มณฑลยูนนาน


ข้อมูลพื้นฐาน

มณฑลยูนนาน หรือที่คนจีนเรียกกันสั้น ๆ ว่า “เตียน” (Dian) ซึ่งเป็นชื่อของทะเสสาบในนครคุนหมิง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นมณฑลเขตชั้นในที่ไม่มีทางออกทะเล มีอาณาเขตติดต่อกับ 2 มณฑล และ 2 เขตปกครองตนเอง (มีฐานะเทียบเท่ามณฑล) คือ ทิศเหนือติดกับมณฑล-เสฉวน (Sichuan) ทิศตะวันออกติดกับมณฑลกุ้ยโจว (Guizhou) และเขตปกครองตนเองกวางสี (Guangxi) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับเขตปกครองตนเองทิเบต (Xizang)

มณฑลยูนนานยังมีพรมแดนติดต่อกับ 3 ประเทศ คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันตกมีพรมแดนติดกับประเทศพม่า (1,997 กม.) ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศใต้ติดกับเวียดนาม (1,353 กม.) และลาว (710 กม.) รวมระยะทางพรมแดนที่ติดต่อกับต่างประเทศ 4,060 กม. หรือเท่ากับ 1 ใน 6 ของพรมแดนทางบกทั้งประเทศ

มณฑลยูนนาน มีพื้นที่ทั้งหมด 394,000 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของประเทศจีน) คิดเป็นร้อยละ 93 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขาและที่ราบสูง มีพื้นที่เพาะปลูกเพียงร้อยละ 7.3พื้นที่ของมณฑลยูนนานจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกมีระยะทางทั้งหมด 864.9 กิโลเมตร และจากทิศเหนือไปยังทิศใต้มีระยะทางทั้งหมด 990 กิโลเมตร ภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบสูงและลาดต่ำลงมาทางภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้ มีความแตกต่างในความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมาก กล่าวคือ มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสุงที่สุด 6,740 เมตร ที่อำเภอเต๋อชิน(Deqin) เขตตี๋ชิ่ง (Diqing) และต่ำสุด 76.4 เมตร ที่อำเภอเหอโข่ว (Hekou) เขตหงเหอ (Honghe) ส่วนนครคุนหมิงมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,891 เมตร

มณฑลยูนนานมีแม่น้ำไหลผ่านกว่า 600 สาย แม่น้ำสายสำคัญ 6 สาย ได้แก่ แม่น้ำอิระวดี (ภาษาจีนเรียกว่า อีลั่วหว่าตี้เจียง (Yiluowadi Jiang)) แม่น้ำจินซาเจียง (Jinsha Jiang) (เป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำแยงซีเกียงตอนบน) แม่น้ำนู่เจียง (Nu Jiang) (ไหลลงสู่ประเทศพม่า) แม่น้ำจูเจียง (Zhu Jiang) (ต้นน้ำของแม่น้ำจูเจียงในนครกวางโจว) แม่น้ำหลานชางเจียง (Lanchang Jiang) (หรือแม่น้ำโขงไหลลงสู่ประเทศพม่า ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม) และแม่น้ำหงเหอ (Honghe) (ไหลลงสู่ประเทศเวียดนาม) โดยแม่น้ำ 2 สายหลังถือเป็นแม่น้ำนานาชาติ (คำว่า เจียง และ เหอ แปลว่าแม่น้ำ เช่นกัน)

มณฑลยูนนานแบ่งเขตการปกครองเป็น 17 เขต/เมือง กล่าวคือ เขต (Prefecture) 7 เขต ได้แก่ เขตจ้าวทง (Zhaotong) ชูจิ้ง (Qujing) ยู้วซี (Yuxi) ซือเหมา (Simao) เป่าซาน (Baoshan) ลี่เจียง (Lijiang) และหลินชาง (Lincang) เขตปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย (Autonomous Prefecture) 8 เขต ได้แก่ เหวินซาน (Wenshan) (ชนชาติจ้วงและแม้ว) หงเหอ (Honghe) (ชนชาติฮาหนีและอี๋) สิบสองปันนา (Xishuangbanna) (ชนชาติไต) ฉู่สุง (Chuxiong) (ชนชาติอี๋) ต้าหลี่ (Dali) (ชนชาติไป๋และไต) เต๋อหง (Dehong) (ชนชาติไตและจิ่งพอ) นู่เจียง (Nujiang) (ชนชาติลีซอ) และตี๋ชิ่ง (Diqing) (ชนชาติทิเบต) และเมืองที่ขึ้นตรงต่อมณฑล (Provincially Administered Municipality) 2 เมือง ได้แก่ นครคุนหมิง (Kunming) และเมืองตงชวน (Dongchuan) โดยมีนครคุนหมิง (Kunming Municipality) เป็นเมืองหลวงของมณฑล

จากจำนวน 17 เขต/เมืองข้างต้นแบ่งหน่วยการปกครองระดับรองลงมาเป็น 128 อำเภอ/เมือง ในจำนวนนี้แยกเป็นเมืองที่ขึ้นตรงต่อเขต (Prefectural Administered Municipality) 13 เมือง อำเภอ (County) 81 อำเภอ อำเภอที่ปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อย (Autonomous County) 29 อำเภอ และเขตที่ขึ้นตรงต่อนครคุนหมิง (District under Kunming Municipality) 4 เขต นับตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2540 มณฑลยูนนานมีอำเภอ/เมืองที่เปิดสู่โลกภายนอกครบทั้งหมด 128 อำเภอ/เมือง

มณฑลยูนนานมีอาณาเขตทางบกติดต่อกับ 3 ประเทศ คือ เวียดนาม ลาว และพม่า โดยมี 27 อำเภอใน 8 เขต/เมืองของมณฑลยูนนานที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ มณฑลยูนนานยังอยู่ห่างจากประเทศไทยเพียงประมาณ 250 กิโลเมตร ในอดีต ยูนนานได้ชื่อว่าเป็น "เส้นทางสายไหมตอนใต้" (Southern Silk Road) และปัจจุบันมณฑลยูนนานนับเป็นมณฑลหลักสำคัญทาง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน (5 มณฑล ได้แก่ มณฑลยูนนาน (Yunnan) มณฑลเสฉวน (Sichuan) มณฑลกุ้ยโจว (Guizhou) เขตปกครองตนเองกวางสี (Guangxi) และเขตปกครองตนเองทิเบต (Xizang) ซึ่งมีพื้นที่รวม 2.57 ล้านตารางกิโลเมตร และประชากรรวม 230 ล้านคน) ในการติดต่อกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ซึ่งทั้ง 2 ภูมิภาคในเอเชียนี้มีประชากรรวมกันกว่า 1,000 ล้านคน

ปัจจุบัน มณฑลยูนนานมีเมืองท่าเปิดระดับชาติ 10 แห่ง แบ่งเป็นเมืองท่าสนามบิน 2 แห่ง ได้แก่ นครคุนหมิง (Kunming) และเมืองเชียงรุ่ง (Jinghong) เมืองท่าทางน้ำ 2 แห่งได้แก่ เมืองซือเหมา (Simao) และเมืองเชียงรุ่ง (Jinghong) และเมืองท่าทางบก 6 แห่ง ได้แก่ เมืองรุ่ยลี่ (Ruili) หว่านติง (Wanding) เหอโข่ว (Hekou) ม่อฮาน (Mohan หรือบ่อหาน) เทียนเป่า (Tianbao) จินสุ่ยเหอ (Jinshuihe)

นอกจากนี้ ยังมีเมืองท่าระดับมณฑล 8 แห่ง ได้แก่ เมืองเพี่ยนหม่า (Pianma) (เขตนู่เจียง) อิ๋งเจียง (Yingjiang) และจางเฟิ่ง (Zhangfeng) (เขตเต๋อหง) หนานส่าน (Nansan) ในอำเภอเจิ้นคัง (Zhenkang) และเมิ่งติ้ง (Mengding) ในอำเภอเกิ๋งหม่า (Gengma) (เขตหลินชาง) เมิ่งเหลียน (Menglian) (เขตซือเหมา) เถิงชง (Tengchong) (เขตเป่าซาน) ต้าลั่ว (Daluo) (เขตสิบสองปันนา) และมีเส้นทางการติดต่อด้านการค้าส่งออกมากกว่า 100 เส้นทาง ทั้งนี้ นักธุรกิจต่างประเทศที่ลงทุนในเมืองท่าเปิดระดับชาติดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษเช่นที่ได้รับในเขตเมืองเปิดตามมณฑลชายฝั่งตะวันออกของจีน

ประชากร

มณฑลยูนนานมีจำนวนประชากรทั้งหมด 45.14 ล้านคน (ปี 2550) มีมากเป็นอันดับ 14 ของประเทศจีน แบ่งเป็นประชากรในเขตเมือง 13.67 ล้านคน (ปี 2549) และประชากรในเขตชนบท 31.16 ล้านคน (ปี 2549) โดยมีความหนาแน่นของประชากรประมาณ 112.9 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร โดยมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นทางภาคตะวันออก และเบาบางในภาคตะวันตก ประชากรส่วนใหญ่ของมณฑลเป็นชาวฮั่น และมีชนกลุ่มน้อยอีก 25 ชนชาติ (เฉพาะชนชาติที่มีประชากรเกิน 4,000 คน) อาทิเช่น จ้วง (Zhuang) ฮุย (Hui) แม้ว (Miao) ทิเบต (Zang) เย้า (Yao) ไป๋ (Bai) ว้า (Wa) น่าซี (Naxi) ตูหลง (Dulong) ลีซู (Lisu) ปูลาง (Bulang)เป็นต้น นับเป็นมณฑลที่มีจำนวนประเภทของชนกลุ่มน้อยมากที่สุดของจีน (ทั่วประเทศจีนมีชนกลุ่มน้อยทั้งสิ้น 55 ชนชาติ) ประชากรที่เป็นชนกลุ่มน้อยรวมทั้งสิ้นประมาณ 13.95 ล้านคน หรือเท่ากับร้อยละ 31.34 ของประชากรทั้งมณฑล

ภูมิอากาศ

มณฑลยูนนานมีภูมิอากาศเย็นสบาย ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัดและฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง 15-18 องศาเซลเซียส นครคุนหมิงได้รับสมญาว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ (Spring City) ของจีน

ทรัพยากรธรรมชาติ

มณฑลยูนนานนับเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์นานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า "อาณาจักรแห่งพันธุ์ไม้" และ "อาณาจักรแห่งสัตว์" และยังมีแหล่งพลังงานทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำและพลังความร้อนจากถ่านหิน รวมทั้งมีแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยวมากมาย

ทรัพยากรแร่ธาตุที่สำคัญของยูนนาน ได้แก่ ตะกั่ว สังกะสี ดีบุก เหล็กและเหล็กกล้า ฟอสฟอรัส ถ่านหิน ทองแดง ฯลฯ ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญได้แก่ ข้าว ใบยาสูบ ยางพารา อ้อย ใบชา สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ป่าไม้ ฯลฯ ผลิตผลทางอุตสาหกรรมที่สำคัญได้แก่ โลหะไม่เป็นสนิม (non-ferrous metal) อุตสาหกรรมฟอสฟอรัส พลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหล่อโลหะ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ป่าไม้ อุตสาหกรรมผลิตบุหรี่ น้ำตาล ใบชา ยางพารา อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมไฟฟ้า ฯลฯ

พลังงานไฟฟ้า

มณฑลยูนนานมีสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดใหญ่ 7 แห่ง และสถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่รวม 6 แห่ง (บางแห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีสถานีฯ ขนาดเล็กจำนวนมากมายทั่วมณฑล

ในปี 2548 ยูนนานผลิตกระแสไฟฟ้าได้รวม 62,420 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จะใช้ภายในมณฑล และเริ่มส่งออกไปยังมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน (ระยะทางประมาณ 2,200 กิโลเมตร)

ในการสำรวจเบื้องต้นของทางการมณฑลยูนนานมีศักยภาพที่จะสามารถผลิตไฟฟ้า-พลังน้ำได้ถึง 100 ล้านกิโลวัตต์ มากเป็นอันดับที่ 2 ของจีน แต่ปัจจุบันยูนนานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้รวมทั้งสิ้นเพียง 4 ล้านกิโลวัตต์ เขื่อนและโรงไฟฟ้าที่สำคัญของมณฑลยูนนานคือ เขื่อนและโรงไฟฟ้าม่านวาน ซึ่งได้เริ่มสร้างในช่วงปลายปี 2536 ด้วยเงินทุนประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1.35 ล้านกิโลวัตต์ เขื่อนและโรงงานไฟฟ้าต้าเฉาซาน (ได้ปิดกั้นลำน้ำโขง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2540) จะมีกำลังการผลิต 1.35 ล้านกิโลวัตต์ เขื่อนและโรงไฟฟ้าเสี่ยววาน คาดว่าจะเริ่มสร้างก่อนปี 2553 โดยถูกกำหนดให้เป็นเขื่อนแม่ (Mother dam) เขื่อนแรกในจำนวน 2 เขื่อน จะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 4.2 ล้านกิโลวัตต์

นอกจากนี้ เขื่อนและโรงไฟฟ้าหนั้วจาตู้ ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 5 ล้านกิโลวัตต์ และคาดว่าโครงการก่อสร้างจะเริ่มก่อสร้างหลังปี 2553 เขื่อนและโรงไฟฟ้าเสี่ยววานและหนั้วจาตู้ ถูกกำหนดให้เป็นโครงการหลัก (National key project) ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 9

นอกจากนั้นมณฑลยูนนานยังมีโครงการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าเชียงรุ่งซึ่งจะมีกำลังการผลิตทั้งสิ้น 1.5 ล้านกิโลวัตต์ ตัวเขื่อนตั้งอยู่ห่างจากเมืองเชียงรุ่งไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทยที่อำเภอ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย ประมาณ 350 กิโลเมตร ไฟฟ้าที่ผลิตได้มีโครงการจะจำหน่ายให้กับไทยในอนาคตโดยผ่านชายแดนประเทศลาว

ในเรื่องคมนาคมและพลังงานรัฐบาลมณฑลยูนนานได้กำหนดโครงการสำคัญของมณฑลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 9 ไว้ 4 โครงการ โดยใช้รหัสตัวเลขว่า 1211 กล่าวคือ

1) 1 โครงการใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งคมนาคมเชื่อมโยง 4 ประเทศ (ซือเหมา-เชียงรุ่ง เขตสิบสองปันนาของมณฑลยูนนาน-พม่า-ลาว-ไทย-ถึงเมืองหลวงพระบางของลาว)

2) 2 โครงการขยาย/พัฒนาท่าอากาศยานนครคุนหมิง และท่าอากาศยานเมืองเชียงรุ่ง (เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2538 รัฐบาลกลางของจีนที่กรุงปักกิ่งได้พิจารณาอนุมัติให้ท่าอากาศยานเมืองเชียงรุ่ง(Jinghong) เป็นท่าอากาศยานสากลนานาชาติ (International Airport))

3) 1 โครงการเชื่อมทางรถไฟสายนครคุนหมิงกับกรุงเทพฯ (นครคุนหมิง-ชายแดนเขตต้าลี่-ซือเหมา-เมืองหล้า (เขตสิบสองปันนา)-ออกชายแดนจีนที่โมฮาน (Mohan หรือบ่อหาน) เข้าชายแดนลาวที่บ่อเต้น-หลวงน้ำทา-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์-เข้าไทยที่จังหวัดหนองคาย-กรุงเทพฯ)

4) 1 โครงการสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าเชียงรุ่งบนลำน้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) ที่เมืองเชียงรุ่ง (ขณะนี้บริษัท MDX Power ของไทยได้ดำเนินการสำรวจความเป็นไปได้ และนำเสนอตามลำดับขั้นไปแล้ว กำลังรอการพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งอยู่ คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้ว เสร็จภายใน 10 ปี เมืองเชียงรุ่งมีความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าประมาณ 200,000 กิโลวัตต์ ที่เหลือก็จะขายให้กับเพื่อนบ้านซึ่งรวมถึงไทยด้วย)

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

มณฑลยูนนานมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และยังคงมีร่องรอยความเจริญทางวัฒนธรรมของมนุษย์ในยุคแรกหลงเหลืออยู่ ได้มีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณบริเวณทะเลสาบเตียนฉือ (Dianchi) (ชานเมืองนครคุนหมิง) และทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) (ในเขตต้าหลี่) ซึ่งมีอายุนับย้อนหลังไปได้ตั้งแต่ 15 ล้านปี จนถึง 1 ล้านปี เช่น โครงกระดูกมนุษย์ Kaiyuan dryopithecus โครงกระดูกมนุษย์ Lufeng ramapithecus และ Yuanmou man และมีการขุดพบหลุมฝังศพทางตอนใต้ของทะเลสาบเตียนฉือซึ่งคาดว่าจะมีอายุอยู่ในราวยุคสัมฤทธิ์ (Bronze Age)

ราวปี 286 ก่อนคริสตศักราช นายพลจ้วง เฉียว (Zhuang Qiao) แห่งอาณาจักรฉู่ (Chu Kingdom) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของแม่น้ำแยงซีได้นำทหารเข้าบุกยึดยูนนาน และรวบรวมชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณทะเลสาบเตียนฉือ ซึ่งได้แก่ เผ่าเตี้ยน (Dian) เย่อหลาง (Yelang) คุนหมิง (Kunming) และอ้ายลาว (Ailao) เข้าด้วยกัน รวมทั้งได้นำวัฒนธรรมจากบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซี ซึ่งมีความเจริญมากกว่า มาเผยแพร่ในเขตยูนนาน

ราวปี 221 ก่อนคริสตศักราช ราชวงศ์ฉิน (Qin Dynasty) ได้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ โดยจักรพรรดิ์จิ๋นซีฮ่องเต้ ราชวงศ์ฉิน ได้ส่งข้าราชสำนักมาปกครองยูนนานและบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จึงถือได้ว่ายูนนานเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนนับแต่นั้นมา ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน จนถึงราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) ราชสำนักทั้งสองได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเขตเมืองชายแดน โดยเฉพาะยูนนานเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการจัดตั้งเขตอีโจว (Yizhou Prefecture)ขึ้นให้เป็นเขตการปกครองของโอรสแห่งยูนนาน (Prince of Yunnan) ในปี 109 ก่อนคริสตศักราช มีการตั้งเขตหยงชาง (Yongchang Prefecture) ปัจจุบันคือ เขตเป่าซาน (Baoshan) ซึ่งมีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของยูนนาน

ในปี ค.ศ. 707 กองทัพราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) มีชัยชนะเหนือกองทัพทิเบตในเขตทะเลสาบเอ๋อไห่ และได้ช่วยให้เจ้าหญิงแห่งน่านเจ้า (Nanzhao Princesses) ปกครองดินแดนแถบดังกล่าว อาณาจักรน่านเจ้าได้ถือกำเนิดขึ้น โดยมีกษัตริย์ พีล่อโก๊ะ (Piluoge) เป็นผู้ปกครอง ตลอดระยะเวลา 247

ปี ค.ศ. 937 อาณาจักรน่านเจ้า ได้ล่มสลายลง และถูกแทนที่โดยอาณาจักรต้าหลี่ (Dali Kingdom) ซึ่งมีอายุถึง 300 ปี อย่างไรก็ดี การปกครองอาณาจักรต้าหลี่ยังคงขึ้นตรงต่อราชสำนัก ส่วนกลาง และยังคงเป็นเมืองหน้าด่านให้แก่ราชวงศ์เช่นเดียวกับอาณาจักรน่านเจ้า

ในปี ค.ศ. 1253 อาณาจักรต้าหลี่ ถูกโจมตีโดยกองทัพกษัตรย์กุบไลข่าน (Kublai Khan) แห่งมองโกล นำทัพโดย Sayyid Ajall Sham Suddin และพ่ายแพ้แก่กองทัพดังกล่าว หลังจากนั้นจึงย้ายเมืองหลวงจากเมืองต้าหลี่ไปยังนครคุนหมิง

ระหว่างศตวรรษที่ 14 ราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) ได้นำวิธีการปกครอง 2 ส่วน ใช้ปกครองยูนนาน โดยการให้ข้าราชสำนักจากส่วนกลางเดินทางมาปกครองดินแดนชั้นในที่ไม่ติดทะเล (hinterland) และให้ผู้ปกครองท้องถิ่น (chieftains) และผู้นำชาวฮั่น (Han leader) ปกครองดินแดนห่างไกล และเขตชายแดน

ช่วงกลางศตวรรษที่ 17 กองทัพแมนจูเรียได้เข้ายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคกลางของจีน ราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ได้เข้าปกครองยูนนาน และยกเลิกระบบการปกครอง 2 ส่วน มาใช้ระบบการปกครองแบบรวมอำนาจที่ส่วนกลาง ซึ่งเพิ่มความเป็นปึกแผ่นให้ประเทศจีนมากขึ้น

ต้นศตวรรษที่ 20 ยูนนานมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลง (overturned) ระบบการปกครองแบบศักดินาและจักรวรรดิ์ (feudalistic and imperial system) ของราชวงศ์ชิง โดยมีกลุ่มต่อต้านราชวงศ์เพื่อการก่อตั้งรัฐใหม่ขึ้นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่ม Hekou Uprisings ในปี ค.ศ. 1907 กลุ่ม September 9th Uprisings ในปี ค.ศ. 1911 และการรณรงค์ต่อสู้เพื่อตั้งรัฐให้ (Republic Defending) ในปี ค.ศ. 1916 เป็นต้น ในปีค.ศ. 1911 ราชวงศ์ชิงได้ล่มสลายลง ประเทศจีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบบสาธารณรัฐ ภายใต้การนำของ ดร. ซุน ยัดเซ็น เมื่อสิ้นทศวรรษที่ 1920 ได้มีการแต่งตั้งผู้ว่าการมณฑลยูนนานขึ้น โดยนายหลง หยุน (Long Yun) ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการมณฑลยูนนานเป็นคนแรก

ระหว่างสงครามต่อต้านญี่ปุ่น (Anti-Japanese War) นครคุนหมิงถือเป็นเขตพื้นที่ยุทธศาสตร์ของจีนแห่งหนึ่ง และมีการเคลื่อนย้ายโรงงานและโรงเรียนจำนวนมากจากชายฝั่งทะเลตะวันออกและภาคกลางของจีน มายังนครคุนหมิง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1949 กองทัพประชาชนจีนนำโดยนายพล หลู ฮั่น (Lu Han) ได้เดินทางมายังนครคุนหมิง และได้รับชัยชนะในที่สุด จากนั้นประเทศจีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบบสังคมนิยม โดยสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1950 ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนมณฑลยูนนานขึ้น โดยมีนายพล หลู ฮั่น ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการมณฑลยูนนานต่อจากนายหลง หยุ

ผู้นำ

เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนาน คือ นายฉิน กวางหรง (Qin Guangrong) 秦光荣

- เกิด ธันวาคม ค.ศ. 1950 เมืองหย่งโจว มณฑลหูหนาน
- เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1993 – เดือนธันวาคม ค.ศ. 1994 
  เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครฉางซา มณฑลหูหนาน
- เดือนธันวาคม ค.ศ. 1994 – เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998
  สมาชิกคณะกรรมการบริหารพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลหูหนาน
 
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครฉางซา มณฑลหูหนาน
- เดือนมกรคม ค.ศ. 2003 – เดือนมกรคม ค.ศ. 2007
 
รองผู้ว่าการมณฑลยูนนาน
- เดือนมกรคม ค.ศ. 2007 - เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 
  
ผู้ว่าการมณฑลยูนนาน
- เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011
 
ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนาน

ผู้ว่าการมณฑลยูนนาน คือ นายหลี่ จี้เหิง (Li Jiheng) 李纪恒

- เกิด มกราคม ค.ศ. 1957 เมืองกุ้ยก่าง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
- เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1997 - เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2001
 
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองยวี่หลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
- เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2001 - เดือนมีนาคม ค.ศ. 2005
 
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
- เดือนมีนาคม ค.ศ. 2005
เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2006
 
รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
- เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2006
ปัจจุบัน
 
รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนาน
- เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 
  ดำรงตำแหน่ง
ผู้ว่าการมณฑลยูนนาน

ประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองมณฑลยูนนาน คือ นายหวัง เสวือหรน (Wang Xueren) 王学仁

การปกครอง

พรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลยูนนาน(The Communist Party of Yunnan Province)

พรรคคอมมิวนิสต์จีน (The Communist Party of China) เป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด และมีอำนาจในการปกครองประเทศจีน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนถือเป็นตำแหน่งสูงสุดในพรรคคอมมิวนิสต์ ในส่วนของงานบริหารองค์กร คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Central Committee of Communist Party of China - CCCPC) เป็นองค์กรหลักในการดำเนินงานด้านบริหาร โดยจะประกอบด้วยองค์กรที่สำคัญ คือ กรมการเมือง หรือโปลิตบุโร (Political Bureau) สำนักเลขาธิการ (Secretariat) คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (Central Military Commission) และคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยพรรคส่วนกลาง (Central Discipline Inspection Commission) แต่ละตำแหน่งจะมีวาระ 5 ปี รูปแบบของโครงสร้างพรรคคอมมิวนิสต์ในท้องถิ่น และระดับย่อย จะประกอบด้วย พรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑล และเขตการปกครองท้องถิ่นระดับย่อย นอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในระดับโรงงาน ร้านค้า โรงเรียน และสำนักงาน เป็นต้น พรรคคอมมิวนิต์จีนจะมีการประชุมที่สำคัญ คือ (1) การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติ (The National Congress of the Party) จัดขึ้นทุก 5 ปี และ (2) การประชุมผู้แทนพรรคอมมิวนิสต์แห่งชาติ (The National Conference of Party Representatives)

ในส่วนของโครงสร้างของพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลยูนนาน จะประกอบด้วยเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลยูนนาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากพรรคคอมมิวนิสต์ส่วนกลาง คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนมณฑลยูนนาน (The Communist Party Committee of Yunnan Province) มีหน้าที่ในด้านการวางนโยบาย และตัดสินใจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวม คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนมณฑลยูนนาน ประกอบด้วย สมาชิกประจำคณะกรรมการพรรคฯ คณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยพรรคฯ (The Yunnan Provincial Commission for Discipline Inspection) การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนมณฑลยูนนานจะจัดขึ้นเป็นประจำทุก 5 ปี เป็นการประชุมที่สำคัญในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการพรรคฯ สมาชิกสำรองคณะกรรมการพรรคฯ และคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยพรรคฯ

สภาประชาชนประจำมณฑลยูนนาน (Yunnan Provincial People’s Congress)

ในระบบโดยรวมของจีน ถือว่าสภาประชาชนจีน (The National People’s Congress - NPC) เป็นโครงสร้างอำนาจทางการเมืองสูงสุด โดยมีหน้าที่สำคัญในการออกกฎหมายตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญของประเทศ และเลือกสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น คณะกรรมการประจำสภาประชาชน (The Standing Committee of NPC) ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ให้ความเห็นชอบการเข้าดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี (ซึ่งเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี) และมนตรีแห่งรัฐ (State Council) ตามรายชื่อที่เสนอโดยนายกรัฐมนตรีเลือกสรรประธานศาลประชาชนสูงสุด (the President of the Supreme Court) และประธานอัยการประชาชนสูงสุด (the President of the Procurator-General of the Supreme People’s Procuratorate) สมาชิกสภาประชาชนจีนจะได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง 5 ปี และจะมีการจัดประชุมรวมปีละ 1 ครั้ง

สำหรับมณฑลยูนนาน สภาประชาชนมณฑลยูนนาน (Yunnan Provincial People’s Congress) ถือเป็นองค์กรทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด และมีบทบาทสำคัญทางการเมืองของมณฑลเป็นอย่างยิ่ง สภาประชาชนมณฑลยูนนานมีหน้าที่ตัดสินประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในมณฑลยูนนาน รับฟังและตรวจสอบรายงานประจำปีของรัฐบาล ศาล และอัยการ ประจำมณฑลยูนนาน ตรวจสอบและอนุมัติแผนงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและงบประมาณประจำปีของมณฑล รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐบาลศาลประชาชนและอัยการประชาชนประจำมณฑลยูนนาน ตลอดจนมีหน้าที่แต่งตั้งหรือถอดถอนสมาชิกของหน่วยงานด้านการบริหาร ศาลประชาชน และสำนักงานอัยการ และมีหน้าที่สำคัญในการออกกฏระเบียบท้องถิ่นด้วย

สภาที่ปรึกษาการเมืองประจำมณฑลยูนนาน (People’s Political Consultative - Conference of Yunnan Province)

สภาที่ปรึกษาการเมืองของจีน (Chinese People’s Polictical Consultative Conference - CPPCC) เป็นองค์กรหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย สมาชิกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน พรรคการเมืองอื่นซึ่งไม่ใช่พรรคคอมมิวนิสต์ ประชาชนทั่วไปที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง ผู้แทนจากองค์กรขนาดใหญ่และชนกลุ่มน้อย ผู้แทนจากฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน และชาวจีนโพ้นทะเล หน้าที่หลักของสภาที่ปรึกษาการเมืองของจีน คือ การให้คำปรึกษาด้านการเมืองเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญของรัฐสภาที่ปรึกษาการเมืองของจีนประกอบด้วยหน่วยงานที่สำคัญ คือ คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติ (The CPPCC National Committee) ซึ่งสมาชิกมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี และมีสมัยประชุมในระยะเวลาใกล้เคียงกับการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน และคณะกรรมการประจำ(The Standing Committee) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการทำงานระหว่างปิดสมัยประชุม

สภาที่ปรึกษาการเมืองประจำมณฑลยูนนาน มีโครงสร้างของสมาชิกที่ได้รับคัดเลือกจากหน่วยงานและองค์กรเช่นเดียวกับสภาที่ปรึกษาการเมืองส่วนกลาง องค์กรที่สำคัญ คือ คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาการเมืองประจำมณฑลยูนนาน (Yunnan Provincial Committee of CPPCC) หน้าที่หลักของคณะกรรมการดังกล่าว คือ ให้คำแนะนำด้านการเมืองแก่พรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลมณฑลยูนนาน

รัฐบาลประชาชนมณฑลยูนนาน (The People’s Government of Yunnan Province)

รัฐบาลประชาชนมณฑลยูนนานเป็นองค์กรบริหารของมณฑลยูนนาน ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์มนตรีแห่งรัฐ (State Council) และพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลยูนนาน และมีคณะกรรมการถาวรของสภาประชาชนมณฑลยูนนาน และสภาที่ปรึกษาการเมืองประจำมณฑลยูนนาน เป็นผู้ให้คำปรึกษา

ตำแหน่งที่สำคัญของรัฐบาลประชาชนมณฑลยูนนาน คือ ผู้ว่าการมณฑลยูนนาน และรองผู้ว่าการมณฑลยูนนานอีก 6 คน ซึ่งได้รับการเห็นชอบและแต่งตั้งโดยสภาประชาชนประจำมณฑลยูนนาน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ระบบตุลาการ

ระบบตุลาการของจีนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ศาลประชาชน (People’s Court - SPC) และอัยการประชาชน (People’s Procuratorate - SPP)

ศาลประชาชนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ด้านตุลาการ มีศาลประชาชนสูงสุด (Supreme People’s Court) เป็นหน่วยงานสูงสุดระดับประเทศ ศาลสูงสุดประชาชน (Higher People’s Court) ในระดับมณฑล เขตปกครองตนเอง และมหานครที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง และศาลชั้นกลาง และศาลชั้นต้น (intermediat and basic people’s court) ในระดับอำเภอและเขตศาลประชาชนสูงสุด ขึ้นตรงกับสภาประชาชน (National People’s Congress) และคณะกรรมการถาวร

หน้าที่ของศาลประชาชน คือ การพิพากษาคดีต่าง ๆ แก่สาธารณชน ยกเว้นคดีที่เกี่ยวข้องกับความลับทางราชการหรือเรื่องส่วนบุคคล ในมณฑลยูนนานมีหน่วยงานศาลประชาชนในระดับมณฑล อำเภอและเขตต่าง ๆ เช่นเดียวกับมณฑลอื่น ๆ อัยการประชาชน เป็นองค์กรที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายของรัฐ อัยการประชาชนมีฐานะเท่าเทียมกับศาลประชาชน มีอัยการประชาชนสูงสุด (Supreme People’s Procuratorate - SPP) เป็นหน่วยงานสูงสุดระดับรัฐ และอัยการประชาชนในระดับมณฑล เขตปกครองตนเอง และมหานครที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง รวมถึงเขตและอำเภอต่างๆด้วย

อัยการประชาชนมีหน้าที่ตรวจสอบสำนวนฟ้องจากหน่วยรักษาความปลอดภัยสาธารณะ (public security organs) และตัดสินสั่งฟ้องหรือเพิกถอนฟ้องคดีความ เป็นต้น ในมณฑลยูนนานมีหน่วยงานอัยการประชาชนในระดับมณฑลเขตและอำเภอต่าง ๆ เช่นเดียวกับมณฑลอื่น ๆ ทั้งศาลประชาชนและอัยการประชาชน ดำเนินงานโดยอิสระปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร หน่วยงาน หรือบุคคลใด

รูปแบบการปกครองของมณฑลยูนนาน

หน่วยงานต่างๆในเมืองยูนนาน

Agriculture Bureau

 

Audit Bureau

Civil Affairs Bureau

Economic and Technological Development   

Commerce Bureau

Commerce Commission

Communications Commission

Construction Commission

Culture Bureau

Cutlural Heritage Bureau

Development and Reform Commission

Education Commission

Zone Manage Commission
Environmental Protection Bureau

Ethnic Affairs Commission,
Religious Affairs Bureau

Finance Bureau

Food and Drug Administration

Foreign Affairs Office

Garden Bureau

Grain Bureau

Health Bureau

Industry and Commerce Administration

Informatization Office

Justice Bureau

Labour and Social Security Bureau

Land, Resources and Housing Affairs Bureau

Legislative Affairs Office

Letters and Complaints Office

Local Taxation Bureau

Municipal Administrative Commission

Municipal Bureau of Industrial Development

Municipal General Office

Municipal Planning Commission

Overseas Chinese Affairs Office

People's Air Defence Office

Personnel Bureau

Population and Family Planning Commission

Press and Publication Bureau

Price Bureau

Prison Affairs Bureau

Public Security Bureau

Quality and Technical Supervision Bureau

Radio and Television Bureau

Reeducation Through Labour Bureau

Research Office

Restructuring Economic System Office

Rural Affairs Commission

Science and Technology Commission

Sport Bureau

State Security Bureau

Statistics Bureau

Supervision Bureau

Tourism Bureau

Township Enterprises Bureau

Traditional Chinese Medicine Administrative Bureau

Virescence Commission Office

Water Resources Bureau

 

back BACK