เกาะกระแส “Internet +” ช่องทางการค้าที่น่าจับตามองในจีน

การเติบโตของ Internet ในจีน

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่จีนมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ปี 1994 จนถึงปัจจุบัน ระบบอินเตอร์เน็ตของจีนได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี 2014 จีดีพีของธุรกิจอินเตอร์เน็ต เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2013 ธุรกิจร้านค้าปลีกออนไลน์ของจีนมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 2.8 ล้านล้านหยวนเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจีนรายงานว่า จีนมีผู้ใช้ Internet จำนวน 668 ล้านราย กว่า 594 ล้านรายเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแต่ละวันมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงเฉลี่ยมากถึง 158 นาที /คน

ในช่วงไตรมาสที่1-2 ของปี 2015 ตัวเลขผู้ชำระเงินซื้อสินค้า/บริการผ่านอินเตอร์เน็ตมือถือมีมูลค่ากว่า 4.19 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ถึง 4.45 เท่า เช่นเดียวกับอัตราการเติบโตของ Alipay ที่ให้บริการจ่ายเงินผ่านมือถือครองสัดส่วนร้อยละ 82 จากไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2015 E-commerce ในจีนจะทำรายได้ถึง 6,720 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจากการบันทึกสถิติการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตในวันเทศกาลคนโสดจีน (วันที่ 11 เดือน 11) เพียงแค่คืนเดียว Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนสามารถทำเงินได้ถึง 14,300 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเว็บไซต์ Taobao และ Tmallภายใน 8 นาทีแรก ทำเงินไปแล้วกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มกว่าปีก่อนถึงร้อยละ 60 และเชื่อว่าในปี 2018 ตลาด E-commerce จะทำรายได้ถึง 3.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ยุทธศาสตร์ Internet + ของรัฐบาลจีน

สืบเนื่องจากความร้อนแรงของ E-commerce ที่เป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของจีน รัฐบาลกลางจึงได้ประกาศยุทธศาสตร์ “Internet +” ซึ่งหมายถึงแผนปฏิบัติการที่ผสมผสานระหว่าง (1) เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Internet) บนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ต่าง ๆ (2) การประมวลผลแบบ cloud ทำให้สามารถส่งเสริมธุรกิจ อุตสาหกรรมภาคการผลิต

 โดยการใช้ E-commerce ซึ่งยุทธศาสตร์ internet + ถือเป็นการเริ่มต้นของการบูรณาการอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้เชื่อมโยงเข้ากับระบบออนไลน์และเทคโนโลยี ที่คาดว่าจะมีส่วนสำคัญต่อพื้นฐานเศรษฐกิจในอนาคต และเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของชาวจีนมากขึ้น  ดังตัวอย่าง Internet + ในชีวิตประจำวันชาวจีน

1. “Internet +” กับภาคธุรกิจการเงิน

ปัจจุบันเกือบทุกธนาคารมีการจัดทำแอปพลิเคชั่น เพื่อให้บริการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รวมถึงการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านอุปกรณ์มือถือเพียงเครื่องเดียว โดยในอนาคตแผนยุทธศาสตร์ “Internet +” จะสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ใช้บริการระหว่างธนาคารแต่ละแห่ง/แต่ละสาขาผ่านช่องทาง big data platform

2. “Internet +” กับการแพทย์

โรงพยาบาลได้ใช้อินเตอร์เน็ตสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาผู้ป่วย รวมไปถึงการจัดทำข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยรายบุคคลเพื่อให้ผู้ป่วยหรือครอบครัวสามารถตรวจสอบข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรับยา ประวัติการรักษา ผ่านข้อมูลออนไลน์ รวมไปถึงการชำระค่ารักษาพยาบาลออนไลน์ได้อย่างสะดวกอีกด้วย

3. “Internet +” กับภาคการเกษตร

ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล สภาพอากาศ รวมไปถึงการให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้โดยตรง จากตลาดกำหนดราคากลางซึ่งประมวลข้อมูลทางการเกษตรบรรจุไว้บน big data platform

“Internet +” กับมณฑลส่านซี

ปัจจุบันมณฑลส่านซีมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 46.4 (17.45 ล้านคน) ของประชากรทั้งหมด โดยเป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือร้อยละ 85.1 (14.85 ล้านคน) ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหมดในมณฑลส่านซี แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลกลาง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในมณฑลส่านซีก็ได้เริ่มนำแผนยุทธศาสตร์ “Internet +” เข้ามาปรับใช้ อาทิ 1) ผู้ประกอบการด้านอาหารฮาลาลกับธุรกิจ E-commerce ภายใต้การสนับสนุนจากหอการค้าฮาลาลมณฑลส่านซี เปิดตัวร้านค้าอาหารฮาลาลเดลิเวอรี่  2) Xi’an software Park ได้เปิดตัว mobile dream workshop เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจเข้าลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทค เป็นบริการบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ในการแนะแนววางแผนธุรกิจ 3) เขตโลจิสติกส์นานาชาติ นครซีอาน หรือ ITL (Xi’an International Trade and logistics park) ให้บริการจำหน่ายสินค้านำเข้า ส่งออกออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.iesroad.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ประกอบการโดยเปิดให้วิสาหกิจและผู้สนใจลงทะเบียนเปิดร้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ในการนำเข้าสินค้าโดยตรงเพื่อจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น

“Internet +” กับโอกาสความร่วมมือของไทย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุนและความร่วมมือเศรษฐกิจไทยจีนครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้มีการชี้แจงนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยให้แก่นักลงทุนจากประเทศจีน โดยมีนาย หวัง หย่ง สมาชิกสภาประชาชนจีน เป็นผู้นำคณะฝ่ายจีนฯ กว่า 100 ราย โดยแบ่งเป็นผู้แทนวิสาหกิจจากอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงานใหม่ ดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เทคโนโลยีชีวภาพ และการบิน โดยทั้งฝ่ายไทยและจีนเห็นชอบร่วมกันที่จะสนับสนุนการพัฒนาด้านการเกษตร การท่องเที่ยว รวมถึงการคมนาคม ไอซีที และวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ในด้านไอซีที รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งทางการจีนได้แสดงความยินดีและให้ความสำคัญทางด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตว่าเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยไทยได้เชิญชวนให้จีนเข้าร่วมโครงการสมาร์ทซิตี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์คลัสเตอร์ดิจิทัล ซึ่ง จ. ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง รวมถึงโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยปรับปรุงระบบ E-commerce ในภาคธุรกิจ SMEs ซึ่งถือเป็นโอกาสของไทยในการพัฒนาและบูรณาการอินเตอร์เน็ตหรือสื่อออนไลน์เพื่อช่วยเสริมธุรกิจให้พัฒนาและขยายตลาดเพิ่มขึ้นผ่านการสนับสนุนจากภาครัฐของทั้งสองประเทศ

บทส่งท้าย

ยุทธศาสตร์ “ Internet +” ของจีนจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาระบบการค้า E-commerce ของสินค้าไทยได้เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ การที่รัฐบาลไทยมีแผนพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทยจะมีช่องทางเพื่อการค้ามากขึ้น ธุรกิจ E-commerce เป็นช่องทางการค้าที่น่าศึกษาและถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ SMEs ไทย รวมทั้งจะสามารถผลักดันการส่งออกสินค้าและธุรกิจบริการเข้าสู่ตลาดจีนโดยผ่านระบบ Internet + ของจีนที่ถือว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ได้ด้วย ทั้งนี้การเข้าลงทุนธุรกิจในจีนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้านกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ก่อนเข้าลงทุน เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาคุณภาพสินค้าของไทยให้ได้มาตรฐาน โดยผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษาคู่มือการค้าออนไลน์เพิ่มเติมผ่านคู่มือการลงทุนสำหรับSMEs ในนครซีอาน http://www.thaiembassy.org/xian/th/business  หรือ บทความการลงทะเบียนเปิดร้านออนไลน์บนเว็บไซต์Taobao หรือ Tmall (Global) โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/businessopportunity/detail.php?SECTION_ID=650&ID=15854 ประกอบการตัดสินใจ

ข้อมูลอ้างอิง

1.เปิดร้านค้าออนไลน์ในจีนสามารถเริ่มต้นได้อย่างไร

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/faqs/detail.php?SECTION_ID=645&ID=14364

2.เปิดร้านค้าออนไลน์ในเว็บtaobao.com แล้วทำอย่างไรจะทำให้ร้านค้านั้นเป็นที่รู้จัก

http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/faqs/detail.php?SECTION_ID=645&ID=14365

3.เว็บไซต์สำหรับให้ความรู้ผู้ขายสินค้าในเครือ Alibaba http://daxue.taobao.com หรือ www.alibado.com 

4.บทสัมภาษณ์ "คุยกับเจ้าของธุรกิจยุคใหม่.. ถามไถ่ประสบการณ์เปิดร้านออนไลน์ใน Taobao.com"http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/detail.php?sid=620&ID=13366&phrase_id=1041419

5. http://n.cztv.com/news2014/11844064.html

6. http://www.weste.net/2015/07-22/104766.html

7. http://www.techweb.com.cn/ucweb/news/id/2137613

8. http://www.cnnic.net/

9. http://baike.baidu.com/subview/10991568/11323226.htm

 

 

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม