หอการค้าไทยในจีน

ความเป็นมา

รัฐบาลไทยและสถานเอกอัครราชทูต และทีมประเทศไทย ในกรุงปักกิ่ง ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการจัดตั้งหอการค้าไทยในจีนเป็นอย่างมาก  เพราะเห็นว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งในเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า เศรษฐกิจ การลงทุน ระหว่างไทยกับจีน  และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยและภาคเอกชนไทยในจีน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการที่ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีและใกล้ชิดต่อกัน   ตลอดจนการขยายตัว อย่างรวดเร็วของการทำธุรกิจการค้าระหว่างสองประเทศ  หอ การค้าไทยจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจไทยจีนให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และด้านโลจิสติกส์   เป็นต้น    


โครงสร้างขององค์กร

คณะกรรมการบริหารแต่ละชุดอยู่ในวาระ 1-2 ปี ตามแต่สมาชิกจะตกลงกัน โดยทั่วไป คณะกรรมการบริหารจะมีการประชุมใหญ่ประจำปีอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อพิจารณารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการ และบัญชีงบดุล และหารือเรื่องสำคัญต่างๆ  ที่จำเป็นต้องมีมติที่ประชุม ทั้งนี้ บุคคลที่เป็นคณะกรรมการบริหารของหอการค้าจะต้องมีสัญชาติไทย  


การเป็นสมาชิก

ในการจัดตั้งหอการค้าต่างประเทศในจีน  สมาชิกมี 2 ประเภท คือ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา


บทบาทของภาครัฐ

การจัดตั้งหอการค้าไทยในจีนได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของไทย โดยในช่วงเริ่มแรกของการจัดตั้ง คือ ในปี 2548 หน่วยงานภาครัฐของไทยในจีนโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สำนักงานพาณิชย์ กรุงปักกิ่ง ได้หารือกับภาคเอกชนไทยในเรื่องนี้ และได้เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องของจีนเรื่องการยื่นจด ทะเบียนหอการค้าไทยในจีน ซึ่งทางการจีนได้อนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งหอการค้าไทยในจีน (Thai chamber of Commerce in China) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550


บทบาทของภาคเอกชน

เมื่อได้มีการจัดตั้งหอการค้าอย่างเป็นทางการแล้ว สมาชิกหอการค้าจะทำหน้าที่คัดเลือกคณะกรรมการบริหารเพื่อทำหน้าที่ดำเนิน กิจการของหอการค้า โดยหน่วยงานภาครัฐยังจะสามารถสนับสนุนการดำเนินงานของหอการค้าโดยทำหน้าที่ ให้คำปรึกษาและช่วยประสานงานกับหน่วยงานจีนในบางกรณี
ทั้งนี้  หอการค้าไทยในจีนมีหลักการการดำเนินการ คือ
  1. เป็นหอการค้าต่างประเทศมีสถานะเป็นที่ยอมรับตามกฎหมายของจีน ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนมีอำนาจต่อรองกับหน่วยราชการของจีน
  2. เป็นองค์การที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในการติดต่อและจัดนัดหมายกับหน่วยงาน/บุคคลสำคัญที่ เกี่ยวข้องกับจีนได้ ซึ่งตามปกติเอกชนโดยเฉพาะรายย่อยไม่สามารถกระทำได้
  3. เป็นการช่วยเสริมสร้างศักยภาพของภาคเอกชนไทยในจีน รวมทั้งเป็นกลไกให้ข้อมูลและช่วยเหลือบรรดาสมาชิกและนักธุรกิจรายใหม่ของไทย ที่จะเข้าไปทำธุรกิจในจีนด้วย