิงตู – ลอสแองเจลิส (หยุดพักระหว่างทางที่เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู) เฉิงตู – ดูไบ (หยุดพักระหว่างทางที่เมืองหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย) เฉิงตู – โอซาก้า (ญี่ปุ่น) และล่าสุดได้เปิดให้บริการเส้นทางบินเฉิงตู – ปารีส (ฝรั่งเศส) แล้วในวันที่ 12 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยสายการบิน Air China ซึ่งมีโปรโมชั่นราคาตั๋วไป-กลับในช่วงแรกต่ำสุดเพียง 2,000 หยวนเท่านั้น

การเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเช่นนี้ เป็นการตอบสนองความต้องการของชาวนครเฉิงตู ที่ปัจจุบันมีความต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปทำธุรกิจในต่างประเทศกันมากขึ้นและเพิ่มความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือมาทำธุรกิจในนครเฉิงตูเช่นเดียวกัน

ปัจจุบัน เส้นทางการบินระหว่างประเทศของนครเฉิงตูจึงมีมากถึง 80 กว่าเส้นทางทั่วโลก โดยในปี 2557 ท่าอากาศยานนานาชาติซวงหลิว นครเฉิงตู รองรับผู้โดยสารมากถึง 37,712,000 ราย นับเป็นศูนย์กลางการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน รองจากกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกว่างโจวทั้งในด้านปริมาณผู้โดยสารและด้านเส้นทางการบิน 

อีกทั้งนครเฉิงตูได้อนุมัติให้นักท่องเที่ยวจาก 45 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นต้น ที่แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ นครเฉิงตู สามารถพักอาศัยชั่วคราวได้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงโดยไม่ต้องทำวีซ่าของจีนได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2556 เป็นต้นมา นับเป็นเมืองแห่งที่ 4 ของจีนและเป็นเมืองแห่งแรกในภาคตะวันตกของจีนที่ใช้นโยบายท่องเที่ยว 72 ชั่วโมงโดยไม่ใช้วีซ่า ต่อจากกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้และนครกว่างโจว

การเพิ่มเส้นทางบินไปยังประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลกนั้น ถือเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งกันและกันระหว่างนครเฉิงตูกับต่างประเทศได้เป็นอย่างดี การันตีได้จากการจัดอันดับของบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด (Master Card) ที่ยกให้นครเฉิงตูเป็น “เมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก” ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเติบโตแล้ว ยังมีประโยชน์เอื้ออำนวยต่อการดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในนครเฉิงตูอีกด้วย

เฉิงตูมีดีที่ตรงไหน อะไรที่ดึงดูดใจนักลงทุนต่างชาติ ?

Christopher A. Pissarides ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2553 กล่าวไว้ว่า “ตลอดระยะเวลาสิบปีมานี้ ภาคอุตสาหกรรมบริการของมณฑลเสฉวนและนครเฉิงตูเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะสหรัฐฯ ยังต้องใช้เวลากว่า 100 ปี ในการยกระดับอุตสาหกรรมบริการนี้ โดยในภายภาคหน้านครเฉิงตูจะมีศักยภาพในการพัฒนาที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหมาะกับการเข้ามาลงทุนจากนักลงทุนยุโรปอย่างมาก”

 “นครเฉิงตูมีพื้นที่มากมายที่เหมาะสำหรับใช้ในการพัฒนาและเพื่อการลงทุน มีบริษัทมากมายที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่แห่งนี้ กฎหมายและกฎระเบียบที่นี่มีความรัดกุมมาก มีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจดีเยี่ยม ถือเป็นแหล่งลงทุนในอุดมคติของนักลงทุนชาวยุโรป ผมมองว่านครเฉิงตูเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากทีเดียว”

Christopher A. Pissarides ยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า “ในอนาคต นครเฉิงตูควรให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ใช้ประโยชน์จากสถาบันการศึกษาสถาบันวิจัยต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น แต่ต้องรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีควบคู่กันไปด้วย เตรียมรับมือแก้ไขระบบการคมนาคมและความแออัดของเมืองให้ได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งหากบริหารจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ดี นครเฉิงตูคงก้าวขึ้นสู่เมืองชั้นนำของจีนได้ไม่ยาก”

ความพร้อมกับการก้าวสู่ความเป็นสากล

การที่นครเฉิงตูได้การยอมรับจากนานาชาตินั้น เป็นเพราะนครเฉิงตูมีความเพียบพร้อมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนของสถาบันวิจัย สถาบันอุดมศึกษา บุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงแรงงานฝีมือดีที่มีมากมาย นอกจากนี้ การสื่อสาร การบิน การคมนาคมขนส่ง ระบบสาธาณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ ที่สมบูรณ์ของนครเฉิงตู รวมไปถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 14 ล้านคน ก็เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย

การมีสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของจีนตะวันตก อุดมไปด้วยทรัพยากรมนุษย์ มีรถไฟส่งสินค้าตรงไปยุโรป อีกทั้งได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาลเฉิงตูอย่างเต็มที่ องค์ประกอบเหล่านี้จึงล้วนเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ทำให้ปัจจุบัน นครเฉิงตูมีบริษัท 500 อันดับแรกของโลก (Fortune 500) เข้ามาลงทุนแล้วทั้งสิ้น 268 บริษัท และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

หลายปีมานี้ นครเฉิงตูมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ด้าน จนก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งแห่งจีนตะวันตก ความเพียบพร้อมของนครเฉิงตูทำให้นครเฉิงตูเป็นเมืองที่มีศักยภาพมากในสายตานักลงทุนต่างชาติ จึงมีความเป็นไปได้อย่างสูงว่าในอนาคตอีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้า นครเฉิงตูจะขึ้นแท่นเมืองสำคัญและศูนย์กลางการพัฒนาอันต้น ๆ ของจีน เทียบเท่าปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ได้อย่างแน่นอน

 

จัดทำโดย นางสาวหฤทัย ใจน้อย

แหล่งที่มา  http://www.wccdaily.com.cn , http://news.huaxi100.com

http://www.cdairport.com , http://news.chengdu.cn , http://finance.people.com.cn

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม