นครหนานหนิงเข้ายุค Baby Boom ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจแม่และเด็กรับทรัพย์

หนังสือพิมพ์ Modern life: ครอบครัวชาวนครหนานหนิงตื่นตัวมากพอสมควรกับนโยบาย "ลูกคนที่สอง" คาดหมายว่า ช่วง 2 ปีนี้จะเป็น "โอกาสทอง" ของธุรกิจโรงพยาบาลกับบริการฝากครรภ์และการคลอดบุตร

เมื่อปลายตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวที่ใช้มาตลอด 35 ปีที่ผ่านมา โดยผ่อนคลายความเข้มงวดให้ครอบครัวชาวจีนสามารถมีบุตรได้สองคน เพื่อมุ่งหวังแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างประชากรจีนในระยะยาว

ที่นครหนานหนิง หลังการบังคับใช้นโยบายลูกคนที่สองพบว่ามีจำนวนสตรีในวัยพร้อมมีบุตรเข้ามาสอบถามที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก โดยมากกว่าร้อยละ 30 ต้องการมีบุตรคนที่สอง ส่วนใหญ่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป

นางเจี่ยง ลี่ (Jiang Li, 蒋丽) รองหัวหน้าแผนกนารีเวช โรงพยาบาลเพื่อแม่และเด็กกว่างซี ให้ข้อมูลว่า แต่ละวันมีผู้ที่เข้ามาสอบถามเรื่องบุตรคนที่สองมากกว่าครึ่งของจำนวนลูกค้าทั้งหมด และมีผู้ที่ตรวจสุขภาพก่อนการมีบุตรคนที่สองวันละ 30-40 ราย ทั้งนี้ คาดหมายว่า ช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงพีค (Peak) ของการคลอดบุตรหลังจากที่มีการผ่อนคลายนโยบายการมีบุตรคนที่สอง

โรงพยาบาลหลายแห่งมีการเตรียมความพร้อมในการชิง "เค้ก" ก้อนนี้อย่างเต็มที่ โรงพยาบาลบางแห่งมีการปฏิรูปโครงสร้างใหม่ มีการเปิดศูนย์สูติ-นารีเวชเพื่อให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ มีการเปิดศูนย์ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตรคนที่สอง การขยายพื้นที่ให้บริการแผนกสูติเวช มีการเพิ่มโปรโมชั่นการบริการหลายรูปแบบสำหรับแม่และเด็ก เช่น อาหารเช้าสำหรับคุณแม่ฟรี บริการรถพยาบาลเพื่อไปรับคุณแม่ที่พร้อมคลอดฟรี

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ สตรีที่ประสงค์จะมีบุตร(คนที่สอง)มีช่วงอายุค่อนข้างมากซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคทางนรีเวช อาทิ เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก จึงเป็นอีกช่องทางของโรงพยาบาลในการพัฒนาแผนกตรวจสุขภาพและบริการสำหรับสตรี(สูงวัย)ที่ประสงค์อยากมีบุตร(คนที่สอง)ด้วย



บีไอซี เห็นว่า
แนวโน้มดังกล่าวเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจโรงพยาบาล(ไทย)ในการ "ก้าวออกมา" ลงทุนบุกเบิกตลาดจีน ซึ่งปัจจุบัน จีนเริ่มมีการเปิดเสรีสำหรับภาคธุรกิจโรงพยาบาลสำหรับนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาร่วมทุนได้แล้ว (ทุนต่างชาติ 100% ทำได้ในบางมณฑลเท่านั้น) เนื่องจากจำนวนโรงพยาบาลที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับและตอบสนองต่อจำนวนประชากรได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนที่มุ่งเน้นการบริการเหนือระดับ

ยกตัวอย่างเช่น ในนครหนานหนิง เมื่อเดือน ก.ย.2558 ได้มีนักลงทุนเอกชนเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลเป็นกรณีศึกษาเมืองแรกของมณฑล ระหว่างบริษัท Guangzhou Ming’An Medical Investment (广州市明安医疗投资有限公司) และโรงพยาบาลประชาชนนครหนานหนิงแห่งที่ 1 (1st Peple’s Hopital, 南宁市第一人民医院)

แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากรเด็ก ยังจะช่วยกระตุ้นให้ครอบครัชาวจีนมีความต้องการใช้อุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นสำหรับแม่และเด็กเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสหนึ่งของผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาลู่ทางในการขยายธุรกิจในจีน อาทิ อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม การศึกษา และการบริการสันทนาการ เช่น สปาสำหรับแม่และเด็ก



เกร็ดความรู้…

ผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ ชี้ว่า นโยบายลูกคนที่สองจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของประชากรใหม่จำนวน 3-8 ล้านคน ช่วงพีคของการคลอดบุตรอยู่ในปี 2560 และในช่วง 2-3 ปีแรกของการดำเนินนโยบายลูกคนที่สอง อัตราการเกิดจะพุ่งสูงขึ้นในวงจำกัด แต่อัตราการเกิดคงไม่เทียบเท่าช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นอกจากนี้ คาดหมายว่า ระหว่างปี 2557- 2567 จำนวนผู้ใหญ่วัยเจริญพันธุ์ที่มีช่วงอายุ 23-28 ปีจะลดลงจาก 73.87 ล้านเหลือ 41.16 ล้าน





ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจโรงพยาบาลของนครหนานหนิงเปิดรับ "ทุนเอกชน(จีน)" แล้ว (08 ต.ค. 2558)

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม