กว่างซีเตรียมขึ้นแท่น ‘ด่านนำเข้าข้าว’ ที่สำคัญของประเทศจีน

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : สถานการณ์การนำเข้าข้าวจากต่างประเทศผ่านด่านต่างๆ ในเขตฯ กว่างซีจ้วงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดเผยของ สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคเขตฯ กว่างซีจ้วง (CIQ)

ช่วง 3 ไตรมาสแรก ปีนี้ (ปี 57) มีการนำเข้าข้าวผ่านด่านต่างๆ ในกว่างซี จำนวน 303 ล็อต น้ำหนักรวม 99,300 ตัน มูลค่ารวม 44.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 441 / 200 และ 226 เปอร์เซนต์ (YoY) ตามลำดับ

ที่สำคัญ คือ ข้าวที่นำเข้าทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบและไม่พบปัญหาด้านคุณภาพใดๆ

ข้อสังเกตเกี่ยวกับสถานการณ์การนำเข้า ข้าวผ่านด่านในเขตฯ กว่างซีจ้วง มีดังนี้

หนึ่ง ด่านท่าเรือในเมืองฝางเฉิงก่าง (Fangchenggang, 防城港) ครองสัดส่วนการนำเข้าข้าวมากกว่าร้อยละ 75  (ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการนำเข้า 17 ราย) ซึ่งข้าวที่นำเข้าส่วนใหญ่จะถูกกระจายต่อไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้และภาคกลางตอนล่างของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีด่านทางบกในอำเภอระดับเมืองผิงเสียง และด่าน(ทางบก)สุยโข่ว (Shuikou Border, 水口口岸) ในเมืองฉงจั่ว (Chongzuo City, 崇左市)

สอง ข้าวเวียดนาม ครองสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 (และข้าวกัมพูชา และไทย ตามลำดับ)

สาม การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงกับกัมพูชาเมื่อปีก่อน (ปี 56) ส่งผลให้การนำเข้าข้าวจากกัมพูชาในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (ข้อมูลล่าสุด พบว่า ข้าวกัมพูชาที่นำเข้าผ่านด่านในกว่างซีมีจำนวน 3,100 ตัน มูลค่าสินค้า 3.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.5 เท่า และ 10.4 เท่า ตามลำดับ)

สี่ จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง(ใกล้อาเซียน)เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจีนอาศัยด่านต่างๆ ของกว่างซีในการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะด่านท่าเรือ เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านระยะทางและต้นทุนค่าขนส่ง

เจ้าหน้าที่สำนักงาน CIQ เปิดเผยว่า สำนักงานฯ พร้อมดำเนินนโยบายรับมือต่อสถานการณ์นำเข้าข้าวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนากลไกการติดตามตรวจสอบสินค้าแบบครบวงจร (Trace back system)

อาทิ ระบบควบคุมติดตามตรวจสอบสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ (ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นตรวจเอกสารจนถึงการตรวจปล่อยสินค้า) และระบบขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า (ผู้ส่งออกต้นทุน ผู้รับสินค้าและตัวแทนจำหน่ายในประเทศ) และระบบบันทึกการนำเข้าและจำหน่ายอาหาร(ข้าว)ของผู้นำเข้า

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนมีการนำระบบโควต้ามาใช้เพื่อควบคุมการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ดังนั้น การตรวจสอบว่าคู่ค้าของตนมีโควต้านำเข้าข้าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการส่งออกข้าวไทยจำเป็นต้องดำเนินการเป็นอันดับแรก นอกเหนือจากเงื่อนไขความพร้อมด้านคุณภาพมาตรฐานสินค้า ตลอดจนระเบียบขั้นตอนการนำเข้าส่งออกที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทราบอยู่เป็นทุนเดิม

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม