- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (Thailand Business Information Center in China) - https://www.thaibizchina.com -

ส่านซีเร่งกวาดล้าง “ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน” พร้อมเผย 9 พฤติกรรมต้องสงสัย

สนง. บริหารและจัดการตลาดมณฑลส่านซี พร้อมหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานสินค้า อาทิ สนง. เผยแพร่ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต สนง. สันติบาล สนง. เกษตร สนง. พาณิชย์ และคกก. สุขภาพและสาธารณสุขมณฑลส่านซี รวมทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน ร่วมกันจัดตั้ง “คณะทำงานและตรวจสอบ” เพื่อกวาดล้างผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน โฆษณาสรรพคุณเกินจริง และลอกเลียนแบบแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดจีน

คณะทำงานฯ นำโดย สนง. บริหารและจัดการตลาดมณฑลส่านซี จะตรวจสอบและเร่งกวาดล้างผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ระหว่างวันที่ 21 ม.ค. – 18 เม.ย. 2562 โดยจะมุ่งไปที่แหล่งผลิตสินค้า และแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยจะเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดพิเศษ คือ เทศกาลตรุษจีน และวันสิทธิผู้บริโภคสากล (15 มี.ค. ของทุกปี) ซึ่งประชาชนนิยมซื้อหาสินค้าในกลุ่มดูแลสุขภาพเป็นของขวัญ

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังได้จัดทีมสุ่มตรวจสถานที่สาธารณะที่พนักงานขายสินค้าเข้าถึงได้ง่าย เช่น พื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน ท่าเรือ สถานีขนส่ง หรือสวนสาธารณะ โดย “ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ” ที่จะตรวจสอบนี้ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ อาทิ เครื่องกรองน้ำ เครื่องฟอกอากาศ อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เครื่องประดับประเภทหยกและหิน และบริการที่อ้างว่าสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

ไม่เพียงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่รัฐบาลจีนกังวลเกี่ยวกับคุณภาพ ตลอดหลายปีที่ผ่านมายังมีการปราบปรามแหล่งผลิตสินค้าปลอม โดยเฉพาะอาหาร และสินค้าสดแปรรูปแบบแช่แข็ง ซึ่งผู้ประกอบการมักเลียนเบบบรรจุภัณฑ์ให้คล้ายคลึงกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง หรือใช้วัตถุดิบปลอม

ทางการเผย 9 พฤติกรรมต้องสงสัย ให้ระมัดระวังการหลอกขายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ดังนี้

  1. ให้ของกำนัลฟรี

ปัจจุบัน พนักงานขายสินค้าดูแลสุขภาพจำนวนมากนิยมอ้างถึงของแถม อาทิ ไข่ไก่ ข้าวสาร รถเข็นสินค้า บะหมี่ น้ำมันพืช และอื่นๆ เพื่อจูงใจให้ผู้ซื้อติดกับดักของแถม ซึ่งโดยมากมักเป็นผู้สูงอายุ ทว่าในความเป็นจริงกว่าจะได้ของแถมดังกล่าว ต้องแลกมากับยอดซื้อสินค้าจำนวนมาก

  1. ซื้อสินค้าแล้วได้ทำบุญ

ปัจจุบัน พนักงานขายสินค้ามักอ้างว่า หากซื้อของจะเท่ากับได้ร่วมทำบุญไปกับโครงการช่วยเหลือสังคมต่างๆ ของบริษัท

  1. ให้คำมั่นสัญญา / ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม

หลายผลิตภัณฑ์มีการโฆษณาเกินจริง อาทิ “มีผลในการรักษาโรคร้าย ทำให้ตับ ไต หัวใจ ปอด ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว” “รักษาเบาหวาน ความดันให้หายขาด” หากพบคำโปรยลักษณะนี้ ขอให้ระวังการให้ข้อมูลเท็จ

  1. หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว

จากการสำรวจของภาครัฐพบว่า พนักงานผู้ขายสินค้าเหล่านี้มักขอให้ผู้ซื้อที่เป็นผู้สูงอายุกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือสอบถามอาการป่วย ซึ่งบางครั้งยังสอบถามไปถึงพื้นเพครอบครัว รายรับ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเข้าถึงผู้สูงอายุ

  1. กิจกรรม “สัมมนา” โดยผู้เชี่ยวชาญ

บริษัทผู้ผลิตสินค้า รวมไปถึงร้านค้าสาขา มักนิยมจัดกิจกรรมสัมมนา โดยอ้างว่ามีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มาให้ความรู้ ปิดท้ายด้วยการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสัมมนา

  1. แผนเล่าประสบการณ์จากเพื่อนวัยเดียวกัน

บริษัทฯ หลายแห่งนิยมจ้าง “หน้าม้า” วัยสูงอายุมาเล่าประสบการณ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการมากขึ้น  โดย “หน้าม้า” จะชักชวนให้สมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษและส่วนลดต่างๆ ซึ่งมักได้รับผลตอบรับจากผู้สูงอายุดีมาก

  1. บริการดุจญาติมิตร

พนักงานขายสินค้าจำนวนไม่น้อยนิยมออกไปเยี่ยมลูกค้าถึงบ้าน ใช้โอกาสนั่งคุยเป็นเพื่อนยามที่ลูกหลานออกไปทำงานข้างนอก ค่อยๆ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ไม่ยาก

  1. หลอกล่อด้วยโปรโมชั่นทริปเที่ยวฟรี กินฟรี

บริษัทมักประกาศโปรโมชั่นแก่สมาชิกผู้สูงอายุ อาทิ ทริปท่องเที่ยว ทริปตอบแทนลูกค้าผู้มีอุปการคุณ     ทริปสำรวจโรงงานผลิตสินค้า เป็นต้น

  1. ประกาศเชิญชวนระดมทุน

หลายบริษัทฯ มีการเชิญชวนให้ผู้สูงอายุลงทุนโดยการซื้อหุ้นของบริษัทฯ โดยมักอ้างผลตอบแทนสูงราวร้อยละ 20 ขึ้นไป ซึ่งที่ผ่านมามีผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจำนวนมาก

คณะทำงานฯ ได้เปิดสายด่วนแจ้งเบาะแสแหล่งผลิต และจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือพฤติกรรมหลอกขายของ ผ่านสายด่วน 12315, 12358, 12365 และ 12331 ตลอด 24 ชั่วโมง

ปัญหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการมุ่งแต่ทำยอดขายของพนักงานขายส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพโดยรวมของประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์สินค้าที่ผลิตในประเทศจีน เนื่องจากกระแสตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนนิยมสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าในประเทศต้องใช้งบประมาณในการโฆษณาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นมากขึ้น นอกจากนี้ การหลอกขายผลิตภัณฑ์ฯ ที่ไม่ได้มาตรฐานยังส่งผลเสียและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่หมดหวัง    ในการรักษา กลุ่มคนชนบทที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และนักท่องเที่ยวที่ไม่ทราบถึงที่มาของผลิตภัณฑ์   ที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้

โลก Cross Border E-Commerce ต้องระวัง

ปัจจุบัน นอกจาก E-Commerce ทั่วไปแล้ว ยังมีการนำเข้าส่งออกสินค้าจากต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์หรือที่นิยมเรียกว่า Cross Border E-Commerce (CBEC) ที่กลายมาเป็นโอกาสใหม่ของ E-Commerce ในจีนรวมไปถึงในไทยด้วย โดยมีทั้งแบบ B2B (Business-to-Business) และ B2C (Business to Consumer) ซึ่งรัฐบาลจีนในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ได้ให้การสนับสนุนเพื่อขยายฐานการค้าไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับ E-Commerce ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกของจีน โดยมีการสนับสนุนให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) รวมไปถึงการประกาศใช้มาตรการสำหรับเขตการค้าเสรีที่เก็บภาษีนำเข้าบางรายการในอัตราที่ต่ำกว่าการนำเข้าแบบปกติ ทำให้สินค้าที่ซื้อผ่าน CBEC มีราคาถูกกว่าสินค้านำเข้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกทั่วไป ล่าสุด คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ (NDRC) ได้ประกาศให้ 22 เมืองเป็น “เมืองนำร่องการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามแดน” (Cross Border E-Commerce Pilot Zones : CBEC Pilot Zone) ประจำปี 2561 (1)

การเติบโตของอุตสาหกรรมการค้าไร้พรมแดนนี้ นอกจากจะสร้างความก้าวหน้าทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าปลอมจำนวนมาก ถึงแม้คนจีนจะเปลี่ยนค่านิยมมาซื้อสินค้าที่ผลิตในจีน / แบรนด์จีนมากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น Smartphone แต่ถ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับร่างกาย เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สบู่ แชมพู ยาสีฟัน เครื่องสำอาง คนจีนก็ยังเชื่อมั่นในแบรนด์ของต่างประเทศมากกว่าแบรนด์จีน

Global Times รายงานการสำรวจ 16 แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดยสภาผู้บริโภคแห่งชาติ (China Consumer Association) ประจำปี 2560 ว่า สินค้าที่จำหน่ายผ่าน CBEC ในช่วงเทศกาล 11∙11 กว่าร้อยละ 40 เป็นสินค้าปลอม โดยมากเป็นสินค้ากลุ่ม (1) เครื่องสำอาง (2) เครื่องแต่งกายแบรนด์เนม (เสื้อผ้า รองเท้า) (3) อาหารและเครื่องดื่ม เช่นเดียวกับข้อมูลจาก o2obrandprotection.com ที่ระบุว่า CBEC กลายมาเป็นช่องทางทำมาหากินให้กับผู้ผลิตสินค้าเลียนแบบจำนวนมาก วิธีการของผู้ผลิต / พ่อค้าหัวใสเหล่านี้ อาทิ ผู้ขายสินค้าใน Taobao ตอนแรกมักนำสินค้าจริงมาขาย เมื่อขายดีก็เริ่มยัดไส้เอาของเลียนแบบมาขายปะปนกันเพื่อเพิ่มกำไร โดยของจริงก็ยังมีขายอยู่บ้าง การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสินค้าที่ถูกลอกเลียนแบบ ซ้ำยังเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอีกด้วย

กล่าวได้ว่า แม้การช้อปปิ้งสินค้านำเข้าจากต่างประเทศบน CBEC จะมีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนดระเบียบและข้อบังคับเพื่อกำกับดูแลสินค้าให้ได้มาตรฐานสูงสุด แต่ผู้บริโภคยังต้องใช้วิจารณญาณศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนและพิจารณาแหล่งจำหน่ายสินค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของสินค้าปลอมหรือเลียนแบบ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  1. 22 เมืองที่ได้รับการโปรโมทให้เป็น CBEC Pilot Zone ประจำปี 2561 ได้แก่ (1) กรุงปักกิ่ง (2) นครฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน (3) นครเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง (4) นครฉางชุน มณฑลจี๋หลิน (5) นครฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง (6) นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (7) นครหนานชาง มณฑลเจียงซี (8) นครหนานจิง มณฑลเจียงซู (9) นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย (10) นครฉางซา มณฑลหูหนาน (11) นครไห่โข่ว มณฑลไหหลำ (12) นครกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว (13) นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน (14) นครซีอาน มณฑลส่านซี (15) นครหลานโจว มณฑลกานซู (16) เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน (17) เมืองถังซา มณฑลเหอเป่ย (18) เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู (19) เมืองเวยไห่ มณฑลซานตง (20-21) เมืองจู่ไห่และเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง และ (22) เมืองยี่อู มณฑลเจ้อเจียง

ข้อมูลอ้างอิง

  1. http://o2obrandprotection.com/news/chinese-counterfeiters-exploit-cross-border-e-commerce/
  2. http://www.globaltimes.cn/content/1088677.shtml
  3. https://www.nanrenwo.net/zlht/131184.html
  4. https://mp.weixin.qq.com/s/zMsFhR1qGMDez4P-jys49A
  5. http://snamr.shaanxi.gov.cn/info/1178/1343.htm