เรียนจากผู้รู้

กฎหมายแรงงานจีน เรื่องใกล้ตัวที่นายจ้างและลูกจ้างไทยในจีนควรรู้ (ตอนที่ 2)



จากบทความเดิมตอนที่แล้ว ที่กล่าวถึงข้อกฎหมายจีนที่ควรรู้ในการจ้างงานสำหรับบริษัทไทยในนครเซี่ยงไฮ้ (คลิกข้อมูลที่นี่)  เพื่อให้นายจ้างได้เตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจจ้างลูกจ้าง เพิ่มความระมัดระวังในการทำสัญญาจ้างงาน และหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการเลิกสัญญาจ้างงานนั้น บทความนี้จะพาท่านไปรู้จักกับกฎระเบียบการจ้างงานที่ควรรู้สำหรับลูกจ้างไทยในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ลูกจ้างไทยที่ทำงานในจีนสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ เพื่อให้ทราบถึงสิทธิและการปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานจีน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าหลายคนที่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวหรือศึกษาต่อที่จีนจะต้องคิดและพูดเป็น
เสียงเดียวกันว่า “จีนเปลี่ยนไปมากจริง ๆ” โดยเฉพาะนครเซี่ยงไฮ้ที่มองไปทางไหนก็มีแต่ความเจริญก้าวหน้าทันสมัยซึ่งสิ่งนี้เองที่ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติเห็นโอกาสในการมาทำงานที่เมืองนี้ การทำงานในนครเซี่ยงไฮ้ต้องเตรียมตัวอย่างไร หรือมีกฎระเบียบสำคัญอะไรบ้างที่ลูกจ้างไทยควรรู้ ที่นี่มีคำตอบ !

อยากทำงานในจีนแบบไร้ปัญหาต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

ก่อนอื่นต้องสำรวจตนเองก่อนว่ามีคุณสมบัติพื้นฐานครบตามกฎระเบียบการจ้างงานในจีนหรือไม่ โดยเงื่อนไขทั่วไปของลูกจ้างไทยที่ทำงานในนครเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ (1) ต้องเป็นบุคคลที่มีอายุครบ 18 ปีขึ้นไปและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  (2) มีทักษะความสามารถและประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องในตำแหน่งงานที่จะทำ (3) ไม่มีประวัติอาชญากรรม  (4) มีหน่วยงานว่าจ้างในการทำงาน และ (5) มีหนังสือเดินทางที่มีผลบังคับใช้หรือเอกสารการเดินทางระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางได้

เมื่อไม่ติดขัดเงื่อนไขใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น สิ่งที่ต้องเตรียมต่อมาก็คือ เอกสารที่จำเป็นสำหรับการทำงานในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งประกอบด้วย (1) ใบแจ้งอนุญาตการทำงานของชาวต่างชาติ (Notice on Work Permit for Foreigners) (2) ใบอนุญาตการทำงานของชาวต่างชาติ (Foreigner’s Employment License) และ (3) ใบอนุญาตรับรองที่พักอาศัยชั่วคราวของชาวต่างชาติ (Residence Permit for Foreigners) ซึ่งเอกสารเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกจ้างทุกคนต้องให้ความสำคัญ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทำงานในนครเซี่ยงไฮ้ได้ อย่างไรก็ตาม มีลูกจ้างต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ไม่ดำเนินการด้านเอกสารให้ถูกต้องเมื่อมาถึงจีน บ้างก็ใช้วีซ่าอื่นที่ไม่ใช่วีซ่าทำงานเข้ามาทำงานในจีน หรือบางบริษัทก็ไม่เข้มงวดกับขั้นตอนในการจ้างงานของลูกจ้างต่างชาติ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดข้อพิพาทขึ้นระหว่างการจ้างงานจะส่งผลเสียทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้างได้ ด้วยเหตุนี้ ลูกจ้างไทยจึงควรรีบทำเอกสารทั้ง 3 อย่าง เพื่อให้สามารถเข้ามาทำงานในนครเซี่ยงไฮ้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายราบรื่น ขั้นตอนมีดังนี้

รู้ไว้ไม่เสียหายกฎระเบียบอะไรบ้างที่ลูกจ้างไทยในนครเซี่ยงไฮ้ควรรู้ ?

เมื่อเข้ามาทำงานในนครเซี่ยงไฮ้แล้วสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องศึกษาและปฏิบัติตามก็คือ กฎระเบียบการจ้างงานโดยประเด็นแรกที่ลูกจ้างไทยควรรู้คือเรื่อง การจ่ายประกันสังคม เนื่องจากลูกจ้างต่างชาติไม่สามารถทำประกันสังคมจีนได้ จึงไม่มีการบังคับให้ลูกจ้างไทยต้องจ่ายประกันสังคมตามกฎหมายแรงงานของจีน และลูกจ้างไทยเองก็ไม่สิทธิ์เรียกร้องประกันสังคมจีนจากนายจ้างด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เพื่อสวัสดิการอันพึงได้รับของลูกจ้างไทย ลูกจ้างสามารถขอให้บริษัทซื้อประกันภัยพาณิชย์ (Commercial Insurance) ให้ได้ ส่วนจะเป็นวงเงินประกันเท่าไหร่หรือประกันประเภทใดขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันและเขียนระบุไว้ในสัญญาจ้างงาน

การจ่ายภาษี ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ลูกจ้างหลายคนให้ความสนใจไม่แพ้กัน ตามกฎระเบียบมาตรการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถแบ่งการจ่ายภาษีได้ดังนี้ (1) หากเป็นชาวต่างชาติที่พำนักในจีนน้อยกว่า 1 ปีจะต้องจ่ายภาษีเงินได้ที่เกิดจากรายรับในประเทศจีน  (2) หากเป็นชาวต่างชาติที่พำนักในจีนมากกว่า 1 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี หลังผ่านการอนุมัติจากกรมภาษี สามารถจ่ายภาษีเฉพาะในส่วนของภาษีเงินได้ที่เกิดจากรายรับในประเทศจีนได้ และ (3) ชาวต่างชาติที่พำนักในจีนมากกว่า 5 ปีขึ้นไป จะต้องจ่ายภาษีเงินได้ที่เกิดจากรายรับทั้งในและนอกประเทศจีน ดังนั้น สำหรับกฎระเบียบที่มีคนกล่าวอ้างว่า ชาวต่างชาติที่ทำงานในจีนเกิน 5 ปี จำเป็นต้องเดินทางออกนอกจีนไประยะเวลาหนึ่งนั้น ก็เพื่อไม่ให้เกิดการพำนักในจีนอย่างต่อเนื่องครบ 5 ปี แล้วเกิดปัญหาเรื่องการจ่ายภาษีนั่นเอง อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ กฎระเบียบจีนไม่ได้เข้มงวดเรื่องการเสียภาษีส่วนบุคคลมากเท่ากับภาษีนิติบุคคล

สำหรับคนไทยที่บริษัทสำนักงานใหญ่ในไทยส่งมาทำงานที่นครเซี่ยงไฮ้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการจ่ายภาษีมากเกินไป เพราะตามกฎระเบียบการยื่นภาษีของกรมสรรพากรจีน หากบริษัทในไทยเป็นผู้จ่ายเงินเดือนและลูกจ้างไทยทำงานในจีนต่อเนื่องหรือสะสมน้อยกว่า 90 วันภายในปีที่จ่ายภาษี หรือมีการพักอาศัยในจีนต่อเนื่องหรือสะสมน้อยกว่า 183 วันภายในระยะเวลาที่กำหนดในการเก็บภาษี ลูกจ้างไทยดังกล่าวก็ไม่ต้องยื่นเรื่องแจ้งหรือจ่ายภาษีรายได้ส่วนบุคคล หากนอกเหนือจากนี้ก็ต้องทำจ่ายภาษีตามกฎระเบียบจีน


กฎระเบียบต่อไปที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ การได้รับสิทธิประกันการคลอดบุตรและการลาคลอดของลูกจ้างไทย
ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์โดยตรงของลูกจ้างหญิง โดยกรณีที่ลูกจ้างต่างชาติคลอดบุตร ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือนอกประเทศจีน โดยที่ไม่ประพฤติผิดกฎหมาย ลูกจ้างต่างชาติดังกล่าวมีสิทธิ์ลาคลอดได้ 98 วัน อนึ่ง เนื่องจากระเบียบไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งในการคลอดบุตรของหญิงต่างชาติ ดังนั้น ผู้ที่ทำงานในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกว่างโจว จึงมีสิทธิ์ได้รับค่าประกันการคลอดบุตรเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนครเซี่ยงไฮ้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่าประกันการคลอดบุตรแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงกฎหมายแรงงานจีนที่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างเพศหญิงมากขึ้น

นอกจากนี้ เรื่องอายุเกษียณการทำงานของลูกจ้างไทยในนครเซี่ยงไฮ้ ก็เป็นอีกประเด็นที่ควรรู้เช่นกัน
แม้ว่าอายุการทำงานของชาวต่างชาติตามกฎระเบียบการจ้างงานคนต่างชาติในจีนของกรมแรงงานนครเซี่ยงไฮ้โดยทั่วไปคือ 18-60 ปี* แต่กฎหมายจีนไม่ได้ห้ามชาวต่างชาติที่มีอายุเกิน 60 ปีทำงานต่อในจีน ดังนั้น หากหน่วยงานว่าจ้างใดหัวหมอคิดยกเลิกสัญญาจ้างงานของลูกจ้างที่ถึงอายุเกษียณการทำงาน โดยที่ใบอนุญาตการทำงานของลูกจ้างคนดังกล่าวยังไม่หมดอายุ ก็เตรียมตัวรับความเสี่ยงจากการกระทำตามกฎหมายได้เลย

เห็นหรือยังว่า การเข้ามาทำงานในจีนไม่ใช่เรื่องยาก
หากปฏิบัติตนตามกฎหมายแรงงานจีนอย่างเคร่งครัด และรู้จักสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามที่ระบุไว้ในกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานของลูกจ้าง ก็จะช่วยให้ลูกจ้างรอดพ้นจากการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง และที่สำคัญยังทำให้สามารถทำงานในจีนได้แบบสบาย ๆ ไร้ปัญหากังวลใจอีกด้วย ในแง่ของกฎหมายแรงงานจีนนั้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายจ้างหรือลูกจ้างก็ตาม ล้วนแต่บัญญัติขึ้นมาเพื่อสร้างบรรทัดฐานความเท่าเทียมให้กับทั้งสองฝ่าย ทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน การศึกษาและทำความเข้าใจกับกฎหมายแรงงานจีนในทุก ๆ ด้าน จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากประสงค์ที่จะก้าวเข้ามาทำงานในจีน

หมายเหตุ

*อายุเกษียณของลูกจ้างเพศชายและเพศหญิงชาวจีนคือ 60 ปี และ 55 ปี ตามลำดับ

 

จัดทำโดย นางสาวศิวิมล มโนภานนท์
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง
1.จากการเข้าฟังการบรรยายกิจกรรมสำหรับนักธุรกิจไทยในนครเซี่ยงไฮ้และมณฑลในเขตอาณาประจำปี 2560
ที่ทำการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน
2560





ปรับปรุงล่าสุด : 21 กันยายน 2560
โดย : นางสาวศิวิมล มโนภานนท์

นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้