จีนมุ่งยกระดับสินค้าตรา Made in China สู่อุตสาหกรรมมีระดับให้ทันปี พ.ศ.2568

จีนเปิดเผยมุมมองทางเศรษฐกิจ มุ่งรวบรัดเปลี่ยนการผลิตสินค้า Low-cost สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ระดับ Premiumป้อนตลาดโลก ภายในปี พ.ศ.2568 ซึ่งการผลิตสินค้าระดับ Premium ดังกล่าว จะมุ่งเน้นไปยังสินค้าประเภท E-commerce พลังงานสีเขียว ชีวเคมี รถไฟความเร็วสูง เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ยานอวกาศ และอีกมากมาย ทางจีนมองว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้คุ้มค่าแก่การบุกเบิกและการลงทุน และจีนเองก็เคยปฏิรูปอุตสาหกรรมจีนสมัยใหม่สำเร็จมาแล้ว โดยการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของจีน จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจีน และเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นให้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งจากเดิมมีเพียงแค่ 20% เท่านั้น

นอกจากนี้ หากมองไปที่ประเทศที่ทำสำเร็จแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา เยอรมัน และญี่ปุ่น จีนตระหนักดีว่าทางประเทศเหล่านั้นมีนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวในอนาคต ด้วยศักยภาพและทรัพยากรที่จีนมี จีนเองก็สามารถไล่ตามประเทศที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้นได้ไม่ยาก เพราะตอนนี้จีนทราบดีแล้วว่า “ความสำเร็จของการปฏิรูปที่แท้จริงคือการมีองค์ความรู้นวัตกรรมของตนเอง!”

ซึ่ง 10 นวัตกรรมที่จีนจะผลักดัน ได้แก่ นวัตกรรมการสื่อสาร นวัตกรรมควบคุมระบบดิจิตอล นวัตกรรมยานอวกาศ นวัตกรรมเรือชั้นสูง นวัตกรรมรถไฟและส่วนประกอบ นวัตกรรมประหยัดพลังงาน นวัตกรรมการพัฒนาวัสดุใหม่ๆ นวัตกรรมทางการแพทย์ นวัตกรรมการเกษตร และนวัตกรรมอุปกรณ์พลังงาน เป็นต้น ซึ่งไทยเองก็สามารถร่วมมือกับทางจีนเพื่อร่วมพัฒนากับจีนได้ ซึ่งคาดว่านวัตกรรมเหล่านี้ จีนเองก็ยังคงต้องหาแนวร่วมพัฒนากับต่างชาติแน่นอน คาดว่าไทยจะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาได้ เช่น ปัจจุบันไทยก็มีการพัฒนาแผ่นพลังงานแสงอาทิตย์ อุตสาหกรรมต่อเรือ และในอนาคตมีแผนจะพัฒนานวัตกรรมยานอวกาศ ซึ่งการหาพันธมิตรในจีนน่าจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ในการร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการจนถึงระดับประเทศ

ข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ และโอกาสที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยจะสามารถขยายตลาด ส่งเสริมการลงทุน และความร่วมมือระหว่างกัน เนื่องจาก จีนจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้า “เทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมของตนเอง” ดังนั้น การร่วมมือระหว่างกันของผู้ประกอบการสองประเทศจะเป็นการเปิดโอกาสให้ไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมของตนเองสู่ภาคอุตสาหกรรมในเชิงพาณิชย์ของตนเองต่อไป ทั้งนี้ หากไทยเริ่มต้นสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาอำนาจอย่างจีน แล้วมาต่อยอดบุกตลาดพัฒนานวัตกรรมทั้งสิบนี้ เชื่อว่า โอกาสที่ไทยจะเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมสินค้าทันสมัยย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม!

จัดทำโดย นางสาวชนิกานต์ การวิวัฒน์

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

จัดทำโดย นางสาวชนิกานต์ การวิวัฒน์

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

ข้อมูลอ้างอิง

1. ข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ marketwatch.com วันที่ 28 เมษายน 2556 ในหัวข้อ Now made in China: Taste

2. ข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ en.people.cn วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ในหัวข้อ ‘MadeinChina2025’tofocusontenkeysectors

3. ข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ china.org.cn วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ในหัวข้อ Strong marketization key to ‘Made in China 2025’

4. ข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ voanews.comวันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ในหัวข้อ ‘World’s Factory’ Aims for Upgrade With ‘Made in China’ 2025

5. นสพ. Shanghai Daily วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 ในหัวข้อ “Made in China 2025” vision unveiled


ปรับปรุงล่าสุด : 14 กันยายน 2558

โดย : นางสาวชนิกานต์ การวิวัฒน์

นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม