เรียนจากผู้รู้

โมเดลเกษตรครบวงจรของซีพีกับบทบาทการลดความยากจนอย่างยั่งยืนในยูนนาน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ในยูนนาน

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 60 ศูนย์ Thaibiz ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ได้ติดตามนายพรภพ อ่วมพิทยา กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ไปเยี่ยมชมบริษัท Kunming Zhengda จำกัด หรือ “คุนหมิงเจียไต๋” ที่เมืองอานหนิง นครคุนหมิง และพบหารือกับคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในมณฑลยูนนาน

บริษัท Kunming Zhengda จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 ประกอบธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ โดยมีบริษัทในยูนนานที่อยู่ภายใต้การดูแลอีก 5 บริษัท ได้แก่ (1) บริษัท Kunming Zhengda Livestock จำกัด ประกอบธุรกิจเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร (2) บริษัท Dali Zhengda จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ (3) บริษัท Yunnan Zhengda Seed จำกัด ประกอบธุรกิจปลูกและแปรรูปข้าวโพดป้อนโรงงานอาหารสัตว์ในเครือ (4) บริษัท Qujing Zhengda Agro-Industry Financial Guarantee จำกัด ประกอบธุรกิจให้บริการค้ำประกันทางการเงิน และ (5) บริษัท Zhengda Food จำกัด Yunnan Branch ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่ผลิตจากบริษัทในเครือที่อยู่ในมณฑลอื่น

โมเดลเกษตรครบวงจร

ขอบข่ายธุรกิจของบริษัทที่กล่าวถึงข้างต้น ถือว่าเกือบจะครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมเกษตรครบวงจร กล่าวคือ มีการปลูกและแปรรูปข้าวโพดเองเพื่อป้อนโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยอาหารสัตว์จะถูกนำไปเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร (รวมทั้ง จำหน่ายให้แก่ลูกค้าด้วย) ก่อนที่เนื้อไก่และเนื้อสุกรชำแหละ และไข่ไก่จะถูกจำหน่ายให้ลูกค้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม วงจรดังกล่าวยังขาดข้อต่อสุดท้ายในช่วงปลายน้ำ นั่นคือ การนำเนื้อไก่และเนื้อสุกรไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ซึ่งล่าสุด ได้มีการก่อตั้งบริษัท Zhengda Food (Kunming) จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตอาหารสำเร็จรูป โดยกำลังก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารในเขต Kunming New & Hi-Tech Industrial Development Zone ซึ่งคาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มผลิตสินค้าได้ภายใน 1 ปี เป็นที่น่าภูมิใจที่บริษัทของไทยได้นำโมเดลเกษตรครบวงจรที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย มาปักธงในต่างประเทศได้สำเร็จ

โครงการฟาร์มไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัว

เกษตรครบวงจรเพื่อลดความยากจน ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์กับรัฐบาลเขตตงชวนในนครคุนหมิง และบริษัท Kunming Industrial Development and Investment จำกัด ได้มีการลงนามความร่วมมือในโครงการฟาร์มไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัว มูลค่า 500 ล้านหยวน ซึ่งถือเป็นโครงการลำดับที่ 2 ในเป้าหมาย 20 โครงการทั่วจีนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ถัดจากโครงการแรกที่เขตผิงกู่ กรุงปักกิ่ง โดยภายในโครงการประกอบด้วย โรงงานผลิตอาหารสัตว์ 1.2 แสนตัน ฟาร์มเลี้ยงลูกไก่ 1 ล้านตัว ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัว โรงคัดแยกไข่และแปรรูปไข่ ฟาร์มเลี้ยงจระเข้ 5,000 ตัว และโรงงานผลิตปุ๋ย 6 หมื่นตัน บนพื้นที่ 1,570 หมู่ (655 ไร่) คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และจำหน่ายไข่ไก่และผลิตภัณฑ์จากไข่ไก่ได้ในเดือน ม.ค. 2563

โครงการฟาร์มไก่ไข่ 3 ล้านตัวจะมีความครบวงจรในตัวเองระดับหนึ่ง กล่าวคือ มีการผลิตอาหารสัตว์เอง เพาะเลี้ยงลูกไก่และเลี้ยงไก่ไข่เอง โดยใช้จระเข้กำจัดลูกไก่และไก่ไข่ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เนื้อและหนังจระเข้ก็สามารถนำไปจำหน่ายและมูลไก่ก็นำมาผลิตปุ๋ยออแกนิกได้ ไข่ไก่ก็จะถูกจำหน่ายเป็นไข่ไก่สด รวมทั้ง ไข่แดง ไข่ขาว และไข่เหลวบรรจุถุงสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ไข่ไก่ในปริมาณมาก ไข่ไก่ส่วนหนึ่งและไก่ไข่ที่ปลดระวางแล้วจะถูกส่งไปที่โรงงานในเครือเพื่อแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปต่อไป

การลดความยากจนอย่างยั่งยืน

ถึงจุดนี้ก็คงจะมีคำถามว่า โครงการนี้จะช่วยลดความยากจนอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โครงการฟาร์มไก่ไข่ครบวงจร 3 ล้านตัวใช้รูปแบบการลงทุนแบบ 4 in 1 ได้แก่ รัฐบาลท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจท้องถิ่น ธนาคารท้องถิ่น และเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวคือ

รัฐบาลท้องถิ่นสนับสนุนที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และค่าดอกเบี้ยที่เกิดจากรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นได้กู้เงินเพื่อการลงทุนจากธนาคารท้องถิ่น จากนั้นรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นก็ได้ว่าจ้างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ก่อสร้างโรงงานตามมาตรฐานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ ไก่ไข่ ไข่ไก่ จระเข้ และปุ๋ยออแกนิกก็ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินและโรงงานจากรัฐวิสาหกิจท้องถิ่นเป็นเวลา 20 ปี โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์จะชำระค่าเช่าให้แก่รัฐวิสาหกิจท้องถิ่นจำนวน 1,200 ล้านหยวน และชำระภาษีให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นอีกประมาณ 1,000 ล้านหยวน

เงินสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น เดิมเป็นงบประมาณที่จะถูกนำไปช่วยเหลือประชากรที่ยากจน ซึ่งอาจจะช่วยเหลือได้ในระยะสั้น แต่หากนำมาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว เงินก็จะออกดอกออกผลและมีงบประมาณที่สามารถนำไปช่วยเหลือประชากรที่ยากจนได้ในระยะยาวต่อไป

ในส่วนของที่ดินที่นำมาจัดสรรสำหรับการดำเนินโครงการ ก็รวบรวมมาจากประชาชนในท้องถิ่น เมื่อได้รับค่าเช่าจากเครือเจริญโภคภัณฑ์แล้ว ก็จะนำมาปันผลคืนให้แก่ประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินต่อไป โดยโครงการดังกล่าวยังช่วยสร้างงานให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่โครงการอีกด้วย

บทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในยูนนาน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจในยูนนาน 4 ด้าน ได้แก่ เลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัว (ผลิตไข่ไก่ร้อยละ 10 ของยูนนาน) เลี้ยงไก่เนื้อ 100 ล้านตัว เลี้ยงสุกร 2 ล้านตัว (ผลิตเนื้อสุกรร้อยละ 10 ของยูนนาน) และผลิตอาหารสัตว์ 1 ล้านตัน (สัดส่วนร้อยละ 25 ของยูนนาน) โดยคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ภายใน 2 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างแบรนด์ “C.P.” ในยูนนานให้แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับหน่วยงานภาครัฐของจีนเองแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับจีนอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์จะมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในยูนนานมากขึ้น เนื่องจากได้มีการลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือยุทธศาสตร์กับรัฐบาลยูนนานไปเมื่อเดือน ม.ค. 2560 ซึ่งจะผนวกยุทธศาสตร์ธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของมณฑลยูนนาน โดยเน้นสาขาการลงทุนที่ยูนนานมีศักยภาพและเครือเจริญโภคภัณฑ์มีความเชี่ยวชาญ อาทิ เกษตรที่ราบสูง การผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค การศึกษาและวัฒนธรรม การค้าปลีก ยาชีวภาพและสุขภาพ จักรกลอัจฉริยะ เขตความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และเขตความร่วมมือเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากจุดเด่นด้านที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของยูนนาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีนตอนใต้กับภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจหลายแนวภายใต้ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมีบทบาทในการผลักดันระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย และเขตทดลองความร่วมมือยูนนาน-ลาว-ไทย ซึ่งมีพื้นฐานของความเชื่อมโยงหลายเส้นทาง อาทิ ถนน R3A แม่น้ำโขง การคมนาคมทางอากาศ รวมทั้ง เส้นทางรถไฟจีน-ลาว-ไทย เป็นปัจจัยสนับสนุน ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทยที่ทุกฝ่ายควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปในอนาคต

จัดทำโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง