เรียนจากผู้รู้


สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน สวมเกราะเหล็กแก่ธุรกิจไทยสู่ตลาดจีน ในงานสัมมนาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการยื่นขอ อย. ในจีน


ในยุคปัจจุบัน เป็นยุคที่เศรษฐกิจการค้าไทย-จีนกำลังรุ่งเรือง การทำธุรกิจการค้ากับประเทศจีน ถือเป็นสิ่งที่นักธุรกิจไทยหลายๆ คนคุ้นเคยกันดี เนื่องจากจีนเป็นฐานการผลิตใหญ่และตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จึงไม่แปลกที่ใครๆ ก็อยากจะเข้าไปจับจองส่วนแบ่งตลาดในจีนกันทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะบุกตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภาษา พฤติกรรมการบริโภค รวมถึงกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เอกสารใบรับรองด้าน อย. ต่างๆ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงควรทำความเข้าใจและศึกษากฏระเบียบข้อบังคับของพื้นที่ที่ตนจะเข้าไปทำธุรกิจนั้น ให้ถ่องแท้ถี่ถ้วนเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อทางการค้าในจีน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน นำทีมโดยนายธัชไท ถมังรักษ์สัตว์ (กงสุลใหญ่) พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในจีน ซึ่งบินตรงจากมณฑลฝูเจี้ยนมาให้ความรู้แก่นักธุรกิจไทย ในงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง “การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า และการยื่นขอใบรับรองความปลอดภัยด้านอาหารและยา (อย.) ในจีน” ณ ห้องมิ่งเมือง โรงแรม Twin Towersกรุงเทพฯ เป็นงานที่เจาะจงผู้ประกอบการที่สนใจจะส่งออกสินค้าในกลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ และสินค้าสปา เพราะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวจีน แต่เสี่ยงต่อการถูกลอกเลียนแบบและปลอมแปลง ไม่ว่าจะเป็น ฉลากตราสินค้า บรรจุภัณฑ์ และรสชาติ บ่อยครั้ง สินค้าหลายประเภทซึ่งผลิตและวางจำหน่ายโดยชาวจีน ใช้ภาษาไทยในการตีตราสินค้า ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่า นี่คือสินค้าจากประเทศไทย ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าไทย เพราะสินค้าเหล่านั้นมักไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน 

งานดังกล่าวประสบความสำเร็จและได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพึงพอใจ มีผู้ให้ความสนใจเข้ารับฟังเกือบ 300 ราย ทั้งนี้ ศูนย์ BIC ณ เมืองเซี่ยเหมิน ขอสรุปสาระสำคัญของวิทยากรแต่ละท่านที่มาบรรยายในงาน ดังนี้

1. การบรรยายเรื่องการยื่นขอจดทะเบียนการค้า โดย Mr. Xu Fushu (Director, Trade Mark Registration)

Mr. Xu Fushu กล่าวว่า หน่วยงานรับผิดชอบด้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ได้แก่ 1.) Trademark Bureau รับผิดชอบงานด้าน จัดการและการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั่วประเทศจีน 2.) Trademark Review Committee รับผิดชอบงานด้าน การจัดการกรณีพิพาทเรื่องทะเบียนเครื่องหมายการค้า 3.) The State Administration of Industry and Commerce of China และกระทรวงพาณิชย์ของไทย จะมีการเซ็นต์บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกัน ซึ่งจะมีการหารือแผนความร่วมมือกันทุกๆ 2 ปี

สำหรับขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ไทยและจีนใช้ข้อตกลงร่วมกันคือ “ข้อตกลง Nice ประเภทนานาชาติว่าด้วยเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้สำหรับสินค้าและบริการ” (Nice Agreement Concerning the International Classification of Goods and Services for the Purposes of the Registration of Marks) ซึ่งหลังจากยื่นใบสมัครจะมีการตรวจสอบและอนุมัติ โดยเครื่องหมายการค้าที่จะถูกปฎิเสธการจดทะเบียน ได้แก่ เครื่องหมายการค้าที่ซ้ำกับของผู้อื่น หรือใช้จดทะเบียนสินค้าเกิน 9 ชนิด หรือเป็นสินค้าที่ขาดลักษณะพิเศษ ทั้งนี้ Trademark Bureau จะใช้เวลาไม่เกิน 9 เดือนในการตรวจสอบ และส่งต่อให้ Trademark Review Committee ตัดสินการอนุมัติภายในเวลาไม่เกิน 9 เดือนเช่นกัน ทั้งนี้ ทะเบียนเครื่องหมายการค้า จะมีอายุ 10 ปี หลังจากได้รับอนุมัติ ในกรณีต้องการเปลี่ยนแปลง/แก้ไขข้อมูล ผู้จดทะเบียนสามารถขอเปลี่ยนชื่อผู้จดทะเบียน ที่อยู่ หรืออื่นๆ ได้

นอกจากนี้  Mr. Xu Fushu ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และปิดช่อง กล่าวคือ หาก ผปก. ไทยคิดจะนำสินค้าของตนเองเข้าลองตลาดจีน ก็ควรจะนำสินค้าของตนไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีนเสียก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะโดนแย่งลิขสิทธิ์ เพราะการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย ไม่ได้มีความคุ้มครองทางกฎหมายในจีน และการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ควรจะระบุประเภทให้ครอบคลุมสินค้าที่จะจดทะเบียน เพื่อป้องกันผู้ลอกเลียนแบบนำไปใช้กับสินค้าประเภทอื่น และควรจะจดลิขสิทธิ์ ข้อความ รูปภาพ ตัวอักษร ตัวเลข โลโก้ 3 มิติ สีสัน สัญลักษณ์ ฯ ของเครื่องหมายการค้าด้วย เพื่อปิดช่องโหว่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้

 

2. การบรรยาย โดย Mr. Li Jingsong (Fujian Jinxiang Intellectual Property Co.,Ltd )

Mr. Li Jingsong กล่าวว่า กลยุทธ์ในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า มีดังนี้

       1.) สืบค้นข้อมูลก่อนสมัคร เช่น องค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ของเครื่องหมายการค้า เว็บไซด์ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า (www.ctmo.gov.cn) และข้อมูลเครื่องหมายการค้าประเภทเดียวกัน

       2.) สมัครก่อนได้ใช้สิทธ์ก่อน

       3.) แยกประเภทสินค้าที่สมัคร เพื่อลดความเสี่ยง ง่ายต่อการใช้งาน หากโดนละเมิดสามารถเรียกร้องค่าเสียหายขั้นสูงสุดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการสมัครประเภทนี้จะค่อนข้างสูง

       4.) ป้องกันการถูกแย่งลิขสิทธิ์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายในทรัพย์สิน และหากเจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ได้ใช้งานเครื่องหมายการค้าติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปีโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บริษัทหรือบุคคลอื่น สามารถยื่นให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นๆ กับกรมการเครื่องหมายการค้าได้

       5.) จดทะเบียนภาษาโฆษณาหรือสโลแกนสินค้า และสร้างความโดดเด่นให้แก่เครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ

       6.) จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 3D และเสียง (Sound & 3D Trademark) เป็นสิ่งจำเป็นในยุคดิจิทัล ซึ่ง เครื่องหมายการค้า 3 มิติถือเป็นลักษณะสิทธิบัตรที่มีสิทธิประโยชน์เสริม

       7.) จดทะเบียน business name และ domain name

กลยุทธ์สำคัญเพื่อการเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง มีดังนี้

       1.) ไม่นำ business name มาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า

       2.) ไม่นำ domain name มาจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า

       3.) ห้ามนำไปคัดลอก เลียนแบบ หรือแปล เนื่องจากกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ข้อ 13 วรรค 2 กล่าวว่า ผู้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่มีการคัดลอก เลียนแบบหรือแปลมาจากเครื่องหมายการค้าชื่อดัง (สินค้าประเภทเดียวกัน) ที่เคยมีการขึ้นทะเบียนมาแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสน จะไม่อนุญาติให้จดทะเบียนและนำไปใช้งาน

       4.) กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ข้อ 13 วรรค 3 กล่าวว่า ห้ามนำเครื่องหมายการค้าที่เคยมีการขึ้นทะเบียนในสินค้าประเภทหนึ่งแล้ว ไปคัดลอก เลียนแบบ หรือแปล เพื่อนำไปใช้กับสินค้าอีกประเภทหนึ่ง เพื่อหลอกลวงประชาชน หรือทำให้เกิดความเสียหายในทรัพย์สินแก่เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น จะไม่อนุญาติให้จดทะเบียนและนำไปใช้งานเด็ดขาด

       5.) ห้ามนำตัวอักษรของเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง ไปใช้บนผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจ ตู้สินค้า โฆษณา งานแฟร์หรือกิจกรรมทางธุรกิจ หากละเมิดจะถูกหน่วยงานบริหาร อก. และพาณิชย์ท้องถิ่นออกคำสั่งดำเนินการแก้ไข และปรับ 1 แสนหยวน 

 

3. การบรรยายโดย Mr. Li Zong (ผอ. ศูนย์ Fujian Food & Drug Certification & Review)

Mr. Li Zong กล่าวว่า การนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร อยู่ในความดูแลของหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคสินค้าเข้า-ออกแห่งชาติ (AQSIQ) ซึ่งจะตรวจสอบดูแลมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าจำพวกอาหารนำเข้า สารปรุงแต่งอาหาร และสินค้าประเภทอาหารทุกชนิด และออกใบรับรอง อย. โดยมีขั้นตอนดังนี้

       1.) การประเมินระบบบริหารจัดการความปลอดภัยของอาหารจากประเทศที่ส่งออกแรก โดย AQSIQ ซึ่งจะดู 3 ด้าน คือ 1.อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้  2.ระบบสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของจีน 3.สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยของอาหาร

       2.) การบริหารจัดการด้านการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจของบริษัทผู้ผลิต มีหน่วยงาน Certification and Accreditation Administration of the People’s Republic of China (CNCA) ดูแลเกี่ยวกับการควบคุมและจดทะเบียนรับรองสินค้าอาหารที่นำเข้ามายังจีน (ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ในต่างประเทศ) ปัจจุบันควบคุมสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และนมเป็นหลัก

       3.) ขอหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศที่ส่งออก

       4.) กระบวนการตรวจสอบและกักกันโรคของจีน ในด้านแหล่งที่มาของสินค้าพืชและสัตว์นำเข้า อาทิ พาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์ที่สัมผัสกับสินค้าประเภทนม เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ธัญพืช ผักผลไม้ รังนก ไข่ไก่ เป็นต้น

       5.) บ. ผู้ส่งออกอาหารนำเข้าจะต้องเข้าระบบลงทะเบียนสินค้านำเข้าสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออก (Registration System for Importers and Exporters of imported Food) จากนั้นจะต้องเอาเอกสารตัวจริงไปยื่นตรงต่อ สนง. ตรวจสอบและกักกันโรคในพื้นที่ของตน

       6.) ผู้นําเข้าจะต้องแนบใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของวัสดุ/วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยสินค้าอาหารนำเข้าที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ นม น้ำมันพืช อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพิเศษที่ใช้ในทางการแพทย์ ส่วนผสมอาหารชนิดใหม่ อาหารออร์แกนิก ส่วนสินค้านำเข้าที่มีข้อจำกัดพิเศษ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ธัญพืช สินค้าเกษตร (ผักสด) น้ำมันพืช                     

       7.) การตรวจสอบข้อมูลเอกสารที่ยื่นไป อาทิ สัญญาการซื้อขาย ใบเสร็จ รายการการขนส่งตู้สินค้า ใบเสร็จและใบรับรองต่างๆ

       8.) การตรวจสอบในสถานที่จริง โดยจะตรวจสอบการปนเปื้อนของภาชนะบรรจุ วัสดุที่ใช้บรรจุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง สถานที่จัดเก็บสินค้า ความสะอาดปลอดภัยของภาชนะบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ใช้ขนส่ง ใบรับรองตัวสินค้า ฉลากสินค้า วันผลิตและวันหมดอายุ ลักษณะความผิดปกติที่รับรู้ได้ทางประสาทสัมผัส (รูป รส กลิ่น) เป็นต้น

       9.) การสุ่มตรวจ หากพบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน บ. ผู้นำเข้าสินค้านั้นจะต้องไปยื่นขอใบรับรองการตรวจสอบสินค้าอีกครั้ง

       10.) การตรวจสอบฉลากสินค้า จะต้องมีฉลากภาษาจีนกำกับบอกส่วนประกอบ วิธีใช้ และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ด้วย

       11.) บันทึกการนำเข้าและการจำหน่าย โดย AQSIQ จะตรวจสอบบันทึกการจำหน่ายและการนำเข้าสินค้าของ บ. ผู้นำเข้า

 

4. การบรรยายโดย Mr. Zheng chun (Director,Division of Drug Registration, Fujian Food & Drug Administration)

Mr. Zheng chun กล่าวว่า China Food and Drug Administration (CFDA) เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยด้านสินค้าประเภทอาหารและยาในจีน การกำหนดนโยบาย และการอนุมัติขอขึ้นทะเบียนยา ส่วนหน่วยงงาน อย. ในระดับมณฑล จะทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพยาที่ผลิตใน ปท. ควบคุมดูแลอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ตรวจสอบราคาของยา และสำหรับการจดทะเบียนสินค้าเวชภัณฑ์/ยา และเครื่องสำอาง จะอยู่ในการดูแลของกองการบริหารงานจดทะเบียนสินค้าเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง (DDR) ซึ่งจะรับผิดชอบตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การตรวจสอบ การออกใบอนุญาต

 

5. การบรรยายโดย Mr. Shi Da tuo (General Manager of DTL Law Office Co.,Ltd.)

Mr. Shi Da tuo กล่าวว่า ขอบเขตสินค้าที่ CFDA ดูแล ได้แก่

อาหาร ซึ่งจะดูแลเรื่องการจดทะเบียนอาหารเพื่อสุขภาพ การผลิตและวงจรการผลิตอาหาร การผลิตวัตถุเจือปนในอาหาร ใบอนุญาตประกอบอาหาร ซึ่งผู้สมัครจะต้องเป็น บ. ที่จดทะเบียนในจีน จะต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้า จะต้องอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของอาหาร จะต้องจ้างผู้จัดการเพื่อดูแลความปลอดภัยของอาหาร จัดการดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าความปลอดภัยของอาหารในระหว่างกระบวนการทางธุรกิจ

เครื่องสำอาง การยื่นขอจดทะเบียนต่อ CFDA มีเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ ชื่อและภูมิหลังของชื่อสินค้า สูตรทางเคมีของผลิตภัณฑ์ การควบคุมคุณภาพด้านความปลอดภัย packageสินค้า รายงานการตรวจสอบที่ออกโดยหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้ง การประเมินความเสี่ยงของสารวัตถุดิบที่ใช้ผลิต ใบอนุญาตการผลิตเครื่องสำอางในประเทศต้นทาง สินค้าตัวอย่าง

ยา ขั้นตอนการสมัคร คือ 1.) แจ้งรายละเอียดของสินค้าอย่างละเอียด บ่งบอกวัสดุทางเภสัชกรรม การศึกษาด้านเภสัชวิทยาและพิษวิทยา 2.) ตรวจมาตรฐานและทดสอบ  3.) การศึกษาวิจัยทางคลินิก (Clinical study) 4.) การออกใบรับรองการจดทะเบียนสินค้า

เครื่องมือทางการแพทย์ ดูแลเรื่องการผลิต การจดทะเบียน การนำเข้า-ส่งออก และวงจรต่างๆ


สรุป

การสัมมนาดังกล่าว เป็น Platform ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการค้าและบริการสำหรับ Cross-border-e-commence ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบกฎระเบียบของการจดทะเบียนสินค้าและยื่นขอใบ อย. ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทย พัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันปรับตัวด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงความสอดคล้องด้านอาหารและยา ซึ่งหากสามารถยกระดับขีดความสารถได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อีกมาก ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างสมรรถนะการแข่งขันตามนโยบาย Thailand 4.0 โดยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสินค้าไทยสู่นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าเพื่อการส่งออกด้วย

************************************************

 




ปรับปรุงล่าสุด : 12 ตุลาคม 2559
โดย : น.ส.สุพรรณิกา จีนะ
แหล่งข้อมูล : สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

มณฑลฝูเจี้ยน / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน