จีนขยายตลาดนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ

จีน ประเทศผู้ผลิตและนำเข้าข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก วางแผนขยายนำเข้าข้าวสารจากเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาในต้นปี 2559 นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกข้าวสารต่างประเทศ

จีน คือ ประเทศผู้ผลิตข้าวสารที่ใหญ่ที่สุด และยังเคยเป็นผู้ส่งออกธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่จากความต้องการในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ผนวกกับการเปลี่ยนประเทศจากเกษตรกรรมเป็นการเน้นภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการและการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้จีนมีความต้องการนำเข้าข้าวสารเพิ่มสูงขึ้น โดยหลังจากปี 2554 ที่จีนเริ่มเปิดประเทศและอนุมัติการนำเข้าข้าวสารจากประเทศอาเซียน อาทิ เวียดนาม ไทย เมียนมาร์ ปากีสถานและกัมพูชา ส่งผลให้ตัวเลขการนำเข้าข้าวสารสูงเกินตัวเลขการส่งออกเป็นครั้งแรก โดยในปี 2554 จีนนำเข้าข้าวสาร 569,000 ตัน และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 3.35 ล้านตันในปี 2558 (สถิติจาก http://www.chinagrain.cn/)

พนักงานขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า ข้าวสารนำเข้าได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะข้าวสารนำเข้าจากประเทศอาเซียน

ตลาดขนาดใหญ่

จากการรายงานของ http://www.chinagrain.cn/ พบว่า ข้าวสาร ข้าวสาลีและข้าวโพด คือ 3 ธัญพืชหลักสำหรับการบริโภคของชาวจีน โดยในอดีตผลผลิตข้าวสารมีปริมาณมากกว่าข้าวสาลีและข้าวโพดอยู่มาก แต่หลังจากปี 2558 ปริมาณผลผลิตข้าวสารลดน้อยลง โดยมีปริมาณการผลิตมันฝรั่งแซงหน้าเป็นอันดับหนึ่ง

สำนักงานเกษตรสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ปี 2558 – 2559 การบริโภคข้าวสารของโลกจะสูงขึ้นเป็น 483.7 ล้านตัน โดยเป็นการบริโภคในประเทศจีนราว 100 ล้านตันต่อปี

นายหลี่ กัวซิง นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์สังคมแห่งชาติจีน (Chinese Academy of Social Sciences หรือ CASS) กล่าวว่า เหตุผลหลักที่จีนต้องการนำเข้าข้าวสารจากต่างประเทศเป็นเพราะต้นทุนการนำเข้าที่ต่ำกว่าข้าวสารในประเทศ นอกจากนี้ยังมีความต้องการข้าวสารสายพันธุ์อื่นที่แตกต่างจากสายพันธุ์ที่ผลิตได้ในประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม นายหลี่ กังซิง คาดว่า การนำเข้าข้าวสารจากเกาหลีใต้จะอยู่ในปริมาณน้อยเพราะราคาของข้าวสารเกาหลีใต้ยังไม่สามารถแข่งขันกับข้าวสารอื่นๆ ในตลาดได้ ส่วนการนำเข้าข้าวสารจากสหรัฐอเมริกานั้น อาจต้องเผชิญความท้าทายในเรื่องของรสชาดว่าจะถูกปากชาวจีนหรือไม่

ความต่างของราคา

ความแตกต่างของราคาข้าวสารในประเทศกับข้าวสารนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 745 หยวน (หรือ 114.48 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อตัน โดยในปี 2558 จีนนำเข้าข้าวสารที่ 3.35 ล้านตัน คิดเป็นราคาต่างที่ 2.53 พันล้านหยวน

นายหลี่ กัวซิง เห็นว่า ภาครัฐควรให้ความสนใจกับราคาตลาดข้าวสารในประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากข้าวสารนำเข้าซึ่งมีราคาถูกกว่ามาก

แม้ว่าจีนจะเป็นผู้ผลิตข้าวสารรายใหญ่ที่สุดในโลก แต่ข้าวสารจีนไม่ได้รับการจัดให้เป็นข้าวสารที่มีคุณภาพที่สูงสุด ผู้บริโภคชาวจีนหลายรายเลือกที่จะบริโภคข้าวสารจากไทยและกัมพูชา เพราะความหอมนุ่มของข้าวหอมมะลิที่ไม่สามารถหาได้ในข้าวสารจีน แต่หากมองในภาพรวมแล้ว ข้าวสารไทยที่นำเข้าส่วนใหญ่มักมีราคาและคุณภาพต่ำ ไม่สามารถเทียบได้กับข้าวสารจีนในประเทศ

รายงานของเว็บไซต์ข่าว finance.qq.com พบว่า ข้าวสารจากเวียดนามมีต้นทุนที่ต่ำกว่าข้าวสารในประเทศจีนถึงร้อยละ 50

นายหลี่ กัวซิง เห็นว่า อุตสาหกรรมข้าวสารในประเทศจีนยังคงเผชิญปัญหาการผลิตล้นตลาด เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตและการเพาะปลูกไม่ทันสมัย นับเป็นจุดอ่อนที่ต้องได้รับการปรับปรุง

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม