“ปลาตีน” สัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามองของตำบลฝูอัน (มณฑลฝูเจี้ยน)

          

…หลายคนคงเกิดคำถามในใจว่า “ปลาตีนที่มีมากมายเกลื่อนกลาดตามหาดชายเลนในเมืองไทย จะเป็นสัตว์ทำเงินได้อย่างไร??”…..

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2559 เว็บไซด์ข่าว Fu’an News รายงานข่าวเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของฝูอัน (Fu’an City) ในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งกำลังกลายเป็นธุรกิจที่แพร่หลายในเมืองนี้ นั่นคือ “ธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาตีนเพื่อการจำหน่าย”  โดยฤดูหนาวของทุกปี จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการจับปลาตีน เนื่องจากเป็นช่วงที่ปลาตีนมีเนื้อเยอะ เนื้อแน่น และมีความคาวน้อย และยังเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตสำคัญของผู้เพาะเลี้ยงปลาตีนในแถบตำบลฝูอัน ตำบลซีเหว่ย และตำบลเซี่ยไป๋สืออีกด้วย

 “ปลาตีน” (Mudskipper, 跳鱼或弹涂鱼ซึ่งอาจมีชื่อเรียกในภาษาไทยต่างกันออกไป เช่น จุมพรวด, ตุมพรวด, กำพุด, กระจัง หรือ ไอ้จัง เป็นต้น) เป็นปลาขนาดเล็กที่มักพบอาศัยอยู่บริเวณดินโคลนในแถบป่าชายเลน ชื่อเรียกของปลาตีนในภาษาจีน แปลตามตัวว่า “ปลากระโดด” ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของปลาตีนที่ไม่เหมือนปลาชนิดอื่นๆ คือสามารถใช้ครีบข้างลำตัวที่แข็งแรงดีดตัวหรือกระโดดได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตำบลฝูอันกล่าวว่า ปลาตีนจัดเป็นสัตว์ตระกูลปลา เนื่องจากมีเหงือกที่ช่วยในการหายใจ แต่มักชอบอาศัยบนผิวเลนมากกว่าการดำมุดอยู่ใต้น้ำ และยังชอบวิ่งไปมาภายใต้แสงแดดจ้า จึงจัดเป็นสัตว์ประเภทครึ่งบกครึ่งน้ำ ลักษณะของปลาตีน คือ หัวมีขนาดโต มีตาหนึ่งคู่ตั้งอยู่ส่วนบนสุดของหัวโปนออกมาเห็นได้ชัด ดวงตาสามารถกรอกไปมาได้ จึงใช้มองเห็นได้ดีเมื่อพ้นน้ำ สามารถเคลื่อนที่บนบกได้ โดยใช้ครีบอกที่แข็งแรงไถลตัวไปตามพื้นเลนหรือกระโดดได้ และสามารถใช้ชีวิตอยู่บนบกได้เป็นเวลานานเนื่องจากมีกระพุ้งแก้มเป็นอวัยวะพิเศษอยู่ข้างเหงือกสำหรับอุ้มน้ำเก็บความชุ่มชื้น

ปลาตีนยังถือเป็นปลาเศรษฐกิจประเภทรองของมณฑลฝูเจี้ยน เนื่องจากคุณภาพของเนื้อปลามีความละเอียดนุ่มและอร่อย ทั้งยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ไนอาซินวิตามิน B1 และ B2  โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาตีนในแถบพื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลฝูอัน  ถือเป็นปลาตีนที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด ให้คุณภาพเนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย และยิ่งถ้าจับในฤดูหนาว จะเป็นช่วงที่เนื้อปลามีความคาวน้อยและไขมันต่ำ จนชาวบ้านขนานนามกันว่าเป็น “ยาบำรุงชั้นดี” ชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ ปลาตีนยังถือเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าและประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเลือดและสร้างสเปิร์ม บำรุงไต บรรเทาอาการปวดและถอนพิษ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ตำรับยาตะวันตกจึงขนานนามปลาชนิดนี้ว่าเป็น “โสมทะเล” หรือ “ไวอากร้าทะเล”

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวอีกว่า การเพาะเลี้ยงปลาตีนนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายนานแล้ว เพียงแต่ในจีนยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก โดยส่วนใหญ่จะมีการเพาะเลี้ยงในแถบพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีป่าชายเลนเท่านั้น  ซึ่งตำบลฝูอัน (ในอำเภอหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน) มีความได้เปรียบตรงที่มีพื้นที่ป่าชายเลนมากและมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นทำเลทองเหมาะสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงปลาตีนเป็นอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่า “ตำบลฝูอันเป็นแหล่งผลิตปลาตีนคุณภาพที่มีความสำคัญของมณฑลฝูเจี้ยน”

 

 

ในด้านราคาซื้อ-ขาย ปลาตีนถูกสนนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 160 หยวน (หรือประมาณ 800 – 1,000 บาท) โดยกำไรต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 ครั้ง พื้นที่เลี้ยงปลา 1 เอเคอร์ จะได้กำไรประมาณ 8,000 กว่าหยวน (หรือประมาณ 4-5 หมื่นบาท)

ชาวประมงผู้เลี้ยงปลาตีนกล่าวว่า ในระยะหลายปีหลังนี้ ชาวประมงในพื้นที่แถบดังกล่าว เริ่มค่อยๆ หันมาสนใจการเพาะเลี้ยงปลาตีนเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีรายได้ดี ให้ผลผลิตสูง เลี้ยงง่าย เนื่องจากปลาตีนสามารถปรับสภาพตัวเองเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และชาวประมงยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงให้ได้พันธุ์ปลาตีนที่มีคุณภาพ รองรับกับความต้องการของตลาด ระดับความเค็มที่เหมาะสมกับปลาตีนอยู่ในระหว่างระดับ 7-20 และการควบคุมจำนวนประชากรปลาต่อพื้นที่เพาะเลี้ยง 1 เอเคอร์ ควรจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 3,300 ตัว และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักชีวภาพควบคู่กันไปด้วย ก็จะเป็นการเพิ่มอัตราความต้านทานต่อโรคให้แก่ปลา ทั้งนี้ จากการลองผิดลองถูกกันมามาก ทั้งในด้านการเพาะเลี้ยง อนุบาลพันธุ์ปลา การจัดการสภาพแวดล้อม การเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ปัจจุบันชาวประมงผู้เลี้ยงปลาตีนในฝูอันมีประสบการณ์มากขึ้น และสามารถขยายสถานที่เพาะเลี้ยงปลาจากหาดชายเลนมาเลี้ยงในพื้นที่นาได้สำเร็จ

ในชั้นนี้ ผู้เพาะเลี้ยงปลาตีนเพื่อจำหน่ายในฝูอัน สามารถผลิตผลผลิตที่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคในมณฑลฝูเจี้ยนได้ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าปลาชนิดนี้จากต่างประเทศแต่อย่างใด เช่นเดียวกับการส่งออก เนื่องจากธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาตีน ยังอยู่ในวิวัฒนาการระยะต้นๆ ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในจีนมากนัก ทั้งยังมีความจำกัดในด้านปัจจัยสภาพแวดล้อมในการเพาะเลี้ยง จึงทำให้กลุ่มเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้ กระจุกอยู่บริเวณพื้นที่ชายเลนเท่านั้น อนึ่ง ยังมีผู้บริโภคปลาอีกจำนวนมาก ที่ไม่ทราบว่าปลาชนิดนี้ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถเป็นยาบำรุงกำลังที่ดี ดังนั้น ชาวประมงไทยหรือผู้ที่สนใจธุรกิจประเภทนี้ คงยังต้องศึกษาและติดตามความคืบหน้าของธุรกิจนี้ต่อไป รวมทั้งเฝ้าดูพฤติกรรมการบริโภคปลาตีนในจีน เพื่อหาโอกาสสำหรับธุรกิจไทยต่อไปในอนาคต



ข้อมูลเพิ่มเติม

  

1. ปลาตีน (ภาษาอังกฤษ Mudskipper , Amphibious fish) จัดอยู่ในสกุล Periophthalmodon ในวงศ์ปลาบู่ (Gobiidae)

ปลาตีนขนาดเล็กเรียกว่าปลาจุมพวด มีความยาวเฉลี่ยประมาณ 10 เซนติเมตร ส่วนปลาตีนขนาดใหญ่ เรียกว่าปลากระจัง มีความยาวเฉลี่ย 25 เซนติเมตร ปลาตีนเพศผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย

2. แหล่งที่อยู่ของปลาตีน ป่าชายเลนในประเทศไทยมีกระจายเป็นตอนๆ ริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดชลบุรี มีอาณาเขตป่าชายเลนตั้งแต่ปากแม่น้ำบางปะกงเลียบชายฝั่งจนถึงตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด เรื่อยลงไปถึงจังหวัดปัตตานี ส่วนทางฝั่งทะเลอันดามันพบตั้งแต่จังหวัดระนองลงไปสุด ชายแดนไทยที่จังหวัดสตูล

3. อาหารที่ปลาตีนกิน จะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เช่น ลูกกุ้ง ลูกปู ตัวอ่อนของสัตว์น้ำขนาดเล็ก รวมทั้งสาหร่าย แบคทีเรีย และ ซากสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนผิวเลน ปกติปลาตีนจะอาศัยอยู่รวมกันหลายตัวไม่มีการออกนอกเขตของตัวเอง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปลาตีนตัวผู้จะมีสีเข้มขึ้น และมีการแบ่งอาณาเขตในช่วงการสืบพันธุ์ โดยจะมีการสร้างหลุมซึ่งจะใช้ปากขุดโคลนมากองบนปากหลุม เราเรียกว่า “หลุมปลาตีนปลาตีนตัวผู้มีพฤติกรรมหวงเขตแดน เมื่อมีปลาตีนตัวผู้อื่นล้ำแดนเข้ามาจะกางครีบหลังขู่ และ เคลื่อนที่เข้าหาผู้รุกล้ำทันที ปลาตีนตัวผู้ และตัวเมียจะผสมพันธุ์ในหลุมที่ตัวผู้ขุดไว้

4. ในประเทศไทย ปลาตีนมักจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามมากกว่าการนำมารับประทานเป็นอาหาร

* * * * * * * * * *

 

 

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม