นครเซี่ยงไฮ้


ข้อมูลพื้นฐาน


ที่ตั้งและพี้นที่

นครเซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่บนชายผั่งทะเลทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านตะวันออกของประเทศจีน ทิศเหนือติดบริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง ทิศใต้ติดกับอ่าวหังโจว ทิศตะวันตกติดมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ทิศตะวันออกติดกับทะเลตงไห่
เซี่ยงไฮ้มีพื้นที่ประมาณ 6,340.5 ตร.กม. คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.06 ของพื้นที่ทั้งประเทศ โดยเป็นผืนแผ่นดิน 6,218.65 ตร.กม. และเป็นผืนน้ำ 121.85 ตร.กม. ทิศเหนือจรดทิศใต้คิดเป็นระยะทาง 120 ก.ม. ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตกคิดเป็นระยะทาง 100 ก.ม. โดยมีแม่น้ำหวงผู่เป็นแม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำสำคัญไหลผ่านใจกลางเมืองเป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร ทำให้เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองสำคัญที่มีเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่สะดวกเป็นอย่างยิ่ง
เซี่ยงไฮ้ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 3 เกาะ คือ เกาะฉงหมิง เกาะฉางซิง และเกาะเหิงซา โดยเกาะฉงหมิงมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด คือ 1,200 ตร.กม. อีกทั้งนับเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับสามของจีน ซึ่งอุดมด้วยแหล่งน้ำและทะเลสาบธรรมชาติ

ประชากร

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินและการค้า ทำให้มีประชากรหลั่งไหลเข้ามาทั้งจากในประเทศจีนเองและจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2552 เซี่ยงไฮ้มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 19.21 ล้านคน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นประชากรที่มีสำมะโนครัวเซี่ยงไฮ้ราว 13.79 ล้านคน และเป็นประชากรที่ไม่มีสำมะโนครัวเซี่ยงไฮ้ราว 5.42 ล้านคน

ปี 2552 เซี่ยงไฮ้มีอัตราการเกิดประชากรเท่ากับร้อยละ 8.64 และมีอัตราการตายเท่ากับร้อยละ 5.94

 ภูมิอากาศ

เซี่ยงไฮ้ตั้งอยู่ในเขตมรสุมร้อนเอเชียเหนือ แบ่งเป็น 4 ฤดูกาล คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น ในขณะที่ฤดูหนาวและฤดูร้อนค่อนข้างยาว อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 18.4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุด 38.6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด -3.5 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,042.6 มิลลิเมตร โดยปริมาณน้ำฝนมากกว่าร้อยละ 70 วัดได้ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน

ทรัพยากรธรรมชาติ

เนื่องจากนครเซี่ยงไฮ้อยู่ติดกับทะเลตงไห่ ทำให้ชายฝั่งทะเลของเซี่ยงไฮ้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด โดยเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจถึง 20 กว่าชนิด อีกทั้งมีพื้นที่ติดบริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดชนิดต่างๆ ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

นครเซี่ยงไฮ้เดิมเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ต่อมาได้จัดตั้งเป็นตำบลเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี ค.ศ. 1267 ซึ่งขณะนั้นมีพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหัวถิง (คือเขตซงเจียงในปัจจุบัน) ต่อมาปี ค.ศ. 1292 ทางการจีนได้แยกตำบลเซี่ยงไฮ้ออกมาจากอำเภอหังถิง และจัดตั้งเป็นอำเภอเซี่ยงไฮ้ ภายหลังได้จัดตั้งเป็นเมืองเซี่ยงไฮ้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1843 ต่อมาด้วยทำเลทางภูมิศาสตร์ที่เซี่ยงไฮ้มีลำคลองและทะเลสาบที่เชื่อมต่อการคมนาคม ทำให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าเปิด และเริ่มมีประเทศต่างๆ เข้ามาติดต่อค้าขาย และรุ่งเรืองมากในช่วงทศวรรษที่ 1930 นอกจากนี้ ผลจากการที่ประเทศตะวันตก ได้แก่ ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศฝรั่งเศส เข้ามาเช่าพื้นที่หลายแห่งของเซี่ยงไฮ้ ทำให้ เซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าการค้านานาชาติที่สำคัญ อีกทั้งอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ของนครเซี่ยงไฮ้ได้รับอิทธิพลจากรูปแบบตะวันตก และมีลวดลายสวยงามตามแบบยุโรป จนได้รับการขนานนามว่าเป็นนครปารีสแห่งตะวันออกในปัจจุบัน

ผู้นำ

คณะผู้บริหารเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้และโครงสร้างเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

ชื่อ นายหยู เจิ้งเซิง (Yu Zhengsheng)
ตำแหน่ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครเซี่ยงไฮ้
เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนตุลาคม ปีค.ศ. 2007
วันเกิด เดือนเมษายน ปีค.ศ. 1945
ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจ้อเจียง
เคยดำรงตำแหน่งกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลซานตง เมื่อปีค.ศ. 1992-1997 และดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลหูเป่ย เมื่อปีค.ศ. 2001-2007 อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาประชาชนแห่งมณฑลหูเป่ย เมื่อปีค.ศ. 2001-2003 ปัจจุบันนอกจากดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนนครเซี่ยงไฮ้แล้ว ยังดำรงตำแหน่งกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้อีกด้วย


ชื่อ นายหาน เจิ้ง (Han Zheng)
ตำแหน่ง
นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
และรองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้
เข้ารับตำแหน่งเมื่อ
เดือนมกราคม ปีค.ศ. 2008 (ต่อจากวาระเดิม)
วันเกิด
ปีค.ศ. 1954
ภูมิลำเนาเดิม
มณฑลเจ้อเจียง
เคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อปีค.ศ. 1998 ต่อมาดำรง ตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการประจำพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้ ในปีค.ศ. 2002 และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรกในปี 2003 อีกทั้งได้รับเลือกให้เป็นรองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อปีค.ศ. 2007


ชื่อ นายเสิ่น เสี่ยวหมิง (Shen Xiaoming)
ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปีค.ศ. 2008
วันเกิด เดือนเมษายน ปีค.ศ. 1963
ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจ้อเจียง
เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในงานด้านการศึกษาและการแพทย์ของนครเซี่ยงไฮ้ หลายตำแหน่ง โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลซิ นหัว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง รองเลขาธิการคณะทำงานด้านศึกษาวิทยาศาสตร์นครเซี่ยงไฮ้ และหัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านการศึกษานครเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การศึกษา สาธารณสุข วัฒนธรรม การกระจายเสียงและการข่าว


  • ชื่อ นางจ้าว เหวิน (Zhao Wen)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปี 2008
    วันเกิด เดือนพฤศจิกายน ปี 1956
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลอันฮุย
    มีประสบการณ์ทำงานสำคัญด้านการศึกษาและการเมือง โดยเคยเป็นรองผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยถงจี้และหัวหน้าสาขาวิชาการบัญชี คณะบริหารธุรกิจ ด้านการเมืองเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการเขตหนานฮุ่ย และรองเลขาธิการสภาประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ ปัจจุบันทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านการกีฬา ท่องเที่ยว ทรัพย์สินทางปัญญา ประชากรและการวางแผนครอบครัว

    ชื่อ นายหยาง สง (Yang Xiong)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ และกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปีค.ศ. 2008 (ต่อจากวาระเดิม)
    วันเกิด เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 1953
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจ้อเจียง
    เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้เมื่อปีค.ศ. 2001 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 2003 และรับตำแหน่งดังกล่าวต่ออีกวาระหนึ่งในปีค.ศ. 2008 นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้ตั้ง แต่ปีค.ศ. 2007 ถึงปัจจุบัน ปัจจุบันกำกับดูแลงานด้านการพัฒนาและปฏิรูป การวางแผน การควบคุมประชากร สารสนเทศ การเตรียมงาน World Expo 2010 สถิติ ราคาสินค้า การท่าเรือ และความมั่นคงของสังคม


    ชื่อ นายถู กวงส้าว (Tu Guangshao)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ และกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 2007
    วันเกิด เดือนมกราคม ปีค.ศ. 1959
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลหูเป่ย
    เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ โดยดำรง
    ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ กรรมการและเลขาธิการของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน ในปีค.ศ. 1997 ต่อมาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน ในปีค.ศ. 2002 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ และกรรมการประจำของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้ ทำหน้ากำกับดูแลงานด้านการเงิน งานบุคลากร ฝ่ายตรวจสอบ และประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแ่ลด้านการคลัง และด้านภาษี


    ชื่อ นายถัง เติ้งเจี๋ย (Tang Dengjie)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปีค.ศ. 2008
    วันเกิด เดือนมิถุนายน ปีค.ศ. 1964
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจียงซู
    เคยดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท Shanghai Automotive Industry Corporation (Group) ประธานบริษัทและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำบริษัท Shanghai Electric (Group) รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฝ่ายงานอุตสาหกรรมนครเซี่ยงไฮ้ ต่อมาในปีค.ศ. 2003 ได้รับเลือกให้เป็นรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้เป็นครั้งแรก และกลับเข้าดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่งในปีค.ศ. 2008 ปัจจุบันทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจการค้าต่างประเทศ การเงินระหว่างประเทศ กิจการเกี่ยวกับฮ่องกง ไต้หวัน และมาเก๊า ศาสนา และชาวจีนโพ้นทะเล

    ชื่อ นายหู เหยียนจ้าว (Hu Yanzhao)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนมกราคม ปีค.ศ. 2008
    วันเกิด เดือนเมษายน ปีค.ศ. 1951
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเจ้อเจียง
    เคยดำรงตำแหน่งรองเลขานุการ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยประจำพรรคคอมมิวนิสต์นครเซี่ยงไฮ้ ในปีค.ศ. 2003 และได้รับเลือกให้เป็นรองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ครั้งแรก เมื่อปีค.ศ. 2004 และกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่งในปีค.ศ. 2008


    ชื่อ นายอ้าย เป่าจวิน (Ai Baojun)
    ตำแหน่ง รองนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้
    เข้ารับตำแหน่งเมื่อ เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 2007
    วันเกิด เดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1960
    ภูมิลำเนาเดิม มณฑลเหลียวหนิง
    เคยดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการใหญ่บริษัท Shanghai Baosteel Group ตั้งแต่ปีค.ศ. 1998 ถึงปีค.ศ. 2007 ปัจจุบันทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านอุตสาหกรรม การพาณิชย์ ทรัพย์สินของเทศบาล การผลิตไฟฟ้า และบริการด้านสังคม



    การปกครอง

    นครเซี่ยงไฮ้ปกครองโดยเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง และมีนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Mayor) เป็นผู้บริหารสูงสุด มีฐานะเทียบเท่ากับผู้ว่าการมณฑล เซี่ยงไฮ้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 เขต 1 เซี่ยงไฮ้แบ่งเป็น 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ ผู่ซี (Puxi) ผู่ตง (Pudong) เมืองรอบนอก และเกาะฉงหมิง (Chongming)
    - ผู่ซี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำหวงผู่ เป็นศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของนครเซี่ยงไฮ้ ก่อนย้ายบางส่วนไปอยู่ผู่ตง ผู่ซีครอบคลุมเขตการปกครอง 9 เขต ได้แก่ เขตหวงผู่ เขตหลูวาน เขตสวีฮุ่ย เขตฉางหนิง เขตจิ้งอัน เขตผู่ถัว เขตจ๋าเป่ย เขตหงโข่ว และเขตหยางผู่
    - เขตผู่ตง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ เรียกว่า “เขตใหม่ผู่ตง” (Pudong new area) เป็นศูนย์กลางทางการเงินและธุรกิจของเซี่ยงไฮ้และจีน
    - เมืองบริเวณรอบนอกอีก 7 เขต ได้แก่ เขตเปาซาน เขตหมิ่นหาง เขตเจียติง เขตจินซาน เขตซงเจียง เขตชิงผู่ และเขตเฟิ่งเสียน
    - เกาะฉงหมิง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเซี่ยงไฮ้บริเวณปากแม่น้ำฉางเจียง มีพื้นที่รวม 1,200 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    แผนผังการปกครองนครเซี่ยงไฮ้

    1. ย่านใจกลางเมืองของนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย

    1.1 เขตหวงผู่ (Huangpu)

    เป็นที่ตั้งของย่านธุรกิจ และแหล่งกิน แหล่งช้อปที่มีชื่อเสียงที่สุดของเซี่ยงไฮ้อย่าง ถนนคนเดินหนานจิง สวนยวี่หยวน People’s Square และ The Bund ซึ่งแหล่งรวมร้านทองและจิวเวลรี่ที่ใหญ่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ก็จัดตั้ง ณ เขตแห่งนี้

    1.2 เขตหลูวาน

    ในอดีตเป็นส่วนหนึ่งของเขตเช่าของฝรั่งเศส จึงได้ใช้จุดเด่นในการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและความทันสมัยในการดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยว ผ่านแนวคิด ‘อนุรักษ์ เก็บรักษา บูรณา อนุวัฒน์’ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งที่เป็นพระเอกคือ ถนนหวยไห่ ซินเทียนตี้ ถนนเม่าหมิง และถนนไท่คัง ด้านธุรกิจ หลูวานเน้นเป็นฐานธุรกิจ outsource 4 ประเภท คือ ธุรกิจสารสนเทศ ทรัพยากรมนุษย์ โลจิสติกส์ และการออกแบบก่อสร้าง โดยมีบริษัทชั้นนำที่เข้ามาจัดตั้ง เช่น IBM Beyer Dupont เป็นต้น

    1.3 เขตสวีฮุ่ย

    เป็นที่ตั้งของย่านพาณิชย์สวีเจียฮุ่ย ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ และยังมีถนนเหิงซานที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหารและผับบาร์ไฮเอ็นด์ที่มีชื่อเสียงในหมู่คนต่างชาติในเซี่ยงไฮ้

    1.4 เขตฉางหนิง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหงเฉียว

    กำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจการพาณิชย์และศูนย์กลางโลจิสติกส์และคมนาคมของเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี ด้วยการเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติหงเฉียว ซึ่งรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้สร้าง 2 โครงการใหญ่ต่อยอดเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ ศูนย์การเปลี่ยนถ่ายคมนาคมหงเฉียว ณ บริเวณใกล้กับสนามบินหงเฉียว ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมจากทางเครื่องบินต่อรถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูง รถไฟธรรมดา และรถประจำทาง ได้ในพื้นที่แห่งนี้ ขณะเดียวกันยังกำลังสร้างย่านธุรกิจและการพาณิชย์หงเฉียว (Hongqiao Business Park) ซึ่งจะเป็นโครงการพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่จะดึงดูดธุรกิจการค้า เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของเซี่ยงไฮ้ต่อจากการจัดงาน World Expo 2010 ในบริเวณใกล้กันนี้ด้วย นอกจากนี้ เขตฉางหนิงยังเป็นพื้นที่จัดตั้งที่ทำการของสถานกงสุลใหญ่หลายประเทศซึ่งรวมถึงสถานกงสุลใหญ่ของไทยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

    1.5 เขตจิ้งอัน

    เป็นเขตจัดตั้งธุรกิจและที่อยู่อาศัยไฮเอนด์ของเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองที่มีสิ่งสาธารณูปโภคครบครรและเดินทางสะดวก จึงเป็นแหล่งคุณภาพชีวิตชั้นสูงของเซี่ยงไฮ้

    2. เขตเมืองใหม่ผู่ตง (Pudong New Area)

    เมื่อปีค.ศ. 1990 รัฐบาลจีนมีนโยบายพัฒนาให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง 4 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการเดินเรือโลก โดยเลือกใช้เขตผู่ตงเป็นพื้นที่นำร่องการเปิดเสรีและการพัฒนา อภิมหาโครงการในการพลิกผืนนาเป็นผืนทองจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยใช้เวลาทั้งหมดเพียง 19 ปี ในการพัฒนาพื้นที่ในเขตผู่ตงที่เดิมเป็นทุ่งนาให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การเงินในปัจจุบัน ได้แก่ ย่านการเงินลู่เจียจุ่ยที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานประจำภูมิภาคและสถาบันการเงินชั้นนำจากในและต่างประเทศนับร้อยแห่ง เขตพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงจางเจียงเป็นที่ตั้งของธุรกิจเทคโนโลยีทั้งหลาย และศูนย์ R&D ของธุรกิจต่างชาติจำนวนมาก เขตสินค้าทัณฑ์บนไว่เกาเฉียวที่ดึงดูดธุรกิจนำเข้า-ส่งออกระดับฟอร์จูน 500 เข้ามาจัดตั้ง และกำลังอยู่ระหว่างการปั้นแต่งให้เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ เขตแปรรูปสินค้าเพื่อส่งออกจินเฉียว และเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนหยางซาน ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมเครื่องจักรสมัยใหม่บริเวณท่าเรือน้ำลึกหยางซานที่กำลังเร่งขยายทั้งงพื้นที่และสมรรถนะให้กลายเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ แต่เดิมท่าเรือน้ำลึกหยางซานตั้งอยู่ในเขตสตหนานฮุ่ย ซึ่งรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ได้ยุบรวมเขตดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตผู่ตง เมื่อปีค.ศ. 2009 ทำให้เขตผู่ตงกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม การค้า และการเดินเรือโลกอย่างเต็มบทบาท อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค โดยมีทั้งท่าเรือน้ำลึกหยางซาน ท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตงซึ่งมีความทันสมัยได้ระดับสากล รถไฟใต้ดินไม่ต่ำกว่า 5 สายที่วิ่งจากฝั่งตะวันตกถึงฝั่งผู่ตง และรถไฟความเร็วสูง Maglev นอกจากนี้ ยังมีศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการแห่งใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ที่จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติปีละไม่ต่ำกว่า 70 งาน จัดตั้งในเขตนี้

    ศูนย์กลางธุรกิจและการเงินลู่เจียจุ่ยวันนี้

    จนถึงวันนี้ ผู่ตงก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อไปให้บรรลุเป้าหมายในระดับที่สูงยิ่งขึ้นในการเป็นศูนย์กลางระหว่างประเทศในด้านต่างๆ ของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอานิสงค์จากการใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดงาน World Expo 2010 โดยหลังจากงานจบลง พื้นที่ผืนนี้จะถูกปรับไปใช้ประโยชน์เป็นศูนย์การประชุมชั้นนำ ประชาคมนานาชาติ และถนนช้อปปิ้งระดับ High-end ทำให้ราคาที่ในเขตผู่ตงนี้ทะยานขึ้นสูงลิ่ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหญ่ที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายบริโภคระยะยาว คือสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่เริ่มสร้างแล้วในเขตนี้

    3. เขตชานเมืองที่กำลังเร่งพัฒนาของนครเซี่ยงไฮ้ ประกอบด้วย

    3.1 เขตชิงผู่ (Qingpu) : เสน่ห์เมืองน้ำ

    ชิงผู่ได้ใช้จุดเด่นจากด้านภูมิศาสตร์ที่ติดกับตอนต้นของแม่น้ำหวงผู่และตอนปลายของ ทะเลสาบซีหู อีกทั้งทำเลที่ตั้งที่เป็นเขตชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีอาณาเขตติดกับมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อเจียงในการสร้างจุดขายของแหล่งท่องเที่ยว “เมืองน้ำ” ที่มีบรรยากาศวัฒนธรรมเมืองเก่าที่มีคูคลองไหลพาดผ่าน โดยเฉพาะการ โปรโมทแหล่งท่องเที่ยว “จูเจียเจี่ยว” ให้เป็นจุดท่องเที่ยวมีชื่อติดอันดับของเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว โดยเน้นตลาดนักท่องเที่ยวจากมณฑลโดยรอบ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งไม่เพียงนำประโยชน์ด้านเศรษฐกิจมาสู่เขตชิงผู่เท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างเสน่ห์แห่งกลิ่นอายวัฒนธรรมเมืองเก่าของเขตลุ่มแม่น้ำแยงซีให้กับเมืองสมัยใหม่แห่งนี้ด้วย


    เมืองน้ำ จูเจียเจี่ยว ในเขตชิงผู่

    นอกจากจุดเด่นด้านเมืองท่องเที่ยวแล้ว ชิงผู่ยังได้เร่งพัฒนาความเจริญในด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ได้ทัดเทียมกับพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในนครเซี่ยงไฮ้ และเมืองโดยรอบของมณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อ เจียง โดยได้จัดพื้นที่ด้านตะวันตกของเขตให้เป็นศูนย์รวมภาคบริการ ได้แก่ การจัดให้มีศูนย์การประชุม อาคารแสดงสินค้า หอศิลป์ และศูนย์การกีฬาครบวงจร เพื่อให้ชิงผู่เป็นฐานการจัดงานมหกรรมขนาดใหญ่ และพัฒนาส่วนเหนือของเขตให้เป็นฐานอุตสาหกรรมที่เน้นด้านการวิจัย

    3.2 เขตเจี้ยติ้ง (Jiading) : เมืองแห่งรถยนต์และสนามแข่ง F1

    เจี้ยติ้งเป็นฐานอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนรถยนต์แต่ดั้งเดิมของนครเซี่ยงไฮ้ โดยใช้พื้นที่ทั้งหมด 8 ตารางกิโลเมตร จัดไว้สำหรับอุตสาหกรรมดังกล่าวโดยเฉพาะ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตรถยนต์กว่า 333 บริษัท ดังนั้นหากย่างกรายเข้าไปในเขตนี้ก็จะได้พบกับโรงงานและโชวร์รูมรถยนต์ ศูนย์บริการดูแลรถยนต์ ร้านขายอะไหล่ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์รถยนต์ ตลาดซื้อขายรถยนต์มือสอง ไปจนถึงธุรกิจวิจัยและพัฒนารถยนต์ยี่ห้อต่างๆ หรือเรียกได้ว่าเป็น “เมืองแห่งรถยนต์” โดยมีไฮไลท์คือ สนามแข่งรถยนต์ Formula 1

    สนามแข่งรถยนต์ Formula 1

    เขตเจียติ้งได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในฐานะฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ดั้งเดิมในการต่อยอดตั้งเป้าเป็นเมืองแห่งรถยนต์ระดับนานาชาติที่ครบวงจรทั้งการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานประกอบรถยนต์ สนามแข่งรถยนต์ ศูนย์จัดแสดงมอเตอร์โชว์ และเขตชุมชนโดยเน้นดึงดูดธุรกิจด้านวิจัยพัฒนา บริการสมัยใหม่ประเภทธุรกิจอีคอมเมิร์สรถยนต์ รวมถึงธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงให้เข้ามาจัดตั้ง ทั้งนี้ มีองค์ประกอบการพัฒนาที่ขาดไม่ได้ คือ ระบบการคมนามคมที่เชื่อมต่อกับใจกลางได้อย่างสะดวก ด้วยรถไฟใต้ดินสาย 11 ที่จะทำให้สามารถเดินทางจากย่าน CBD (ลู่เจียจุ่ยในเขตใหม่ผู่ตง) มายังเจี้ยติ้งได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยรัฐบาลเซี่ยงไฮ้จะเร่งสร้างให้เจียติ้งเป็นอีกเมืองใหม่ที่เป็นทั้งศูนย์กลางธุรกิจ โดยเน้นธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ส และเขตอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาและวัฒนธรรม อีกทั้งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัย ซึ่งมีความพร้อมทั้งเส้นทางรถไฟใต้ดิน โรงแรมชั้นนำ ศูนย์การค้า สวนสาธารณะ และศูนย์กีฬา

    3.3 เขตเฟิ่งเสียน (Fengxian) : เมืองนิเวศวิทยาเพื่อธุรกิจสีเขียว

    เฟิ่งเสียนแต่เดิมเป็นเขตชานเมืองที่เป็นฐานอุตสาหรรมของเซี่ยงไฮ้ โดยเน้นอุตสาหกรรมหลัก 8 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่สร้างมลภาวะ ได้แก่ เครื่องจักรกล เครื่องจักรทั่วไป เสื้อผ้า กระเป๋า วัสดุก่อสร้าง ยางและพลาสติก ปิโตรเคมี และสิ่งทอ แต่ภายหลังที่นครเซี่ยงไฮ้มีนโยบายปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขตเฟิ่งเสียนก็ได้ปรับตัวตาม โดยเลือกเอาข้อดีที่มีภูมิประเทศเป็นต่อในการตั้งอยู่ติดกับทะเลและแม่น้ำซึ่งมีผลต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในการสร้าง จุดเด่นใหม่ที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาของเซี่ยงไฮ้ให้เป็นเมืองสีเขียวที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรกับรสิ่งแวดล้อม โดยเลือกพื้นที่บริเวณตำบลหนานเฉียว ซึ่งเป็นเขตใจกลางเมืองสร้างให้เป็นฐานอุตสาหกรรมด้านยาชีวภาพและพลังงานใหม่ ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสิ้นเปลืองและก่อให้เกิดมลพิษจะถูกเชิญให้ย้ายออกไปอยู่บริเวณรอบนอกแทน

    สำหรับการแปลงโฉมฐานอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้เป็นเมืองแห่งระบบนิเวศวิทยาน่าอยู่และยกระดับเป็นฐานอุตสาหกรรมชั้นสูงที่บริเวณเมืองใหม่หนานเฉียวนั้น เขตเฟิ่งเสียนได้เริ่มดำเนินโครงการสร้างเมืองใหม่หนานเฉียวให้เป็นเมืองสีเขียวที่มีพื้นที่ป่า 4.78 ตารางกิโลเมตร ในลักษณะสวนสาธารณะบริเวณใจกลางเมือง โดยมีโครงการไฮไลท์คือ “Shanghai Fish” หรือสระน้ำรูปปลาขนาดใหญ่กินเนื้อที่ถึง 2.3 ตร.กม. นอกจากนี้ ในเมืองใหม่ดังกล่าวยังจะมีโครงการสาธารณูปโภคครบครรเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง โรงพยาบาลได้มาตรฐาน และโรงเรียน เพื่อดึงดูดให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้ามาจัดตั้งธุรกิจและสำนักงานใหญ่ในเขตเมืองใหม่แห่งนี้ โดยเฉพาะธุรกิจจากมณฑลเจ้อเจียงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับเฟิ่งเสียน

    3.4 ตำบลฉงหมิง : แหล่งเกษตรนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศของเซี่ยงไฮ้

    ตำบลฉงหมิง ประกอบด้วย เกาะ 3 เกาะทางทิศเหนือของนครเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ เกาะฉงหมิง เกาะเหิงซา และเกาะฉางซิง ซึ่งมีพื้นที่รวมแล้วเป็นเกาะใหญ่อันดับ 3 ของจีน รองจากเขตปกครองพิเศษไต้หวันและเกาะไห่หนาน (หรือไหหลำ) ด้วยทำเลที่อยู่ห่างจากจุดศุนย์กลางความเจริญของเซี่ยงไฮ้ ทำให้ในอดีตที่ผ่านมาตำบลฉงหมิงนับเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลการพัฒนามากที่สุดของเซี่ยงไฮ้ แต่ปัจจุบันเขตที่ไม่มีอะไรเขตนี้ ได้กลายเป็นพื้นที่เกษตรนิเวศและแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศแห่งหลักของเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว

    โครงการน่าทึ่งมูลค่ากว่า 12,000 ล้านหยวน ที่ช่วยดึงฉงหมิงให้กระเถิบเข้ามาใกล้พื้นที่ในแผ่นดินส่วนที่เจริญแล้วของเซี่ยงไฮ้ คือ การสร้างอุโมงค์เดินรถเชื่อมต่อกับสะพานข้ามแม่น้ำรวมความยาว 25.5 ก.ม. เพื่อข้ามแม่น้ำ แยงซีไปยังเกาะฉงหมิง อีกทั้งเชื่อมเกาะทั้ง 3 แห่งถึงกัน โดยแบ่งเป็นส่วนอุโมงค์เดินรถยาว 8.9 ก.ม. และส่วนสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีาว 10.3 ก.ม. ทำให้การเดินทางทางรถยนต์จากจากพื้นที่ในแผ่นดินถึงเกาะฉงหมิงทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งได้ช่วยดึงดูดทั้งการลงทุนและนักท่องเที่ยวมายังเกาะแห่งนี้มากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น สะพานข้ามทะเลดังกล่าวยังเตรียมความพร้อมด้านเทคนิครองรับการสร้างรถไฟลอยฟ้าบนสะพานเพื่อในอนาคตด้วย

    อุโมงค์เดินรถและสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีไปยังเกาะฉงหมิง


    back BACK