กรุงปักกิ่ง
ที่ตั้งและพื้นที่
กรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจีน เป็นศูนย์กลางทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ การคมนาคม และวัฒนธรรมของประเทศ มีที่ตั้งอยู่ระหว่าง 116 20’ ลองจิจูดตะวันออก และ 39 56’ แลดติจูดเหนือ ทิศตะวันออกติดกับเมืองเทียนจิน และทิศอื่นๆ ติดกับมณฑลเหอเป่ย โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 16,410.54 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ที่เป็นที่ราบมีเนื้อที่ 6,338 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 38.6 ของพื้นที่ทั้งปักกิ่ง และพื้นที่ที่เป็นภูเขามีเนื้อที่ 10,072 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 61.4 ของพื้นที่ทั้งปักกิ่ง ลักษณะภูมิประเทศของปักกิ่ง ทิศตะวันตก ทิศเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแนวภูเขา ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ราบลาดตัวลงสู่ทะเลป๋อไห่
พื้นที่ ราบในปักกิ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 20 - 60 เมตร ส่วนพื้นที่ที่เป็นภูเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 - 1,500 เมตร โดยยอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดเขาตงหลิงติดกับมณฑลเหอเป่ย ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,303 เมตร แม่น้ำสายหลักของกรุงปักกิ่ง ได้แก่ แม่น้ำเฉาไป๋ แม่น้ำเป่ยหยุนซึ่งอยู่ด้านตะวันออก และแม่น้ำหย่งติ้ง แม่น้ำจวี้หม่าซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก
กรุงปักกิ่งประกอบด้วย 16 เขต 2 อำเภอ ได้แก่ เขตตงเฉิง เขตซีเฉิง เขตซวนอู่ เขตฝางซาน เขตฉงเหวิน เขตไห่เตี้ยน เขตเฉาหยาง เขตเฟิงไถ เขตเหมินโถวโกว เขตสือจิ่งซาน เขตทงโจว เขตซุ่นอี้ เขตชางผิง เขตต้าซิ่ง เขตฮวายโหรว เขตผิงกู่ อำเภอหมี่หยุน และอำเภอเหยียนชิ่ง
|  |
| ประชากร
ประชากรในกรุงปักกิ่งประกอบด้วยชนชาติทั้งหมด 56 ชนชาติ โดยมีชนชาติฮั่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ นอกจากนั้นมีชนชาติหุย แมนจู มองโกเลีย และชนชาติอื่นๆ
ในปี ค.ศ. 2011 ประชากรที่เป็นคนในพื้นที่กรุงปักกิ่งมีจำนวน 20.19 ล้านคน (สถิติปลายปี ค.ศ. 2011) มีอัตราการเกิดพันละ 8.29 และอัตราการตายพันละ 4.27 ความหนาแน่นของประชากร 1,230 คนต่อตารางกิโลเมตร
| ภูมิอากาศ
กรุงปักกิ่งมีลักษณะอากาศอบอุ่นกึ่งชุ่มชื้น แบ่งเป็น 4 ฤดู ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงมีระยะเวลาสั้นมาก ฤดูร้อนอากาศร้อนจัด และมีฝนมาก ขณะที่ฤดูหนาวอากาศแห้งและหนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 10 - 12 องศาเซลเซียส เดือนมกราคมอุณหภูมิเฉลี่ย -7 - -4 องศาเซลเซียส เดือนกรกฎาคมอุณหภูมิเฉลี่ย 25 - 26 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 600 มิลลิเมตร โดยปริมาณน้ำฝนในฤดูร้อนคิดเป็นร้อยละ 75 ของปริมาณน้ำฝนทั้งปี และในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมจะเป็นช่วงที่มีฝนตกชุก
|
| ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ปักกิ่ง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เป็นเมืองหลวงโบราณของจีน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหลียว จิน หยวน หมิง และชิง รวม 5 ราชวงศ์ และเมื่อสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2492 (ค.ศ. 1949) ก็ได้ตั้งให้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ
ตาม หลักฐานทางประวัติศาสตร์ พื้นที่กรุงปักกิ่งในปัจจุบัน เมื่อ 110 ปีก่อนคริสตกาลเป็นที่ตั้งของอาณาจักรจี้กั๋ว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซีโจว ต่อมาเมื่อถึงสมัยกลางของราชวงศ์ชุนชิว (770 – 476 ปีก่อนคริสตกาล) อาณาจักร์แย่นกั๋วได้รวมอาณาจักรจี้กั๋วเข้าไว้ด้วยกัน หลังจากนั้นอาณาจักรฉินกั๋วก็ได้ตีเอาจี้กั๋วมาเป็นของตนเมื่อ 226 ปีก่อนคริสตกาล ถึงปี 2024 (ค.ศ. 1481) อาณาจักรจี้กั๋วกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวงของแคว้นเหลียวซึ่งก่อตั้ง ขึ้นโดยชนชาติชี่ตัน และตั้งชื่อใหม่ว่าหนานจิง หรือแย่นจิง
ในเวลาต่อมาได้มีการสถาปนาราชวงศ์จิน และได้ย้ายเมืองหลวง มาอยู่ที่แย่นจิงในปี 2239 (ค.ศ.1696) โดยเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น จงตู ต่อมาราชวงศ์จินถูกรุกรานโดยชาวมองโกล จึงได้ย้ายเมืองหลวงไปที่เปี้ยนจิง (เมืองไคฟง มณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) หลังจากนั้น ราชวงศ์หยวนก็ได้สถาปนาขึ้นภายใต้การปกครองของชาวมองโกล และตั้งให้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงในปี 2353 (ค.ศ.1810) จากนั้นปักกิ่งก็ถูกตั้งให้เป็นเมืองหลวงเรื่อยมาในสมัยราชวงศ์หมิง และชิง จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2492 เมื่อจีนเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ได้กำหนดให้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจนถึงปัจจุบัน โบราณสถานในปักกิ่งที่ตกทอดสืบต่อมาและมีปรากฎให้เห็นจนถึงทุกวันนี้มีมาก มาย เช่น พระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีน หอบูชาฟ้า พระราชวังฤดูร้อน สุสานสิบสามกษัตริย์ เป็นต้น สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นมรดกทางประศาสตร์อันสำคัญทั้งของจีน และของโลก
ผู้นำ
ผู้ว่าการกรุงปักกิ่ง
นายกัวจินหลง (郭金龙)
เกิดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2490 เป็นชาวเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู |  |
| เดือนกันยายน 2512 | สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยหนานจิง |
| เดือนเมษายน 2522 | เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน |
| ปี 2512 – 2516 | เจ้าหน้าที่เทคนิคในสถานีไฟฟ้าพลังน้ำอำเภอจงเซี่ยน มณฑลเสฉวน |
| ปี 2516 – 2522 | ครูฝึกของคณะกรรมการพลศึกษาอำเภอจงเซี่ยน |
| ปี 2522 – 2523 | ครูสอนภาคทฤษฎี ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหารอำเภอจงเซี่ยน |
| ปี 2523 – 2524 | รองหัวหน้าสำนักงานการศึกษาอำเภอจงเซี่ยน |
| ปี 2524 – 2526 | หัวหน้าสำนักงานวัฒนธรรมอำเภอจงเซี่ยน |
| ปี 2526 - 2528 | นายอำเภอ และรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ อำเภอจงเซี่ยน |
| ปี 2530 – 2533 | รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เมืองเล่อซาน |
| ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่ ส่วนใหญ่ของปักกิ่งเป็นภูเขา ความไม่เหมาะสมของคุณภาพดินและคุณภาพน้ำ ทำให้การใช้ประโยชน์ของพื้นที่ลดน้อยลง โดยทรัพยากรธรรมชาติปักกิ่งมีทรัพยากรแร่ธาตุกว่า 67 ชนิดประกอบด้วยแร่เหล็ก หินปูน และแร่อื่นๆ โดยแร่หินปูน ใช้สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ทราย สำหรับการทำอิฐและกระเบื้อง เหมืองแร่ซิลิคอนสำหรับการทำปูนซีเมนต์ หิน diorite สำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์
แหล่งพลังงาน
ปักกิ่งได้วางแผนสร้างสถานีพลังงานทดแทนสามแห่งในปี 2553 ในเขตเหมินโถวโกว ซุ่นยี่ และทงโจว โดยคาดว่าจะมีความสามารถในการผลิตพลังงานถึง 7.2 ล้านกิโลวัตต์ คิดเป็นร้อยละ 40 ของความต้องการพลังงานของปักกิ่ง และปักกิ่งยังได้ดำเนินโครงการพลังงานก๊าซธรรมชาติเฉาหุยเตี้ยน และจัดหาพลังงานก๊าซธรรมชาติแปดล้านคิวบิคเมตรต่อปี นอกจากนี้ ได้วางแผนที่จะใช้ถ่านหินให้น้อยกว่า 20 ล้านตัน รวมทั้งผลิตพลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 2 ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของของปักกิ่งในปี 2553
| ปี 2533 – 2535 | เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เมืองเล่อซาน |
| เดือนตุลาคม 2535 | สมาชิกประคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเสฉวน |
| ปี 2536 | รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเสฉวน |
| เดือนสิงหาคม 2538 | รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เขตปกครองตนเองทิเบต |
| เดือนตุลาคม 2543 | เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เขตปกครองตนเองทิเบต |
| เดือนธันวาคม 2547 | สมาชิกประจำและเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลอันฮุย |
| เดือนตุลาคม 2549 | เลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลอันฮุย |
| เดือนพฤศจิกายน 2550 | สมาชิกประจำ และรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์กรุงปักกิ่ง รองผู้ว่าการและรักษาการผู้ว่าการกรุงปักกิ่ง |
| เดือนมกราคม 2551 | ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงปักกิ่ง |
|
การปกครอง
รูปแบบการปกครองของกรุงปักกิ่ง

|
หน่วยงานราชการจีนของกรุงปักกิ่ง
| Agriculture Bureau | Audit Bureau |
| Beijing Organizing Committee for the Games of the XXIX Olympiad | Civil Affairs Bureau |
| Commerce Bureau | Commerce Commission |
| Communications Commission | Construction Commission |
| Culture Bureau | Cutlural Heritage Bureau |
| Development and Reform Commission | Education Commission |
| Environmental Protection Bureau | Ethnic Affairs Commission, Religious Affairs Bureau |
| Finance Bureau | Food and Drug Administration |
| Foreign Affairs Office | Garden Bureau |
| Grain Bureau | Health Bureau |
| Industry and Commerce Administration | Informatization Office |
| Justice Bureau | Labour and Social Security Bureau |
| Land, Resources and Housing Affairs Bureau | Legislative Affairs Office |
| Letters and Complaints Office | Local Taxation Bureau |
| Municipal Administrative Commission | Municipal Bureau of Industrial Development |
| Municipal General Office | Municipal Planning Commission |
| Overseas Chinese Affairs Office | People's Air Defence Office |
| Personnel Bureau | Population and Family Planning Commission |
| Press and Publication Bureau | Price Bureau |
| Prison Affairs Bureau | Public Security Bureau |
| Quality and Technical Supervision Bureau | Radio and Television Bureau |
| Reeducation Through Labour Bureau | Research Office |
| Restructuring Economic System Office | Rural Affairs Commission |
| Science and Technology Commission | Sport Bureau |
| State Security Bureau | Statistics Bureau |
| Supervision Bureau | Tourism Bureau |
| Township Enterprises Bureau | Traditional Chinese Medicine Administrative Bureau |
| Virescence Commission Office | Water Resources Bureau |
ที่มา : http://www.chinaknowledge.com/ |
BACK
|