ถึงเวลาเปลี่ยน…กว่างซีเข้าสู่ยุค 5G เทรนด์เทคโนโลยีใหม่บนโลกดิจิทัล

ไฮไลท์  

  • เทคโนโลยี 5G หรือ 5th Generation คือ ระบบการสื่อสารแบบไร้สายยุคที่ 5 ซึ่งมีความสามารถในการรับส่งข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าระบบ 4G เป็นร้อยเท่า โดยอุปกรณ์ที่รองรับระบบนี้จะไม่จำกัดเพียงสมาร์ทโฟน แต่รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด
  • ในจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มมีการพัฒนาระบบ 5G ในหลายมณฑล โดย “นครหนานหนิง” เป็น 1 ใน 12 เมืองนำร่องการพัฒนา 5G ของประเทศ โดยคณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) และ China Mobile
  • ปัจจุบัน นอกจากนครหนานหนิงแล้ว เมืองหลิ่วโจวและเมืองกุ้ยหลิน เป็นอีก 2 เมืองของกว่างซีที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี 5G เป็นพื้นที่แรก ๆ ของมณฑล โดย China Mobile คาดว่าจะพัฒนาสถานี 5G เกือบหมื่นสถานีใน 14 เมืองทั่วกว่างซี และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2563

 

ปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะหยิบจับอะไรก็เป็นดิจิทัลไปหมด วันนี้ BIC จึงหยิบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “เทคโนโลยี 5G” เทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในโลกยุคดิจิทัลในกว่างซีมาฝาก

ตั้งแต่ปลายปี 2561 ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในกว่างซีได้ทยอยเปิดตัวเทคโนโลยี 5G ในมณฑลออกมาเรื่อยๆ หลังที่ค่าย China Mobile เปิดตัวสถานีทดลองเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย 5G ในพื้นที่นครหนานหนิงได้ไม่นาน ทาง China Mobile ได้เลือกเมืองกุ้ยหลินและเมืองหลิ่วโจวเป็นสถานีนำร่องทดลองระบบ 5G ทำให้ “หนานหนิง-หลิ่วโจว-กุ้ยหลิน” เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในการขับเคลื่อนไปสู่ “ยุค Digital Guangxi”

จุดเด่นของระบบการสื่อสารไร้สาย 5G นอกเหนือจากความเร็วในการรับส่งข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าระบบ 4G เป็นร้อยเท่าแล้วนั้น ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมากได้พร้อมกันโดยใช้พลังงานที่ต่ำ

นั่นหมายความว่า ระบบ 5G นี้ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดการใช้งาน ไม่เพียงสมาร์ทโฟน แต่รวมถึงการเชื่อมอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น 5G จึงไม่ใช่แค่การสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่รวมถึงการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับอุปกรณ์ และอุปกรณ์กับอุปกรณ์ด้วย

กว่างซีนำระบบการสื่อสารไร้สาย 5G ไปประยุกต์ใช้กับอะไรบ้าง มีตั้งแต่เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ อากาศยานไร้คนขับ อุปกรณ์ AR / VR (เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ในสายการผลิต อุปกรณ์อัจฉริยะ บ้านอัจฉริยะ และการแพทย์เคลื่อนที่

ในส่วนของ เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ นครหนานหนิงได้นำระบบ Self-Driving สำหรับรถนำเที่ยวที่วิ่งในบริเวณ Nanning Garden Expo Park โดยการบังคับทางไกลเพียงเสี้ยววินาทีผ่านเครือข่ายระบบ 5G ทั้งการสตาร์ทรถ การเพิ่ม-ลดความเร็ว และการเลี้ยวรถ และยังมีระบบส่งภาพแบบ real-time กลับมายังห้องจัดแสดงภายในสวนแสดงพืชสวนโลกนครหนานหนิง

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในกว่างซีเป็นเพราะ “ภาครัฐ” โดยที่รัฐบาลกว่างซีกำลังดำเนินยุทธศาสตร์ Big Data เพื่อเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาให้กว่างซีไปสู่สังคมดิจิทัล ผลักดันการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรม และมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาเชิงคุณภาพ (มากกว่าปริมาณ) ซึ่งเทคโนโลยี 5G ช่วยตอบโจทย์ข้างต้นได้อย่างดี

รัฐบาลกว่างซีพร้อมให้การสนับสนุนเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 5G การส่งเสริมการลงทุน การสนับสนุนภาคธุรกิจในการแก้ไขปัญหาด้านเทคนิค การส่งเสริมความร่วมมือเชิงนวัตกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์ การแบ่งปันองค์ความรู้ และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อผลักดันให้กว่างซีเป็น “เมืองเศรษฐกิจดิจิทัล”

เมืองเศรษฐกิจดิจิทัล (5G) มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกว่างซี ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การขนส่งและโลจิสติกส์ การแพทย์ การเงิน การเกษตร และสื่อมวลชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของกว่างซีไปอีกระดับ

อุตสาหกรรมที่ใช้ Internet of Things (IoT) และการทำงานด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (แทนที่มนุษย์) จะช่วยให้อุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่ง เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์

ค่าย China Mobile วางแผนว่าจะจัดสรรเงินทุนหลายพันล้านหยวนเพื่อวางระบบโครงสร้างพื้นฐานและสถานี 5G กว่าหมื่นจุดทั่วทั้งกว่างซี และเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ภายในปี 2563 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของกว่างซีมากยิ่งขึ้น

 

 

จัดทำโดย นางสาววัชราภรณ์  พรหมพินิจ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com (中国新闻网) ประจำวันที่ 16 มกราคม 2562
รูปประกอบ www. pixabay.com

 

 

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม