มณฑลเหลียวหนิง


ข้อมูลพื้นฐาน

ที่ตั้งและพื้นที่

มณฑลเหลียวหนิงมีชื่อย่อว่า “เหลียว” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นลองจิจูด 118 53’ ถึง 125 46’ องศาตะวันออก และละติจูด 38 43’ ถึง 43 26’ องศาเหนือ ทิศเหนือติดกับมณฑล จี๋หลิน และเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทิศใต้ติดกับกรุงปักกิ่ง และเทียนจิน

ทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกมีระยะทาง 550 กิโลเมตร และจากทิศเหนือไปยังทิศใต้มีระยะทาง 550 กิโลเมตร มณฑลเหลียวหนิงมีความยาวชายฝั่ง 2,178 กิโลเมตร และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ประเทศจีนทางเหนือและเขตพื้นที่เศรษฐกิจทะเลป๋อไห่

มณฑลเหลียวหนิงมีพื้นที่ทั้งหมด 145,900 ตร.กม. คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.5 ของพื้นที่ประเทศจีนทั้งประเทศ ในจำนวนพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ที่เป็นภูเขาและเนินเขาคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59.8

และพื้นที่ราบลุ่มคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.4 ส่วนพื้นที่น่านน้ำทะเลมีีขนาด 150,200 กิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่บริเวณทะเลป๋อไห่ 78,300 ตร.กม. และทะเลเหลือง 71,900 ตร.กม.

ที่มา www.atimes.com

มณฑลเหลียวหนิงตั้งอยู่บนคาบสมุทรเหลียวตง ประกอบด้วยเมืองทั้งหมด 14 เมือง ได้แก่ เมืองเสิ่นหยาง เมืองต้าเหลียน เมืองอันซาน เมืองฝู่ซุ่น เมืองเปิ่นซี เมืองจิ่นโจว เมืองฟู่ซิน เมืองเถี่ยหลิง เมืองผานจิ่น เมืองตานตง เมืองหยิงโข่ว เมืองเหลียวหยาง เมืองเฉาหยาง เมืองหูหลูเต่า

ประชากร

มณฑลเหลียวหนิงประกอบด้วยประชากร 44 ชนชาติ ได้แก่ ชนชาติฮั่น มองโกล แมนจู หุย เกาหลี ซีป๋อ จ้วง เหมียว ถู่เจีย อี๋ และต๋าว่อเอ๋อร์ เป็นต้น ชนกลุ่มน้อยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16 ของประชากร โดยในจำนวนนี้ ประชากรชนชาติแมนจู มองโกล หุย เกาหลี และซีป๋อ มีจำนวนค่อนข้างมาก

ปี 2551 มณฑลเหลียวหนิงมีประชากรจำนวน 43.15 ล้านคน โดยเป็นประชากรชาวเมือง 25.92 ล้านคน และเป็นประชากรชาวชนบท 17.23 ล้านคน มีอัตราการเกิดของประชากรร้อยละ 6.32 อัตราการตายของประชากรร้อยละ 5.22 และอัตราขยายตัวของประชากรร้อยละ 1.10

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ได้ปรากฎหลักฐานฟอลซิลกะโหลกศีรษะมนุษย์ apeman บริเวณต้าฉือเฉียว เทือกเขาจินหนิว เมืองหยิงโข่ว แสดงให้เห็นว่ามีมนุษย์ดึกดำบรรพ์อาศัยอยู่บริเวณนี้เมื่อ 280,000 ปีก่อน และปรากฎหลักฐานเครื่องมือมนุษย์ช่วงกลางยุคหินเมื่อ 150,000 ปีก่อนที่บริเวณเมืองเฉาหยาง นอกจากนี้ ยังปรากฎหลักฐานมนุษย์ยุคหินใหม่ เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ เมื่อ 6,000 – 7,000 ปีก่อนหลงเหลืออยู่ในเมืองเสิ่นหยาง

ศตวรรษที่ 16 ก่อนคริสตกาล มณฑลเหลียวหนิงซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของนครรัฐยานในสมัยชุนชิว เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเมืองของราชวงศ์ซาง หลังจากนั้น มณฑลเหลียวหนิงถูกปกครองโดยหลายราชวงศ์ มณฑลเหลียวหนิงปรากฎหลักฐานที่ชัดเจนสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644 – 1911) โดยมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ พระราชวังโบราณ “เสิ่นหยางกู้กง” ในปี 1931-1945 เมืองเสิ่นหยางถูกปกครองโดยประเทศญี่ปุ่น

หลังจากจัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 รัฐบาลประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แบ่งมณฑลเหลียวหนิงออกเป็นสองมณฑล คือ เหลียวหนิงตะวันออก และเหลียวหนิงตะวันตก ต่อมาในปี 1954 เหลียวหนิงตะวันออก และเหลียวหนิงตะวันตกได้รวมเป็นมณฑลเหลียวหนิงอีกครั้ง โดยมีเมืองเสิ่นหยางเป็นเมืองหลวง

ภูมิอากาศ

มณฑลเหลียวหนิงมีภูมิอากาศแบบลมมรสุมภาคพื้นทวีปแบบอบอุ่นแถบเหนือ ฤดูร้อนอบอุ่น ฤดูหนาวยาวนาน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงสั้น พื้นที่ทิศตะวันออกชุ่มชื้น ส่วนทิศตะวันตกแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 7 – 11 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 400 มิลลิเมตรต่อปี

ทรัพยากรธรรมชาติ

มณฑลเหลียวหนิงมีแหล่งทรัพยากรพลังงาน ได้แก่ ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และยูเรเนียม โดยมีทรัพยากรน้ำมันใต้ดินและก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับสามของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 และร้อยละ 10 ของประเทศตามลำดับ

นอกจากนั้น ยังมีทรัพยากรแร่โลหะเหมาะสำหรับการทำอุตสาหกรรมโลหะผสม ได้แก่ แร่เหล็ก แมงกานีส แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซีลิกา หินปูน ฟลูออไรด์ และแร่ Dolomite เป็นต้น โดยแร่เหล็กมีปริมาณมากถึงหนึ่งในสี่ของทั้งประเทศ ส่วนแร่แมงกานีส โบรอน เพชร หยก และหินปูน มีมากอยู่ในอันดับต้นของประเทศ

ผู้นำ

ผู้ว่าการมณฑลเหลียวหนิง : นายเฉินเจิ้งเกา (陈政高)

เกิดเดือนมีนาคม 2495 เป็นชาวเหลียวหนิง

ปี 2521 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสถาบันการขนส่งทางทะเลต้าเหลียน

ปี 2525 ดำรงตำแหน่งกรรมการประำจำคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองต้าเหลียน

ปี 2526 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองต้าเหลียน

ปี 2533 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการอำเภอและรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำอำเภอซีกั่ง เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง

ปี 2536 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง

ปี 2538 ดำรงตำแหน่งกรรมการประจำคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง

ปี 2541 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการมณฑลเหลียวหนิง

ปี 2544 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการและรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง

ปี 2548 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง

ปี 2550 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการ และรักษาการผู้ว่าการมณฑลเหลียวหนิง

ปี 2551 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลเหลียวหนิง


การปกครอง


รูปแบบการปกครองมณฑลเหลียวหนิง

หน่วยงานต่าง ๆ ของมณฑลเหลียวหนิง

Audit Department

Civil Affairs Department

Commercial Bureau

Communications Department

Construction Department

Culture Department (Cultural Heritage Bureau)

Development and Reform Commission

Economic and Trade Commission

Education Department

Environmental Protection Bureau

Ethnic Affairs Commission (Religious Affairs Bureau)

Finance Department

Food and Drug Administration

Foreign Trade and Economic Cooperation Department

Forestry Department

Grain Bureau

Health Department

Industry and Commerce Administration

Information Industry Department

Intellectual Property Office

Justice Department

Labour and Social Security Department

Land and Resources Department

Legislative Affairs Office

Local Taxation Bureau

Oceanic and Fishery Department

Office of Foreign Affairs and Overseas Chinese Affairs

People's Air Defence Office

Personnel Department

Population and Family Planning Commission

Press and Publication Bureau (Copyright Bureau)

Price Bureau

Prison Affairs Bureau

Provincial General Office

Public Security Department

Quality and Technical Supervision Bureau

Radio and Television Bureau

Research Office (Restructuring Economic System Office)

Rural Economic Commission

Science and Technology Department

Sport Bureau

State Security Department

State-owned Assets Supervision and Administration Commission

Statistics Bureau

Supervision Department

Tourism Bureau

Township Enterprises Bureau

Water Resources Department

ที่มา : http://www.chinaknowledge.com/

back BACK