สัพเพเหระ

ธนาคารกลางจีนออกกฎใหม่ จัดระเบียบสังคมไร้เงินสด ห้ามแจกอั่งเปา จำกัดยอดการใช้จ่าย

ตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2561 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต้องถือว่า สังคมไร้เงินสดของจีนมีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ อย่างอาลีเพย์และวีแชท

โดยอาลีเพย์ได้ปล่อยโปรโมชั่นพิเศษ “อั่งเปาเมคมันนี่” ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2560 ให้ผู้ใช้งาน “อาลีเพย์” สร้างคิวอาร์โคดในฟังก์ชั่น “อั่งเปาเมคมันนี่” จากนั้นจึงให้ผู้อื่นสแกนคิวอาร์โคดเพื่อรับอั่งเปามูลค่าตั้งแต่ 0.3 ถึง 99 หยวน เมื่อชำระค่าสินค้า ระบบจะนำอั่งเปาไปเป็นส่วนลดค่าสินค้า เท่ากับอาลีเพย์ช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ส่วนหนึ่ง และเงินตอบแทนมูลค่าเท่ากับอั่งเปาจะถูกส่งเข้าบัญชีอาลีเพย์ของเจ้าของคิวอาร์โคดอีกด้วย

โปรโมชั่น “อั่งเปาเมคมันนี่” ช่วยให้อาลีเพย์ซึ่งเป็นเจ้าตลาดการใช้จ่ายเพื่อการช้อปปิ้งออนไลน์อยู่แล้ว ลุกคืบเข้ามาแย่งส่วนแบ่งของวีแชทเพย์ในตลาดการใช้จ่ายตามร้านค้าทั่วไป โดยมีผู้ใช้งานอาลีเพย์เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 ล้านบัญชี

นอกจากนี้ ในคืนส่งท้ายปีเก่าก่อนวันตรุษจีนปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ก.พ. 2561 อาลีเพย์ยังได้อัดกิจกรรมอีก 2 กิจกรรม ได้แก่ (1) กิจกรรมแจกอั่งเปาของ “เถาเป่า” เว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์อันดับหนึ่งของจีน ผ่านรายการการแสดงประจำเทศกาลตรุษจีนของสถานีโทรทัศน์ CCTV ที่ออกอากาศทุกปีและได้รับความนิยมอย่างสูง และ (2) กิจกรรมของอาลีเพย์ โดยให้ผู้ใช้งานทำการสะสมตัวอักษร “ฝู” (福) ซึ่งมีความหมายว่า “โชคดี” ให้ครบ 5 ตัวเพื่อแลกอั่งเปา 1 ซอง ซึ่งจะสามารถเปิดดูจำนวนเงินภายในอั่งเปาได้ในคืนส่งท้ายปีเก่า

ขณะที่ “วีแชท” แอพพลิเคชันสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของจีนที่มีผู้ใช้งาน 1,000 ล้านบัญชี ที่เพิ่งส่งให้นายหม่า ฮั่วเถิงเป็นบุคคลที่รวยอันดับหนึ่งของจีนคนใหม่ ในจำนวนนี้ เป็นผู้ใช้งานวีแชทเพย์ประมาณ 800 ล้านบัญชี ก็ได้ปล่อยโปรโมชั่น “เขย่าวีแชทรับอั่งเปา” ออกมาแก้เกมส์ โดยเมื่อชำระค่าสินค้า เพียงเขย่าโทรศัพท์ก็ได้รับอั่งเปา โดยรางวัลสูงสุดคือฟรียอดค่าใช้จ่ายรายการนั้น ทั้งนี้ ฟังก์ชั่น “เขย่า” เป็นฟังก์ชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของวีแชทตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก ทั้งใช้เขย่าหาเพื่อน และร่วมเล่นเกมส์รับรางวัลต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยใช้โปรโมชั่นแจกรางวัลโดยการเขย่าวีแชทระหว่างรับชมรายการการแสดงประจำเทศกาลตรุษจีนของสถานีโทรทัศน์ CCTV ด้วยเช่นกัน

จากการที่ทั้ง 2 ค่ายออกโปรโมชั่นสู้กันแบบสุดตัว ทำให้ประโยชน์ตกอยู่กับผู้บริโภค ซึ่งได้รับอั่งเปากันกระเป๋าตุง แต่วันเวลาดีๆ มักจะมาไวไปไวเสมอ โดยเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2560 ธนาคารประชาชนจีนได้ออกประกาศ โดยมีเนื้อหาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561 เป็นต้นไป

1. ห้ามผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ใช้รูปแบบการแข่งขันที่ไม่เหมาะสมเพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะสั้น ซึ่งรวมถึงการห้ามแจกอั่งเปา โดยการลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการรับประกันการพัฒนาในระยะยาวของอุตสาหกรรมการชำระเงินออนไลน์

2. จำกัดมูลค่าการชำระเงินผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ ดังนี้

     2.1 กรณีสแกนคิวอาร์โคดแบบภาพนิ่ง (ความปลอดภัยระดับ D) ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ไม่เกิน วันละ 500 หยวนต่อบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกหรือจำนวนบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก เนื่องจากภาพคิวอาร์โคดมีความเสี่ยงที่จะถูกสับเปลี่ยน ทำให้ค่าสินค้าถูกจ่ายไปยังบุคคลที่สามได้

    2.2 กรณีสแกนคิวอาร์โคดแบบเรียลไทม์โดยมีการยืนยันตัวตนน้อยกว่า 2 วิธี อาทิ ลายนิ้วมือหรือรหัสผ่าน (ความปลอดภัยระดับ C) ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ไม่เกินวันละ 1,000 หยวนต่อบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก หรือจำนวนบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก

    2.3 กรณีสแกนคิวอาร์โคดแบบเรียลไทม์โดยมีการยืนยันตัวตน 2 วิธีขึ้นไป โดยไม่มีลายเซ็นดิจิทัลและใบรับรองดิจิทัล (ความปลอดภัยระดับ B) ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้ไม่เกินวันละ 5,000 หยวน ต่อบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกหรือจำนวนบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก

    2.4 กรณีสแกนคิวอาร์โคดแบบเรียลไทม์โดยมีการยืนยันตัวตน 2 วิธีขึ้นไป คู่กับลายเซ็นดิจิทัลและใบรับรองดิจิทัล (ความปลอดภัยระดับ A) ผู้ซื้อสามารถกำหนดมูลค่าการชำระเงินสูงสุดได้เอง

อย่างไรก็ตาม การจำกัดมูลค่าการชำระเงินผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ เป็นการจำกัดในส่วนของผู้จ่าย ส่วนผู้ค้ายังสามารถรับเงินได้ไม่จำกัด ซึ่งก็มีผลกระทบเล็กน้อยต่อผู้ใช้งาน ในกรณีสแกนคิวอาร์โคดแบบภาพนิ่ง หากใช้เงินในบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกไปแล้ว 500 หยวน ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้เงินในบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกได้อีก 500 หยวนต่อบัญชี ในกรณีที่ต้องชำระเงินที่มียอดมูลค่าเกิน 500 หยวน ก็เพียงให้ผู้ค้าทำการสแกนคิวอาร์โคดแบบเรียลไทม์ก็สามารถชำระเงินได้เลย

แม้ห้ามแจกอั่งเปา และจำกัดมูลค่าการชำระเงิน แต่อาลีเพย์และวีแชทก็ยังมีหมัดเด็ด ได้แก่ การยกเว้นค่าธรรมเนียมถอนเงินจากบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกไปยังบัญชีธนาคารที่ผูกกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิก ซึ่งเดิมเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 0.1 หรือ 1,000 หยวนต่อ 1 หยวน การยกเลิกค่าธรรมเนียมถอนเงินดังกล่าวกระทบต่อธนาคารโดยตรง เนื่องจากธนาคารยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมโอนเงิน/ถอนเงินข้ามสาขา/ข้ามพื้นที่ แต่อาลีเพย์และวีแชทเพย์ไม่มีค่าธรรมเนียมโอนเงิน/ชำระเงิน/ถอนเงิน หากต้องการใช้เงินสดก็ถอนเงินจากบัญชีอาลีเพย์/วีแชทเพย์ไปยังบัญชีธนาคารในพื้นที่ ก็สามารถถอนเงินจากเครื่อง ATM ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ดังที่นายแจ็ค หม่า เคยกล่าวไว้ว่า “หากธนาคารไม่ปรับตัว เราจะเปลี่ยนแปลงธนาคารเอง” จึงต้องจับตาดูต่อไปว่า หลังจากนี้ ทั้งอาลีเพย์และวีแชทเพย์จะมีโปรโมชั่นการตลาดอะไรเด็ดๆ ออกมาอีก

นอกจากการพัฒนาอุตสาหกรรมการชำระเงินออนไลน์อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน และความปลอดภัยทางการเงินของผู้ใช้งานแล้ว การออกประกาศของธนาคารประชาชนจีนยังมีวัตถุประสงค์ในการรักษาพื้นที่ของการใช้เงินสดอีกด้วย ดังบทวิเคราะห์ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ที่ระบุว่า ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเงินสดจะหายไปจากสังคม แม้ในช่วงหลายปีนี้ เทคโนโลยีทางการเงินมีความก้าวหน้ามาก แต่พบว่ามีการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะ ในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วและในตลาดเกิดใหม่ จากร้อยละ 7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2543 เป็นร้อยละ 9 ของจีดีพีในปี 2559

เทคโนโลยีทางการเงินของจีนที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว จากยุคเงินสด สู่ยุคบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ที่จีนพัฒนาระบบ Unionpay ขึ้นมาใช้แทนระบบ Visa/Master ไม่ทันไร จีนก็พัฒนาไปอีกขั้นสู่ยุคการใช้กระเป๋าเงิน อิเลกทรอนิกโดยมี 2 ผู้เล่นหลัก ได้แก่ อาลีเพย์และวีแชท แม้กระทั่ง Unionpay ก็อดใจไม่ไหว ต้องกระโดดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดในอุตสาหกรรมการให้บริการชำระเงินออนไลน์ด้วย

นอกจากการเรียนรู้ประสบการณ์พัฒนาการเทคโนโลยีทางการเงินจากจีน ประเทศไทยยังสามารถเรียนรู้การกำกับดูแล การบริหารจัดการ และการจัดระเบียบอุตสาหกรรมการให้บริการชำระเงินออนไลน์ เพื่อให้สังคมไร้เงินสดของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน มีเสถียรภาพ มีการดำเนินธุรกิจและแข่งขันอย่างเหมาะสม และป้องกันผู้ใช้งานจากภัยโจรกรรมการเงินออนไลน์ อันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 และช่วยให้ผลประโยชน์ตกสู่ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

จัดทำโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง