มณฑลกวางตุ้งแหล่งผลิตลิ้นจี่เจ้าใหญ่ของโลก เจอปัญหาผลผลิตตกต่ำ

 

มณฑลกวางตุ้ง เป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผลผลิตมากกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมดของประเทศ คิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก ปัจจุบันมณฑลกวางตุ้งมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ทั้งหมดกว่า1.67 ล้านไร่ แต่ในปีนี้คาดผลผลิตจะลดลงถึงร้อยละ 40 เนื่องจากปัจจัยทางชีวภาพของลำต้นและสภาพอากาศที่แปรปรวน

สำนักงานเกษตรและชนบทมณฑลกวางตุ้งเผยว่า จากการวิเคราะห์ของนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ผลผลิตลิ้นจี่ในปี ค.ศ. 2019 จะลดลงร้อยละ 40 เนื่องจากปีก่อนหน้าที่มีการผลิดอกออกผลมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้สารอาหารในดินและลำต้นไม่เพียงพอ ถึงแม้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็ยังไม่สามารถปรับปรุงฟื้นฟูสภาพลำต้นของลิ้นจี่ได้อย่างที่ควร นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณลิ้นจี่ในแต่ละปี ซึ่งลิ้นจี่แต่ละสายพันธุ์จะให้ผลผลิตที่ต่างกัน โดยลิ้นจี่สายพันธุ์ “กุ้ยเว้ย” จะมีผลผลิตลดลงต่ำสุดถึงร้อยละ 90 ส่วนสายพันธุ์ “เฟยจึเสี้ยว” และสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ออกดอกเร็วจะได้รับผลกระทบน้อยสุด คาดผลผลิตจะลดลงเพียงร้อยละ 20 โดยตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน เป็นช่วงที่ลิ้นจี่ออกดอกและติดผล แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวฝนตกติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดอกลิ้นจี่ที่จะเจริญเป็นผลได้รับผลกระทบ ส่งผลให้ผลผลิตในปีนี้ลดลงจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งยังคงหามาตรการเพิ่มมูลค่าให้กับลิ้นจี่ในสถานการณ์ผลผลิตตกต่ำ โดยสำนักงานเกษตรและชนบทมณฑลกวางตุ้งได้จัดงาน 2019 Guangdong Silk Road Litchi Tour ณ เมืองตงก่วน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 เพื่อผลักดันการส่งออกลิ้นจี่สู่ตลาดโลก ซึ่งไม่เพียงเป็นวิธีที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับลิ้นจี่มากที่สุด แต่ยังเป็นมาตรการที่จะผลักดันการปฏิรูปและการเปิดกว้างของอุตสาหกรรมการเกษตรของมณฑลให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

จัดทำโดย นางสาวขวัญฤทัย มุทาพร

เรียบเรียงโดย นายสรศักดิ์ บุญรอด

Avatar

Khwanruethai Mutapon

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม