สัพเพเหระ

สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวซีอานจากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 22

ตอนที่ 1 สำรวจตลาดและกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในนครซีอานผ่านงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยฯ

งานมหกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างจีนตะวันออกและตะวันตกหรือ เรียกสั้นๆ ว่างานมหกรรม “ซีเชี่ยหุ้ยซือปั๋วหุ้ย” ครั้งที่ 22 ถือเป็นงานมหกรรมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยพื้นที่จัดแสดงสินค้าขนาด 200,000 ตารางเมตร โดยมีผู้แทนจาก 20 ประเทศทั่วโลก วิสาหกิจในและต่างประเทศร่วมออกร้านกว่า 2,600 คูหาและมีผู้เข้าชมมากถึง 300,000 คน ในปีนี้แบ่งการจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมออกจากกัน โดยสินค้าและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี/นวัตกรรมจัดแสดง ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้านานาชาติฉวี่เจียง และสินค้าทั่วไปจัดแสดง ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้านานาชาติกรีนแลนด์ปิโก้ นครซีอาน

งานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยกับประเทศไทย 

งานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ให้ชาวจีนและชาวต่างชาติในมณฑลส่านซีรู้จักมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ปี 2551 ประเทศไทยเข้าร่วมงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้จัดบูธเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การสาธิตอาหารไทยและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย อาทิ การค้า การลงทุน การขอรับการตรวจลงตรา (การขอวีซ่า) และการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย นอกเหนือจากกิจกรรมเผยแพร่วัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยของสถานกงสุลใหญ่ฯ แล้ว ยังมีผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งเข้าร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้า โดยมากเป็นสินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพ อาทิ ยาหม่องสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร หมอนสุขภาพจากยางพารา เป็นต้น

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน ได้สำรวจสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยซือปั๋วหุ้ย สรุปได้ดังนี้

1. กลุ่มสินค้าพื้นเมืองและอาหารท้องถิ่นแปรรูป

จากการสำรวจพบว่า ผู้เข้าชมส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง โดยเฉพาะอาหารท้องถิ่นแปรรูป อาทิ พุทราอบแห้ง สุราพื้นเมือง ชาและสมุนไพรอบแห้ง สินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากมีราคาไม่สูงและผู้ซื้อมีความคุ้นเคยกับกลุ่มสินค้าดังกล่าวอยู่แล้ว

2. กลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ผู้เข้าชมงานในกลุ่มวัยทำงานให้ความสนใจในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ได้รับความนิยมสูง

3. กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ธัญพืชอบแห้ง

ผู้เข้าชมงานนิยมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ Ready to Eat มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป เช่น ข้าวโอ๊ต สาหร่าย ถั่วและธัญพืชต่างๆ รวมไปถึงสินค้าชงดื่มไร้น้ำตาล/น้ำตาลน้อย ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานมากขึ้น

โอกาสและความท้าทายของสินค้าไทยในนครซีอาน

หากมองในภาพรวมแล้วประเทศจีนถือเป็นตลาดส่งออกที่มีศักยภาพทั้งในด้านปริมาณผู้บริโภคกว่า 1,300 ล้านคนและศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากขึ้น โดยยอมจ่ายเงินสูงขึ้นเพื่อสินค้าคุณภาพดีขึ้น ทั้งนี้ ตลาดจีนถือเป็นตลาดส่งออกที่มีความหลากหลาย รสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มักแตกต่างกัน ดังนั้น การให้ความสำคัญต่อการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจ และวางกลยุทธ์เพื่อจำหน่ายสินค้าในประเทศจีนได้อย่างราบรื่น ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนฯ ได้รวบรวมประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าร่วมงานฯ ในอนาคต ดังนี้

1. ตลาดนครซีอานเหมาะกับสินค้าที่มีเอกลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ดึงดูดสายตา แต่ราคาไม่สูงจนเกินไป

จากการสำรวจกลุ่มสินค้าภายในงานฯ พบว่า สินค้าไทยที่นำมาจำหน่ายในงานไม่มีความแปลกใหม่ ขาดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจ รวมไปถึงมีข้อมูลอธิบายเป็นภาษาจีนไม่ครบถ้วน เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สินค้าไทยมีข้อด้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าที่ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งจากประเทศมาเลเซีย สินค้าของไทยจึงต้องเพิ่มจุดเด่นเพื่อสร้างการยอมรับ รวมถึงต้องไม่ตั้งราคาสินค้าที่แพงเกินไป เนื่องจากปัจจุบัน สินค้าไทยหาซื้อได้ง่าย ช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์มีมาก และชาวนครซีอานที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยก็สามารถหาซื้อสินค้าเหล่านี้ได้ง่ายและทีละจำนวนมากๆ

2. ชาวนครซีอานกับคติ “ของในบูธต้องถูกและดี”  

แม้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติมณฑลส่านซีจะระบุว่า ชาวนครซีอานมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 8 ในทุก ๆ ปี แต่นับว่ายังเป็นเมืองที่ประชาชนเพิ่งเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น ชาวซีอานจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับราคาสินค้า โดยเฉพาะหากสินค้านำเข้ามีราคาที่สูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันมากเกินไป อาจทำให้สินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ดังนั้น การศึกษาตลาดที่มีความแตกต่างกันในแต่ละมณฑล รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้สอดคล้องกับชนิดของสินค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม   

3. สินค้าทดแทน ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวซีอาน

จากการสังเกตข้อมูลพบว่า สินค้าหลายประเภทที่ไทยเคยเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการจากหลายประเทศนำสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันเข้ามาจำหน่าย เช่น สบู่สมุนไพร น้ำมันหอมระเหย และกระเป๋า Handmade หนังจระเข้จากประเทศเกาหลีใต้ ขนมธัญพืชอบกรอบ โดยเฉพาะที่แปรรูปจากข้าวและถั่วจากประเทศมาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน กาแฟรสผลไม้ (มังคุดและทุเรียน) จากประเทศมาเลเซีย กาแฟลดน้ำหนักจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น

 

4. สินค้าที่แปลกใหม่และเพิ่มสรรพคุณ ได้รับความนิยม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้การรับข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย และทำให้ชาวซีอานมีความคิดที่เปิดรับและกล้าลองมากขึ้น สินค้าที่มีความแปลกใหม่ไม่จำเจจึงได้รับการตอบรับที่ดี

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ ฉลากผลิตภัณฑ์ภาษาจีน เนื่องจากปัจจุบัน เราสามารถพบเห็นตัวอย่างสินค้าที่แปลหรือใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรใส่ใจกับการแปลชื่อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์เป็นภาษาท้องถิ่นให้น่าสนใจ เพราะชื่อผลิตภัณฑ์และฉลากสินค้าถือเป็นด่านแรกที่จะสามารถแนะนำให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงประเภทและคุณสมบัติของสินค้า ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค ซึ่งจากการสังเกตในงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยพบว่า ยังคงมีสินค้าจากประเทศไทยและต่างประเทศจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีฉลากสินค้าภาษาจีน ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิด “ข้อกำหนดฉลากอาหารบรรจุหีบห่อที่จำหน่ายแก่ผู้บริโภค” ของรัฐบาลจีนแล้ว ยังเป็นการลดความน่าสนใจในตัวสินค้าอีกด้วย   

********************************

พบกับ สำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวซีอานจากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 22

ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสินค้าจากประเทศไทยในนครซีอาน เร็วๆ นี้





ปรับปรุงล่าสุด : 30 พฤษภาคม 2561
โดย : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน
แหล่งข้อมูล : จากการเข้าร่วมงาน 11-15 พ.ค. 2561

มณฑลส่านซี / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน