| วันเสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2555 |
|
นครเซี่ยงไฮ้![]()
นครเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่บนชายผั่งทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านตะวันออกของประเทศจีน ทิศเหนือติดบริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง ทิศใต้ติดกับอ่าวหังโจว ทิศตะวันตกติดมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ทิศตะวันออกติดกับทะเลตงไห่
ประชากร เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินและการค้า ทำให้มีประชากรหลั่งไหลเข้ามาทั้งจากในประเทศจีนเองและจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2552 เซี่ยงไฮ้มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 19.21 ล้านคน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นประชากรที่มีสำมะโนครัวเซี่ยงไฮ้ราว 13.79 ล้านคน และเป็นประชากรที่ไม่มีสำมะโนครัวเซี่ยงไฮ้ราว 5.42 ล้านคน ปี 2552 เซี่ยงไฮ้มีอัตราการเกิดประชากรเท่ากับร้อยละ 8.64 และมีอัตราการตายเท่ากับร้อยละ 5.94 ภูมิอากาศ เซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่ในเขตมรสุมร้อนเอเชียเหนือ แบ่งเป็น 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น ในขณะที่ฤดูหนาวและฤดูร้อนค่อนข้างยาว อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 18.4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุด 38.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด -3.5 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,042.6 มิลลิเมตร โดยปริมาณน้ำฝนมากกว่าร้อยละ 70 วัดได้ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน
ทรัพยากรธรรมชาติ
เนื่องจากนครเซี่ยงไฮ้อยู่ติดกับทะเลตงไห่ ทำให้ชายฝั่งทะเลของเซี่ยงไฮ้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด โดยเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจถึง 20 กว่าชนิด อีกทั้งมีพื้นที่ติดบริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดชนิดต่างๆ ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
นครเซี่ยงไฮ้เดิมเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ต่อมาได้จัดตั้งเป็นตำบลเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี ค.ศ. 1267 ซึ่งขณะนั้นมีพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหัวถิง (คือเขตซงเจียงในปัจจุบัน) ต่อมาปี ค.ศ. 1292 ทางการจีนได้แยกตำบลเซี่ยงไฮ้ออกมาจากอำเภอหังถิง และจัดตั้งเป็นอำเภอเซี่ยงไฮ้ ภายหลังได้จัดตั้งเป็นเมืองเซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1843 ต่อมาด้วยทำเลทางภูมิศาสตร์ที่เซี่ยงไฮ้มีลำคลองและทะเลสาบที่เชื่อมต่อการคมนาคม ทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าเปิด และเริ่มมีประเทศต่างๆ เข้ามาติดต่อค้าขาย และรุ่งเรืองมากในช่วงทศวรรษที่ 1930 นอกจากนี้ ผลจากการที่ประเทศตะวันตก ได้แก่ ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศฝรั่งเศส เข้ามาเช่าพื้นที่หลายแห่งของเซี่ยงไฮ้ ทำให้ เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าการค้านานาชาติที่สำคัญ อีกทั้งอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ของนครเซี่ยงไฮ้ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบตะวันตก และมีลวดลายสวยงามตามแบบยุโรป จนได้รับการขนานนามว่าเป็นนครปารีสแห่งตะวันออกในปัจจุบัน
ผู้นำ
คณะผู้บริหารเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้และโครงสร้างเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้
การปกครอง นครเซี่ยงไฮ้ปกครองโดยเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง และมีนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Mayor) เป็นผู้บริหารสูงสุด มีฐานะเทียบเท่ากับผู้ว่าการมณฑล เซี่ยงไฮ้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 เขต 1 เซี่ยงไฮ้แบ่งเป็น 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ ผู่ซี (Puxi) ผู่ตง (Pudong) เมืองรอบนอก และเกาะฉงหมิง (Chongming)
แผนผังการปกครองนครเซี่ยงไฮ้
1. ย่านใจกลางเมืองของนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย 1.1 เขตหวงผู่ (Huangpu) เป็นที่ตั้งของย่านธุรกิจ และแหล่งกิน แหล่งช้อปที่มีชื่อเสียงที่สุดของเซี่ยงไฮ้อย่าง ถนนคนเดินหนานจิง สวนยวี่หยวน People’s Square และ The Bund ซึ่งแหล่งรวมร้านทองและจิวเวลรี่ที่ใหญ่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ก็จัดตั้ง ณ เขตแห่งนี้ 1.2 เขตหลูวาน ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของเขตเช่าของฝรั่งเศส จึงได้ใช้จุดเด่นในการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและความทันสมัยในการดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยว ผ่านแนวคิด ‘อนุรักษ์ เก็บรักษา บูรณา อนุวัฒน์’ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่เป็นพระเอกคือ ถนนหวยไห่ ซินเทียนตี้ ถนนเม่าหมิง และถนนไท่คัง ด้านธุรกิจ หลูวานเน้นเป็นฐานธุรกิจ outsource 4 ประเภท คือ ธุรกิจสารสนเทศ ทรัพยากรมนุษย์ โลจิสติกส์ และการออกแบบก่อสร้าง โดยมีบริษัทชั้นนำที่เข้ามาจัดตั้ง เช่น IBM Beyer Dupont เป็นต้น 1.3 เขตสวีฮุ่ย เป็นที่ตั้งของย่านพาณิชย์สวีเจียฮุ่ย ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ และยังมีถนนเหิงซานที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารและผับบาร์ไฮเอ็นด์ที่มีชื่อเสียงในหมู่คนต่างชาติในเซี่ยงไฮ้ 1.4 เขตฉางหนิง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหงเฉียว กำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจการพาณิชย์และศูนย์กลางโลจิสติกส์และคมนาคมของเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี ด้วยการเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติหงเฉียว ซึ่งรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้สร้าง 2 โครงการใหญ่ต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ ศูนย์การเปลี่ยนถ่ายคมนาคมหงเฉียว ณ บริเวณใกล้กับสนามบินหงเฉียว ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมจากทางเครื่องบินต่อรถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง รถไฟธรรมดา และรถประจำทาง ได้ในพื้นที่แห่งนี้ ขณะเดียวกันยังกำลังสร้างย่านธุรกิจและการพาณิชย์หงเฉียว (Hongqiao Business Park) ซึ่งจะเป็นโครงการพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จะดึงดูดธุรกิจการค้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของเซี่ยงไฮ้ต่อจากการจัดงาน World Expo 2010 ในบริเวณใกล้กันนี้ด้วย นอกจากนี้ เขตฉางหนิงยังเป็นพื้นที่จัดตั้งที่ทำการของสถานกงสุลใหญ่หลายประเทศซึ่งรวมถึงสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1.5 เขตจิ้งอัน เป็นเขตจัดตั้งธุรกิจและที่อยู่อาศัยไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองที่มีสิ่งสาธารณูปโภคครบครรและเดินทางสะดวก จึงเป็นแหล่งคุณภาพชีวิตชั้นสูงของเซี่ยงไฮ้ 2. เขตเมืองใหม่ผู่ตง (Pudong New Area) เมื่อปีค.ศ. 1990 รัฐบาลจีนมีนโยบายพัฒนาให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือโลก โดยเลือกใช้เขตผู่ตงเป็นพื้นที่นำร่องการเปิดเสรีและการพัฒนา อภิมหาโครงการในการพลิกผืนนาเป็นผืนทองจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยใช้เวลาทั้งหมดเพียง 19 ปี ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตผู่ตงที่เดิมเป็นทุ่งนาให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การเงินในปัจจุบัน ได้แก่ ย่านการเงินลู่เจียจุ่ยที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานประจำภูมิภาคและสถาบันการเงินชั้นนำจากในและต่างประเทศนับร้อยแห่ง เขตพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงจางเจียงเป็นที่ตั้งของธุรกิจเทคโนโลยีทั้งหลาย และศูนย์ R&D ของธุรกิจต่างชาติจำนวนมาก เขตสินค้าทัณฑ์บนไว่เกาเฉียวที่ดึงดูดธุรกิจนำเข้า-ส่งออกระดับฟอร์จูน 500 เข้ามาจัดตั้ง และกำลังอยู่ระหว่างการปั้นแต่งให้เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ เขตแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออกจินเฉียว และเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนหยางซาน ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรสมัยใหม่บริเวณท่าเรือน้ำลึกหยางซานที่กำลังเร่งขยายทั้งงพื้นที่และสมรรถนะให้กลายเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ แต่เดิมท่าเรือน้ำลึกหยางซานตั้งอยู่ในเขตสตหนานฮุ่ย ซึ่งรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้ยุบรวมเขตดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตผู่ตง เมื่อปีค.ศ. 2009 ทำให้เขตผู่ตงกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม การค้า และการเดินเรือโลกอย่างเต็มบทบาท อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค โดยมีทั้งท่าเรือน้ำลึกหยางซาน ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตงซึ่งมีความทันสมัยได้ระดับสากล รถไฟใต้ดินไม่ต่ำกว่า 5 สายที่วิ่งจากฝั่งตะวันตกถึงฝั่งผู่ตง และรถไฟความเร็วสูง Maglev นอกจากนี้ ยังมีศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการแห่งใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ที่จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติปีละไม่ต่ำกว่า 70 งาน จัดตั้งในเขตนี้
จนถึงวันนี้ ผู่ตงก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อไปให้บรรลุเป้าหมายในระดับที่สูงยิ่งขึ้นในการเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศในด้านต่างๆ ของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอานิสงค์จากการใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดงาน World Expo 2010 โดยหลังจากงานจบลง พื้นที่ผืนนี้จะถูกปรับไปใช้ประโยชน์เป็นศูนย์การประชุมชั้นนำ ประชาคมนานาชาติ และถนนช้อปปิ้งระดับ High-end ทำให้ราคาที่ในเขตผู่ตงนี้ทะยานขึ้นสูงลิ่ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหญ่ที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายบริโภคระยะยาว คือสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่เริ่มสร้างแล้วในเขตนี้ 3. เขตชานเมืองที่กำลังเร่งพัฒนาของนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย 3.1 เขตชิงผู่ (Qingpu) : เสน่ห์เมืองน้ำ ชิงผู่ได้ใช้จุดเด่นจากด้านภูมิศาสตร์ที่ติดกับตอนต้นของแม่น้ำหวงผู่และตอนปลายของ ทะเลสาบซีหู อีกทั้งทำเลที่ตั้งที่เป็นเขตชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีอาณาเขตติดกับมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อเจียงในการสร้างจุดขายของแหล่งท่องเที่ยว “เมืองน้ำ” ที่มีบรรยากาศวัฒนธรรมเมืองเก่าที่มีคูคลองไหลพาดผ่าน โดยเฉพาะการ โปรโมทแหล่งท่องเที่ยว “จูเจียเจี่ยว” ให้เป็นจุดท่องเที่ยวมีชื่อติดอันดับของเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว โดยเน้นตลาดนักท่องเที่ยวจากมณฑลโดยรอบ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งไม่เพียงนำประโยชน์ด้านเศรษฐกิจมาสู่เขตชิงผู่เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างเสน่ห์แห่งกลิ่นอายวัฒนธรรมเมืองเก่าของเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีให้กับเมืองสมัยใหม่แห่งนี้ด้วย
นอกจากจุดเด่นด้านเมืองท่องเที่ยวแล้ว ชิงผู่ยังได้เร่งพัฒนาความเจริญในด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ได้ทัดเทียมกับพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในนครเซี่ยงไฮ้ และเมืองโดยรอบของมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อ เจียง โดยได้จัดพื้นที่ด้านตะวันตกของเขตให้เป็นศูนย์รวมภาคบริการ ได้แก่ การจัดให้มีศูนย์การประชุม อาคารแสดงสินค้า หอศิลป์ และศูนย์การกีฬาครบวงจร เพื่อให้ชิงผู่เป็นฐานการจัดงานมหกรรมขนาดใหญ่ และพัฒนาส่วนเหนือของเขตให้เป็นฐานอุตสาหกรรมที่เน้นด้านการวิจัย 3.2 เขตเจี้ยติ้ง (Jiading) : เมืองแห่งรถยนต์และสนามแข่ง F1 เจี้ยติ้งเป็นฐานอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนรถยนต์แต่ดั้งเดิมของนครเซี่ยงไฮ้ โดยใช้พื้นที่ทั้งหมด 8 ตารางกิโลเมตร จัดไว้สำหรับอุตสาหกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตรถยนต์กว่า 333 บริษัท ดังนั้นหากย่างกรายเข้าไปในเขตนี้ก็จะได้พบกับโรงงานและโชวร์รูมรถยนต์ ศูนย์บริการดูแลรถยนต์ ร้านขายอะไหล่ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์รถยนต์ ตลาดซื้อขายรถยนต์มือสอง ไปจนถึงธุรกิจวิจัยและพัฒนารถยนต์ยี่ห้อต่างๆ หรือเรียกได้ว่าเป็น “เมืองแห่งรถยนต์” โดยมีไฮไลท์คือ สนามแข่งรถยนต์ Formula 1
เขตเจียติ้งได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในฐานะฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ดั้งเดิมในการต่อยอดตั้งเป้าเป็นเมืองแห่งรถยนต์ระดับนานาชาติที่ครบวงจรทั้งการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานประกอบรถยนต์ สนามแข่งรถยนต์ ศูนย์จัดแสดงมอเตอร์โชว์ และเขตชุมชนโดยเน้นดึงดูดธุรกิจด้านวิจัยพัฒนา บริการสมัยใหม่ประเภทธุรกิจอีคอมเมิร์สรถยนต์ รวมถึงธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้เข้ามาจัดตั้ง ทั้งนี้ มีองค์ประกอบการพัฒนาที่ขาดไม่ได้ คือ ระบบการคมนามคมที่เชื่อมต่อกับใจกลางได้อย่างสะดวก ด้วยรถไฟใต้ดินสาย 11 ที่จะทำให้สามารถเดินทางจากย่าน CBD (ลู่เจียจุ่ยในเขตใหม่ผู่ตง) มายังเจี้ยติ้งได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยรัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะเร่งสร้างให้เจียติ้งเป็นอีกเมืองใหม่ที่เป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจ โดยเน้นธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ส และเขตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความพร้อมทั้งเส้นทางรถไฟใต้ดิน โรงแรมชั้นนำ ศูนย์การค้า สวนสาธารณะ และศูนย์กีฬา 3.3 เขตเฟิ่งเสียน (Fengxian) : เมืองนิเวศวิทยาเพื่อธุรกิจสีเขียว เฟิ่งเสียนแต่เดิมเป็นเขตชานเมืองที่เป็นฐานอุตสาหรรมของเซี่ยงไฮ้ โดยเน้นอุตสาหกรรมหลัก 8 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่สร้างมลภาวะ ได้แก่ เครื่องจักรกล เครื่องจักรทั่วไป เสื้อผ้า กระเป๋า วัสดุก่อสร้าง ยางและพลาสติก ปิโตรเคมี และสิ่งทอ แต่ภายหลังที่นครเซี่ยงไฮ้มีนโยบายปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขตเฟิ่งเสียนก็ได้ปรับตัวตาม โดยเลือกเอาข้อดีที่มีภูมิประเทศเป็นต่อในการตั้งอยู่ติดกับทะเลและแม่น้ำซึ่งมีผลต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในการสร้าง จุดเด่นใหม่ที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาของเซี่ยงไฮ้ให้เป็นเมืองสีเขียวที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรกับรสิ่งแวดล้อม โดยเลือกพื้นที่บริเวณตำบลหนานเฉียว ซึ่งเป็นเขตใจกลางเมืองสร้างให้เป็นฐานอุตสาหกรรมด้านยาชีวภาพและพลังงานใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสิ้นเปลืองและก่อให้เกิดมลพิษจะถูกเชิญให้ย้ายออกไปอยู่บริเวณรอบนอกแทน สำหรับการแปลงโฉมฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้เป็นเมืองแห่งระบบนิเวศวิทยาน่าอยู่และยกระดับเป็นฐานอุตสาหกรรมชั้นสูงที่บริเวณเมืองใหม่หนานเฉียวนั้น เขตเฟิ่งเสียนได้เริ่มดำเนินโครงการสร้างเมืองใหม่หนานเฉียวให้เป็นเมืองสีเขียวที่มีพื้นที่ป่า 4.78 ตารางกิโลเมตร ในลักษณะสวนสาธารณะบริเวณใจกลางเมือง โดยมีโครงการไฮไลท์คือ “Shanghai Fish” หรือสระน้ำรูปปลาขนาดใหญ่กินเนื้อที่ถึง 2.3 ตร.กม. นอกจากนี้ ในเมืองใหม่ดังกล่าวยังจะมีโครงการสาธารณูปโภคครบครรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง โรงพยาบาลได้มาตรฐาน และโรงเรียน เพื่อดึงดูดให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาจัดตั้งธุรกิจและสำนักงานใหญ่ในเขตเมืองใหม่แห่งนี้ โดยเฉพาะธุรกิจจากมณฑลเจ้อเจียงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับเฟิ่งเสียน 3.4 ตำบลฉงหมิง : แหล่งเกษตรนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศของเซี่ยงไฮ้ ตำบลฉงหมิง ประกอบด้วย เกาะ 3 เกาะทางทิศเหนือของนครเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ เกาะฉงหมิง เกาะเหิงซา และเกาะฉางซิง ซึ่งมีพื้นที่รวมแล้วเป็นเกาะใหญ่อันดับ 3 ของจีน รองจากเขตปกครองพิเศษไต้หวันและเกาะไห่หนาน (หรือไหหลำ) ด้วยทำเลที่อยู่ห่างจากจุดศุนย์กลางความเจริญของเซี่ยงไฮ้ ทำให้ในอดีตที่ผ่านมาตำบลฉงหมิงนับเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลการพัฒนามากที่สุดของเซี่ยงไฮ้ แต่ปัจจุบันเขตที่ไม่มีอะไรเขตนี้ ได้กลายเป็นพื้นที่เกษตรนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศแห่งหลักของเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว โครงการน่าทึ่งมูลค่ากว่า 12,000 ล้านหยวน ที่ช่วยดึงฉงหมิงให้กระเถิบเข้ามาใกล้พื้นที่ในแผ่นดินส่วนที่เจริญแล้วของเซี่ยงไฮ้ คือ การสร้างอุโมงค์เดินรถเชื่อมต่อกับสะพานข้ามแม่น้ำรวมความยาว 25.5 ก.ม. เพื่อข้ามแม่น้ำ แยงซีไปยังเกาะฉงหมิง อีกทั้งเชื่อมเกาะทั้ง 3 แห่งถึงกัน โดยแบ่งเป็นส่วนอุโมงค์เดินรถยาว 8.9 ก.ม. และส่วนสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีาว 10.3 ก.ม. ทำให้การเดินทางทางรถยนต์จากจากพื้นที่ในแผ่นดินถึงเกาะฉงหมิงทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งได้ช่วยดึงดูดทั้งการลงทุนและนักท่องเที่ยวมายังเกาะแห่งนี้มากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น สะพานข้ามทะเลดังกล่าวยังเตรียมความพร้อมด้านเทคนิครองรับการสร้างรถไฟลอยฟ้าบนสะพานเพื่อในอนาคตด้วย
|