เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
|
ที่ตั้งและพื้นที่
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อยู่ระหว่างเส้นลองจิจูด 97 องศา 12 ลิปดา ถึง 126 องศา 04 ลิปดา ตะวันออก และละติจูด 37 องศา 24 ลิปดา ถึง 53 องศา 23 ลิปดาเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตกและทิศใต้มีพรมแดนติดกับมณฑลต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 8 มณฑลได้แก่ มณฑลเฮยหลงเจียง จี๋หลิน เหลียวหนิง เหอเป่ย ซานซี ส่านซี มณฑลกานสู และเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ส่วนทิศเหนือติดกับประเทศมองโกเลียและ ประเทศรัสเซีย
|  |
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในมีพื้นที่ทั้งหมด 1,183,000 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12.3 ของพื้นที่รวมทั้งประเทศ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสามรองจากเขตปกครองตนเองซินเจียง และเขตการปกครองตนเองทิเบต มีระยะทางจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกรวม 2,400 กิโลเมตร และระยะทางจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ 1,700 กิโลเมตร มีชายแดนติดกับกับประเทศรัสเซียและประเทศมองโกเลียคิดเป็นระยะทางกว่า 4,220 กิโลเมตร
พื้นที่ภูมิประเทศของเขตปกครองตนเองมองโกเลียในประกอบด้วยพื้นที่ราบสูงร้อยละ 53.4 พื้นที่ภูเขาร้อยละ 20.9 พื้นที่เนินเขาร้อยละ 16.4 และแม่น้ำและทะเลสาปร้อยละ 0.8
พื้นที่ของเขตปกครองตนเองมองโกเลียในนอกจากพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้แล้วส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูง พื้นที่ราบสูงที่สำคัญได้แก่ ที่ราบสูงถัวเปยเอ๋อ ที่ราบสูงซีหลินกัวเล่อ ที่ราบสูงอาลาช่าน และที่ราบสูงเอ้อเอ๋อตัวซี โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1,000 เมตร พื้นที่ทางทิศตะวันออกเป็นทะเลทรายปาตาจี๋หลิน และทะเลทรายโกบีซึ่งกินอาณาบริเวณชายแดนบางส่วน
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองมองโกเลียในประสบปัญหาในด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การใช้พื้นที่โดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้ส่งผลให้มองโกเลียในประสบกับปัญหาต่อเนื่องตามมา อาทิ ปัญหาฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ปัญหาการกัดกร่อนของลมทะเลทราย ปัญหาการเหือดแห้งของลำน้ำ และปัญหาการขยายตัวของพื้นที่ทะเลทราย เป็นต้น ซึ่งปัญหาการขยายตัวของพื้นที่ทะเลทรายนั้น ปัจจุบันรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ทะเลทรายได้ขยายวงกว้างออกไปครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 60 ของเขตปกครองฯ ในแต่ละปี พื้นที่ทะเลทรายจะขยายกว้างออกไปโดยเฉลี่ยมากกว่า 67,000 เฮคเตอร์ การขยายตัวของพื้นที่ทะเลทรายก่อให้เกิดลมพายุทราย ซึ่งพายุทรายทำให้ลำน้ำต่าง ๆ ภายในเขตปกครองฯ ตื้นเขิน เกิดเป็นวงจรที่ส่งผลต่อความแห้งแล้งของพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ แม้ทางรัฐบาลจะด้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบปัญหาดังกล่าว โดยได้เริ่มดำเนินการควบคู่กับนโยบายการพัฒนาภูมิภาคตะวันตกของจีนตั้งแต่ช่วงปี 2542 แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก
ภายในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในประกอบด้วย 3 เขตปกครองตนเอง ได้แก่ เขตปกครองตนเองซิ่งอัน ( Xinggan ) เขตปกครองตนเองซีหลินกัวเล่อ ( Xilingol ) และเขตปกครองตนเองอาลาช่าน ( Alxa ) รวมทั้งอีก 9 เมือง ได้แก่ เมืองฮูเหอเห้าเท่อ ( Hohhot ) เมืองเปาโถว ( Baotou ) เมืองอูไห่ ( Wuhai ) เมืองชื่อเฟิง ( Chifeng ) เมืองถงเหลียว ( Tongliao ) เมืองเอ้อเอ๋อตัวซี ( Ordos ) เมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ ( Hulun Beir ) เมืองปาหย่านเน่าเอ๋อ (Ulaan Chab ) และเมืองวูหลานฉาปู้ ( Baynnur )
|
ประชากร
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในมีประชากรอาศัยอยู่จำนวน 49 ชนชาติ อาทิ ชนชาติฮั่น ชนชาติมองโกล ชนชาติหุย ชนชาติแมนจู ชนชาติเกาหลี ชนชาติต๋าว่อเอ่อร์ ชนชาติเอ้อเวินเค่อ ชนชาติเอ้อหลุนชุน ชนชาติจ้วง ชนชาติซีป๋อ ชนชาติรัสเซีย ชนชาติทิเบต ชนชาติเหวยอู๋เอ่อร์ ชนชาติอี๋ และชนชาติปู้อี เป็นต้น โดยประชากรชาวฮั่นและชาวมองโกลมีจำนวนมากที่สุด
สิ้นปี 2552 เขตปกครองตนเองมองโกเลียในมีประชากรจำนวน 24.22 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 8.34 หมื่นคน ในจำนวนนี้ เป็นประชากรในเขตเมือง 12.93ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 และเป็นประชากรในเขตชนบท 11.28 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.2 มีอัตราการเกิดของประชากรร้อยละ 9.57 อัตราการตายของประชากรร้อยละ 5.61 และอัตราการขยายตัวของประชากรร้อยละ 3.96 ส่วนประชาการที่มีงานทำมีจำนวน 11.42 ล้านคน เพิ่มขึ้น 38.92 หมื่นคน หรือร้อยละ 3.5 โดยประชากรที่มีงานทำในเขตเมืองมีจำนวน 4.39 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 สำหรับอัตราการว่างงานของเขตเมืองเท่ากับร้อยละ 4.05
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ชาวมองโกลได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการต่อสู้ที่เก่งที่สุด ผู้ที่รวบรวมมองโกเลียเข้าไว้ด้วยกันคือ เจงกิสข่าน หรือชื่อเดิมคือ เตมูจิน ( Temujin) เกิดในตระกูลขุนศึกเมื่อปี ค.ศ.1162 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการสู้รบอย่างโหดเหี้ยมระหว่างชนเผ่า ทำให้เตมูจินต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เมื่อเตมูจินอายุได้เก้าปี บิดาของเขาถูกลอบสังหาร จึงทำให้เขาและครอบครัวต้องลี้ภัยไปออกจากพื้นที่อยู่อาศัยเดิม เตมูจินเป็นผู้มีความสามารถ โดยเมื่ออายุได้เพียงสิบกว่าปีก็สามารถใช้วิธีทางการทูตสานสัมพันธไมตรีกับชนเผ่าต่าง ๆ
ในปี ค.ศ. 1206 เตมูจินสามารถรวบรวมชาวมองโกลเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และได้รับการขนานนามว่า “เจงกิสข่าน” หรือ “จักรพรรดิผู้เกรียงไกร” ในปี ค.ศ. 1211 เตมูจินเริ่มเดินทัพโจมตีปักกิ่ง และได้สังหารชีวิตผู้คนกว่า 30 ล้านคน หลังจากนั้นได้เดินทัพไปทางทิศตะวันตกและเผาทำลายล้างเส้นทางสายไหม ทำให้ชื่อ “เจงกิสข่าน” ขจรไปไกลถึงตะวันตก และต่อมาได้ทำการรบกับชาวเติร์กซึ่งประกอบไปด้วยประเทศอิรัก อิหร่าน และภาคตะวันตกของเตอร์กิสถาน ภาคเหนือของประเทศอินเดียและปากีสถาน ประเทศรัสเซีย และดินแดนตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียไปยังมหาสมุทรอาร์กติก
ยุคสมัยของ “เจงกิสข่าน” จบลงระหว่างการปราบกบฏในมณฑลชีเชียช่วงค.ศ. 1277 เนื่องจากเตมูจินตกจากหลังม้า และได้รับความบอบช้ำภายในจนสวรรคตในเวลาต่อมา ซึ่งการสวรรคตดังกล่าวเป็นเหตุแห่งการสิ้นสุดของการขยายจักรวรรดิไปยังตะวันตก
ปี ค.ศ.1911 มองโกเลียในอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศจีน ปี ค.ศ.1952 สถาปนาเมืองฮูเหอเฮ่าเท่อ (Hohhot) เป็นเมืองหลวง เขตปกครองตนเองมองโกเลียในได้กำหนดให้ทุกวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นวันระลึกถึงชนชาติมองโกเลีย และเขตการปกครองตนเองมองโกเลียในนับเป็นเขตแรกของจีนที่ได้รับการจัดตั้งให้เป็นเขตปกครองตนเอง
ผู้นำ
|
ภูมิอากาศ
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในตั้งอยู่ห่างจากมหาสมุทร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงกว้างใหญ่ ประกอบกับบางส่วนของพื้นที่มีภูเขาสกัดกั้นลมจากชายฝั่ง จึงทำให้ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมภาคพื้นทวีป มีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างฤดูร้อนและฤดูหนาวมาก ฤดูร้อนมีระยะเวลาสั้นและอากาศร้อนรุนแรง ฤดูหนาวอากาศหนาวรุนแรง โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 0–8 องศาเซลเซียส เขตปกครองตนเองมองโกเลียในมีปริมาณน้ำฝนน้อย ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย 50 – 450 มิลลิเมตร โดยปริมาณน้ำฝนจะมีมากในพื้นที่ตะวันออกและลดน้อยลงไล่ไปตามพื้นที่ทางทิศตะวันตก
ทรัพยากรธรรมชาติ
ที่ราบสูงเอ้อเอ๋อตัวซีซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเขตปกครองตนเองมองโกเลียในเป็นพื้นที่ที่มีการทับถมของตะกอน ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรแร่ธาตุมาก โดยเฉพาะถ่านหินและน้ำมัน ปัจจุบัน มีการค้นพบทรัพยากรแร่ธาตุมากกว่า 120 ชนิด เป็นทรัพยากรแร่ธาตุที่ทำการสำรวจปริมาณแล้ว 78 ชนิด ในจำนวนนี้ มี 42 ชนิดที่มีปริมาณมากจัดอยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศ โดยเฉพาะถ่านหิน มีการค้นพบถ่านหินในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 100,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีการขุดสำรวจแล้วเป็นปริมาณกว่า 240,000 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของปริมาณถ่านหินที่ผลิตได้ทั้งประเทศ และมากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากมณฑลซานซี
นอกจากนี้ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในยังมีทรัพยากรน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติมาก โดยน้ำมันปิโตรเลียมคาดการณ์ว่ามีปริมาณ 2,000 – 3,000 ล้านตัน และก๊าซธรรมชาติมีประมาณ 1,000,000 ล้านตัน ส่วนแร่โลหะชนิดต่าง ๆ ทั้งประเภทโลหะที่มีสี และโลหะที่ไม่มีสี อาทิ แร่สังกะสี แร่พลุมบลัม แร่สแตนนั่ม แร่บิสมัส แร่ทองแดง แร่โมลิบดีนั่ม และแร่อลูมิเนียม เป็นต้น ล้วนมีในปริมาณมากและหลากหลายชนิด โดยในจำนวนนี้ แร่สังกะสี แร่พลุมบลัม แร่สแตนนั่ม และแร่บิสมัสมีเป็นปริมาณมากอยู่ในห้าลำดับแรกของประเทศ สำหรับแร่ฟลูออไรด์มีปริมาณมากที่สุดในประเทศ ทั้งนี้ มองโกเลียในเป็นแหล่งแร่ฟลูโอไรด์ที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในเป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ป่าไม้ทั้งหมด 18,667,000 ตารางกิโลเมตร มากที่สุดในประเทศ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11 ของพื้นที่ป่าไม้ทั้งประเทศ ทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ต้นสน และต้นเบิร์ช ( Birch ) เป็นต้น
เขตปกครองตนเองมองโกเลียในยังมีทรัพยากรพลังงานลมในเขตปกครองตนเองอาลาช่าน (Alxa) เขตปกครองตนเองซีหลินกัวเล่อ (Xilingol) และภูเขาหยางซาน ซึ่งมีความเร็วลม 3.3 – 5.7 เมตรต่อวินาที สามารถผลิตพลังงานลมได้ 200 วัตต์ต่อตารางเมตร โดยมากกว่าร้อยละ 70 ของปริมาณกระแสลมสามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานได้
นอกจากนี้ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในยังมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 86,667,000 เฮคเตอร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.3 ของพื้นที่ทุ่งหญ้าทั้งประเทศ พื้นที่ทุ่งหญ้าของมองโกเลียในมีพืชกว่า 1,000 ชนิด มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการทำปศุสัตว์
|
 |
นายปาเท่อเอ่อร์เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1955 เป็นชาวมณฑลเหลียวหนิง
เชื้อสายมองโกล
ปี 2526-2527 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2527-2529 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2529-2535 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการสันนิบาตยุวชนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2535-2537 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองอูไห่ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2537-2542 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมือง
อูไห่ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2542-2544 ดำรงตำแหน่งกรรมการประจำคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2544-2549 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
ปี 2551 ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน รวมทั้งดำรงตำแหน่งรองประธาน และรักษาการประธานเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
|
การปกครอง
รูปแบบการปกครองของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน

หน่วยงานต่าง ๆ ของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
|
คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาประจำเขตปกครองตนเองมองโกลียใน
|
กรมการวัฒนธรรม
|
|
กรมพาณิชย์
|
สำนักงานสรรพากร
|
|
กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
|
สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์
|
|
กรมสันติบาล
|
สำนักงานการประมง
|
|
กรมการคลัง
|
สำนักงานการท่องเที่ยว
|
|
กรมการยุติธรรม
|
สำนักงานการควบคุมเทคโนโลยีและคุณภาพ
|
|
กรมการศึกษา
|
สำนักงานการรักษาสิ่งแวดล้อม
|
|
กรมทรัพยากร
|
สำนักงานการบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์
|
|
กรมสวัสดิการแรงงานและสังคม
|
สำนักงานการบริหารและควบคุมสินค้าอาหารและยา
|
|
กรมการคมนาคม
|
คณะกรรมการด้านการวางแผนครอบครัวและประชากร
|
|
กรมการชลประทาน
|
สำนักงานธัญพืช
|
|
กรมการป่าไม้
|
สำนักงานการต่างประเทศ
|
|
กรมการสาธารณสุข
|
สำนักงานกฎหมายแห่งรัฐบาลประชาชนเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
|
|
กรมการตรวจสอบบัญชี
|
สำนักงานการกีฬา
|
|
กรมการเกษตรและปศุสัตว์
|
คณะกรรมการการศาสนาแห่งชนกลุ่มน้อย
|
|
กรมโยธาธิการ
|
สำนักงานอุตสาหกรรมการสื่อสาร
|
|
กรมการพลเรือน
|
คณะกรรมการบริหารและตรวจตราทรัพย์สินแห่งชาติ
|
ที่มา : http://www.nmg.gov.cn/jgjs/index.htm
BACK
|