นครหนานหนิงเริ่ม 5G เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบที่แรกในจีน

 

ไฮไลท์

  • 5G คือ Generation ใหม่ของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่จะมาแทนที่ระบบ 4G ที่เรากำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะไม่จำกัดแค่มือถือเท่านั้น แต่รวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT)
  • นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเป็นเมืองแรกของประเทศจีนที่เริ่มทดลองใช้ระบบสัญญาณ 5G เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ (Stand alone: SA) ในพื้นที่ตัวเมือง และเป็นการใช้ระบบสัญญาณในสเกลขนาดใหญ่ที่สุดครั้งแรกในประเทศอีกด้วย
  • ระบบสัญญาณ 5G เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในยุคการสื่อสารไร้สายให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอินเทอร์เน็ตเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Internet) ช่วยให้เทคโนโลยี IoT เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ และผลักดันเมืองให้ก้าวไปสู่ “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ได้อย่างแท้จริง

 

บริษัท China Telecom สาขากว่างซี ได้เปิดใช้ 5G เต็มรูปแบบ (Stand alone: SA) ในนครหนานหนิง ซึ่งมีสเกลใหญ่ที่สุดเป็นแห่งแรกในจีน และโครงข่ายสัญญาณทดลอง 5G เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในพื้นที่ตัวเมืองเป็นแห่งแรกของประเทศอีกด้วย

ระบบ 5G เต็มรูปแบบ นี้มีโครงข่ายสัญญาณครอบคลุมบนถนนหมินจู๋ต้าต้าว (民族大道) ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่พาดผ่านย่านเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญของเมือง และต่อขยายไปถึงสถานีรถไฟความเร็วสูง 2 แห่งของเมือง รวมระยะทาง 16 กิโลเมตร

บริษัท China Telecom ใช้มาตรฐาน 5G เต็มรูปแบบที่ทันสมัยที่สุดในโลกปัจจุบัน ร่วมกับอุปกรณ์และเทคโนโลยี 5G ของบริษัทหัวเหว่ย กอปรกับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน ทำให้ระบบ 5G เต็มรูปแบบในนครหนานหนิงเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยใช้เวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น

สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์การใช้ 5G เต็มรูปแบบ และบริการที่เกี่ยวข้อง สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงขึ้นรถเมล์ 5G (รถเฉพาะกิจ) ที่วิ่งให้บริการบนถนนหมินจู๋ต้าต้าวตั้งแต่วันนี้จนถึงปลายเดือนมิถุนายน 2562 (ช่วงทดลอง) ซึ่งจะให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 – 18.00 น.ของทุกวัน รวมระยะทางทั้งหมด 20 สถานี

ระบบ 5G มีจุดเด่น 3 ประการ คือ

  1. รับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าระบบ 4G ถึง 10-100 เท่า ความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงถึง 10 Gbit/s สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์แบบความละเอียดสูง (HD) หนึ่งเรื่องเพียงเสี้ยววินาที และสามารถรับชมวีดิโอระดับ HD พร้อมกัน 16 ช่องได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด
  2. ความหน่วงของระบบ (Latency) ลดลง 5-10 เท่า ในระดับ 1 มิลลิวินาที (4G มีความหน่วง 10 มิลลิวินาที) ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีไร้คนขับ และยกระดับความปลอดภัยของยานยนต์ไร้คนขับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบควบคุมการหยุดรถสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
  3. ความหนาแน่นในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ (Connection Density) เพิ่มขึ้น 10-100 เท่า ในระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร โดยสามารถเชื่อมต่อไฟถนน ไฟจราจร มิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำปะปา รวมถึงกล้องวงจรปิดกับระบบ 5G ได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่สาธารณะของเมือง

ระบบสัญญาณ 5G เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในยุคการสื่อสารไร้สายให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาอินเทอร์เน็ตเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Internet) ช่วยให้เทคโนโลยี IoT เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ และผลักดันเมืองให้ก้าวไปสู่ “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ได้อย่างแท้จริง

 

จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com (中国新闻网) ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2562
รูปประกอบ www. pixabay.com

thaibiz_editor

thaibiz_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม