สัพเพเหระ


ภาพจาก Image: http://www.bizh2o.com

สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวซีอานจากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 22 ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสินค้าจากประเทศไทยในนครซีอาน

จากบทความตอนที่ 1 ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน ได้พาท่านผู้อ่านไปสำรวจงานมหกรรม “ซีเชี่ยหุ้ย” พร้อมทั้งสำรวจโอกาสและความท้าทายของสินค้าไทยในนครซีอาน ในบทความตอนที่ 2 นี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจฯ จะขอเสนอข้อเสนอแนะการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสินค้าจากประเทศไทยในนครซีอานผ่านมุมมองงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย 

ข้อเสนอแนะการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสินค้าจากประเทศไทยในนครซีอานและพื้นที่ตอนในของจีน 

1. การศึกษาแนวทางและกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างถ่องแท้

แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่มีโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทย แต่เมื่อมีโอกาสก็ย่อมมีอุปสรรค เนื่องด้วยประโยชน์ในยุคทองของอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงตลาดจีนได้เช่นกัน ดังนั้น กลยุทธ์ดึงดูดใจผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญในการค้า E-Commerce การจัดโปรโมชั่นร้านค้า ควรสอดคล้องกับกระแสนิยม ทิศทางตลาด รสนิยม และอุปนิสัยผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ โดยที่ผู้บริโภคมีความสนใจเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างกัน ประกอบกับกำลังซื้อที่มีมากขึ้น ทำให้ในบางครั้งการลดกระหน่ำราคาอาจจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีนัก ผู้ประกอบการไทยจึงควรศึกษาและมีเทคนิคการดึงดูดความสนใจผู้บริโภคด้วยวิธีอื่นๆ โดยอาจเน้นการพัฒนาคุณภาพของสินค้า บรรจุภัณฑ์ การสร้างความน่าเชื่อถือการันตีว่าสินค้าเป็นของแท้ รวมไปถึงการบริการหลังการขายถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจยุคปัจจุบัน

2. การสร้างสรรค์สินค้าให้น่าสนใจและสอดคล้องกับแนวทางผู้บริโภค

วิถีชีวิต (Lifestyle) ที่เปลี่ยนแปลงไป การกลายเป็นสังคมเมือง (Urbanization) จากนโยบายยกระดับความเป็นเมืองของภาครัฐ การซึมซับวัฒนธรรมตะวันตก การเดินทางท่องเที่ยว การใช้สินค้าแบรนด์เนม และความกล้าทดลองของแปลกใหม่ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในนครซีอานที่ผู้บริโภคเริ่มมีกำลังซื้อสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาสร้างสรรค์สินค้าจากการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creative & Innovative) ทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อสร้างความน่าสนใจและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ามากกว่าการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเดิมๆ เนื่องจากปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากนครซีอานนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้น สินค้าที่สามารถซื้อหาที่ประเทศไทยได้สะดวก จึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดึงดูดผู้บริโภคชาวจีนอีกต่อไป  

3. การสร้างเรื่องราวหรือตำนานให้กับสินค้า      

การสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์สินค้า ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจสินค้าและยอมจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ที่ตนเชื่อมั่น นอกจากนี้ การสร้างภาพลักษณ์ในเชิงการผลิตแบบจำกัด (Limited Edition / Exclusive for…) ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติ และปลอดภัยจากสารเคมี ก็จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าได้มากขึ้น     

4. การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ท้องถิ่น  

ปัจจุบัน การจำหน่ายสินค้าผ่าน Physical Store หรืองานมหกรรมแสดงสินค้า เป็นรูปแบบเดิมที่อาจตอบโจทย์ลูกค้าที่นิยมเดินเลือกสินค้าด้วยตนเองเท่านั้น แต่ด้วยยุคสมัยและความก้าวหน้าของ Internet of Things ร้านค้าออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทในการจับจ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการค้าปลีกที่กลายมาเป็นช่องทางการซื้อสินค้าที่ได้รับความนิยม ซึ่งครอบคลุมไปถึงสินค้านำเข้าที่มีช่องทางกระจายสินค้าที่หลากหลาย อาทิ ในนครซีอาน ปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ท้องถิ่นที่อำนวยความสะดวกให้กับวิสาหกิจและผู้ประกอบการ เช่น

(1) www.iesroad.com แพลตฟอร์ม Cross Border E-Commerce ที่สำคัญแห่งหนึ่งของมณฑลส่านซีอยู่ภายใต้การดูแลของเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนนครซีอานที่ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2557 สามารถดำเนินการนำเข้า-ส่งออก และจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศได้

(2) www.shanxibaiyue.com แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ของเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง สาขานครซีอาน

(3) www.culigo.com

ผู้ประกอบการไทยสามารถลงทะเบียนหรือติดต่อผ่านเว็บไซต์เพื่อขอรับข้อมูลการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ข้างต้นได้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ คาดว่า รูปแบบแพลตฟอร์มที่คล้ายคลึงกันนี้จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน จีนให้ความสำคัญต่อ Cross Border E-Commerce นอกจากนี้ การพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและเร็ว ดังนั้น ผู้บริโภคจึงเกิดพฤติกรรม “ช่างเลือก” เนื่องจากต้องการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองในระดับที่สามารถซื้อหาได้ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของจีนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นพิเศษ และช่องทางการชำระเงินที่รองรับวิถีการใช้จ่ายของชาวจีนที่โดยมากเป็นกระเป๋าเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Wechat Pay หรือ Alipay) ก็จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน  

5. หมั่นแสวงหาความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงโอกาสทางธุรกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพในพื้นที่

ปัจจุบัน กระแสนิยมไทยในนครซีอานยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สินค้าและการท่องเที่ยวไทยได้รับความสนใจจากชาวนครซีอานมากขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณานครซีอานรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบแล้ว พบว่า เฉพาะในนครซีอานมีประชากรที่เป็นมุสลิมมากถึง 60,000 คน (ทั้งมณฑลราว 140,000 คน) ผู้ประกอบการอาจพิจารณาต่อยอดสินค้าและบริการที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้บริโภคมุสลิม อาทิ การท่องเที่ยวเชิงฮาลาล ธุรกิจบริการด้านการแพทย์หรือโรงแรมที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม หรือกลุ่มอาหารและเครื่องใช้ที่มีตรามาตรฐานฮาลาลรับรอง หรือสินค้าอาหารทะเลแปรรูป สัตว์น้ำแปรรูป เนื่องจากมณฑลส่านซีเป็นพื้นที่ Landlocked ไม่มีอาณาเขตติดกับทะเล ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณานำสินค้ากลุ่มที่ผู้บริโภคมีความต้องการมาประชาสัมพันธ์ในงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยให้มากยิ่งขึ้น

6. ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์และข้อมูลสินค้าที่เป็นภาษาจีนเพื่อเพิ่มความน่าสนใน ความสดใหม่ของสินค้า

ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ ฉลากผลิตภัณฑ์ภาษาจีน เนื่องจากปัจจุบัน เราสามารถพบเห็นตัวอย่างสินค้าที่แปลหรือใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรใส่ใจกับการแปลชื่อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์เป็นภาษาท้องถิ่นให้น่าสนใจ เพราะชื่อผลิตภัณฑ์และฉลากสินค้าถือเป็นด่านแรกที่จะสามารถแนะนำให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงประเภทและคุณสมบัติของสินค้า ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค ซึ่งจากการสังเกตในงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยพบว่า ยังคงมีสินค้าจากประเทศไทยและต่างประเทศจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีฉลากสินค้าภาษาจีน รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน อาทิ (1) การเตรียมข้อมูลสินค้าและคำบรรยายรายละเอียดภาษาจีน (2) เตรียมเอกสาร สำเนาหนังสือเดินทาง บัญชีธนาคารออนไลน์ (E-Banking เพื่อเปิดบัญชี Alipay หรือ Wechat) ใบรับรองความปลอดภัยทางอาหารและยา และใบประกอบธุรกิจ เป็นต้น หรือ (3) ค่าใช้จ่ายในการสมัครหรือมัดจำ ในกรณีเปิดร้านออนไลน์บนแพลตฟอร์ม T-mall หรือ Taobao เป็นต้น

7. การวาง Positioning ว่าตนเองต้องการเป็น Business Partner หรือเป็นผู้ค้ารายย่อย      

คนที่มางาน ใช่กลุ่มเป้าหมายของสินค้าคุณหรือไม่?” SMEs ไทยจำนวนมากนิยมขายปลีกสินค้าในงานมหกรรมต่างๆ มากกว่าการมองหา Business Partner ที่จะร่วมลงทุนหรือเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าในจีน ความชัดเจนในการจัดกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจ เพราะการเข้าร่วมงานมหกรรม การออกบูธ อาจเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือกระจายสินค้าที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจบางประเภทเท่านั้น ดังนั้น การวางเป้าหมายของบริษัทให้ชัดเจนจะทำให้ผู้ประกอบการไม่เสียเวลา ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเตรียมการกับสิ่งที่ไม่เหมาะกับประเภทธุรกิจของตน

บทส่งท้าย

ประเทศจีนถือเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ระดับโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่เค้กชิ้นใหญ่ชิ้นนี้จะมีผู้ประกอบการจากหลายประเทศพร้อมเข้าร่วมตัดแบ่ง มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเข้ามาสู่สนามการแข่งขันดังกล่าวแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะการทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางตลาด เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังนั้น นอกจากการสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การใช้ช่องทางการกระจายสินค้าที่เหมาะสม การศึกษาแนวโน้มความนิยมสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละมณฑลอย่างถ่องแท้ จะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มโอกาสการทำตลาดสินค้าในพื้นที่มณฑลส่านซีรวมถึงพื้นที่ตอนในของประเทศจีนได้มากยิ่งขึ้น 

********************************

พบกับ สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวซีอานจากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 22

ตอนที่ 3 รู้ไว้ใช่ว่า ..... เอกสารประกอบการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางและสปาสมุนไพร เร็วๆ นี้

             




ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิถุนายน 2561
โดย : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน