งาน Gifts & Premium Fair ฮ่องกง อีกหนึ่งโอกาสโกอินเตอร์ของสินค้าไทย

งาน Gifts & Premium Fair ฮ่องกง อีกหนึ่งโอกาสโกอินเตอร์ของสินค้าไทย

1. ภาพรวม

ฮ่องกงกล่าวได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญระดับโลก โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก และสูงถึงกว่า 3 เท่าของ GDP ขณะที่รายได้ที่เกิดจากการส่งออก นำเข้า ค้าส่ง และค้าปลีก ก็คิดเป็นกว่า 1 ใน 5 ของ GDP ทีเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงต้องยกความดีความชอบให้แก่งานแสดงสินค้าต่าง ๆ ที่มีจัดขึ้นกว่า 100 งานในแต่ละปีที่เป็นเวทีสำคัญให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วทุกมุมโลกได้มาพบกัน โดยปีหนึ่ง ๆ มีผู้เดินทางมาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าจากนอกฮ่องกงถึงประมาณ  2 ล้านคนทีเดียว

ในบรรดาผู้จัดงานแสดงสินค้าที่มีมากมายนับร้อยงานในแต่ละปี HKTDC (Hong Kong Trade Development Council) ก็เป็นองค์กรของรัฐที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์สูงในเรื่องนี้ โดยในแต่ละปี HKTDC จัดงานในระดับ “งานช้าง” ถึงกว่า 30 งานด้วยกัน ในจำนวนนี้ มี 11 งานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และ 5 งานมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งก็ได้แก่งานสินค้าอิเลกทรอนิกส์ อัญมณี ของขวัญ นาฬิกา และโคมไฟ/ หลอดไฟ โดยงานต่าง ๆ ที่ HKTDC จัดในแต่ละปีได้ดึงดูดผู้ประกอบการประมาณ 4 หมื่นรายจากทั่วโลกมาออกบูธ และมีผู้ซื้อมาเลือกหาสินค้าที่ตนต้องการถึงเกือบ 8 แสนคน จึงช่วยรับประกันได้ว่ามางานของ HKTDC แล้วไม่น่าจะต้องกลับไปมือเปล่า


2. งาน Hong Kong Gifts & Premium Fair 2018

  

สำหรับที่เพิ่งจบไปหมาด ๆ ก็ได้แก่ งาน Hong Kong Gifts & Premium Fair 2018 งานแสดงสินค้าของขวัญและของที่ระลึกใหญ่สุดในโลกซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 33           โดย HKTDC และสมาคมผู้ส่งออกฮ่องกง (The Hong Kong Exporters’ Association หรือ HKEA) โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 30 เมษายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานชั้นนำ 1 ใน 3 ของฮ่องกง

งานนี้สามารถช่วยตอกย้ำฐานะของฮ่องกงที่เป็น one stop services อย่างสมบูรณ์แบบในขั้นตอนเดียวทั้งการขายและการตลาดสำหรับผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลก โดยในปีนี้ผู้ประกอบการและผู้ขายทั้งจากฮ่องกงและจากภายนอกต่างให้ความสนใจเข้าร่วมออกบูธสินค้าจำนวน 4,360 ราย จาก 35 ประเทศ/ เขตเศรษฐกิจ โดยมีผู้ซื้อกว่า 48,000 รายจากทั่วโลกเข้าชมงานตลอดช่วง 4 วัน ซึ่งเป็นโอกาสทองให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าของตนสู่ตลาดโลก

การจัดงานแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ  อาทิ Hall of Fine Designs (แสดงคอลเลคชั่นของดีไซนเนอร์ชั้นนำกว่า 130 แบรนด์และมีผู้ประกอบการมาร่วมออกบูธกว่า 90 บูธ)   World of Gifts Ideas (โซนสินค้าขายดีและสินค้าแนวไอเดีย มีผู้ประกอบการมาออกบูธกว่า 442 ราย) HKEA Pavilion นำเสนอสินค้าของผู้ส่งออกฮ่องกงกว่า 170 ราย Tech gifts in vogue สินค้าแนวไฮเทค นอกจากนี้ยังมีโซน Start up สำหรับแสดงผลงานแนวนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจากนักออกแบบและนักธุรกิจรุ่นใหม่ และในปีนี้ยังได้เปิดโซนใหม่คือ World of Camping & Outdoor Goods แสดงสินค้าประเภทเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การออกกำลังกาย กิจกรรมกลางแจ้ง ตามกระแสรักสุขภาพในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ในงานยังมีบูธของ Hong Kong Brands Protection Alliance (HKBPA) มาให้ข้อมูลและรับลงทะเบียนเข้าระบบตราสินค้า พร้อมทั้งเป็นจุดบริการร้องเรียนสำหรับผู้ประกอบการที่พบปัญหาสินค้าตนถูกละเมิดและลอกเลียนแบบจากการออกบูธแสดงสินค้าในฮ่องกง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการที่สนใจตลาดต่างประเทศไม่ควรมองข้าม โดยสามารถหารายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนสิทธิบัตร ตราสินค้าต่าง ๆ ในฮ่องกง ได้ที่เว็บไซต์ของ HKBPA ที่ http://www.hkbpa.org/index.php?lang=en


3. เวทีโกอินเตอร์ของผู้ประกอบการไทย  

นอกเหนือจากการจัดโซนของบูธตาม theme ข้างต้น ยังมีการจัดโซนตามประเทศ/ เขตเศรษฐกิจ อาทิ จีน ไต้หวัน อินเดีย เกาหลี และไทย โดยในส่วนของ Thailand Pavilion ก็มีบูธของทั้งผู้ประกอบการไทยที่มีประสบการณ์ในการส่งออกตลาดต่างประเทศและมีความสามารถในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งบางส่วนได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในขณะเดียวกัน นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ก็ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) นำผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับการคัดเลือกในกลุ่มของขวัญ ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน สินค้าหัตถกรรม และเครื่องประดับ มาร่วมงาน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดใหม่ ๆ อย่างอบอุ่น

ซึ่งงานนี้สินค้าไทยประเภทรักษ์โลก เป็นมิตรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ จะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ โดยผลิตภัณฑ์ไทยหลายรายได้รับคัดเลือกลงวารสารรายวันของ HKTDC อาทิ ผลิตภัณฑ์เบาะรองนอนสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากพืชกัญชงที่มีคุณสมบัติในการดูดความชื้นและกำจัดกลิ่นแถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตภัณฑ์ขุยมะพร้าวในภาชนะ (ทำจากกะลา) พร้อมเมล็ดพันธุ์พร้อมปลูกที่สะดวกและเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่นิยมปลูกต้นไม้ในห้อง หรืออุปกรณ์ตกแต่งบ้านและเครื่องประดับต่าง ๆ ที่ทำจากรังไหม เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการที่มาร่วมงานต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย และมีลูกค้าเข้ามาชมสินค้าและเจรจาธุรกิจด้วยมากมายทั้งที่เป็นตลาดเก่าที่ห่างหายไป และตลาดใหม่ที่จะเป็นการไปปักธงสินค้าของตนเป็นครั้งแรก

 


4. เตรียมพร้อมสำหรับโกอินเตอร์ในอนาคต

งาน Gifts & Premium Fair ของ HKTDC จัดเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายน ผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซต์ของ HKTDC และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ในอนาคต โดยสามารถติดต่อสำนักงาน HKTDC ที่ประเทศไทย หรืออาจติดต่อหน่วยงานที่เป็นพี่เลี้ยงพา SMEs ไทยมาออกงานอย่าง สสว. ก็ได้

นอกเหนือจากงานนี้ ฮ่องกงก็ยังมีงานต่าง ๆ ให้เลือกสรรอย่างหลากหลายตลอดทั้งปี ซึ่งปฏิทินงานที่จัดโดย HKTDC ก็ดูได้จาก http://www.hktdc.com/info/trade-events/EX/en/Exhibitions.htm

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะโกอินเตอร์ทั้งหลายก็ควรเตรียมความพร้อมไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ ทั้งในด้านการทำการบ้านในส่วนการศึกษาสภาพตลาด แนวโน้มเศรษฐกิจ กฎข้อบังคับ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ก็ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าตนให้ตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาดต่างประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสร้างมูลค่าเพิ่ม เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานของสินค้า รวมถึงสร้างความแตกต่างและจุดขายที่ชัดเจน ตอบสนองเทรนรักษ์โลกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญก็ต้องไม่ลืมเตรียมความพร้อมสำหรับการโกอินเตอร์ อาทิ เช่น แผ่นพับข้อมูลหรือคู่มือสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ/ ภาษาท้องถิ่น การออกแบบบูธให้มีความดึงดูด การเตรียมบุคลากร ที่สามารถสื่อสารให้ข้อมูลสินค้าในภาษาต่าง ๆ การจดทะเบียนสิทธิบัตรและตราสินค้า รวมทั้งการเตรียมทำการบ้านในเรื่องต้นทุน/ ราคา และการขนส่ง ไว้ให้พร้อมสำหรับรองรับออเดอร์ที่อาจจะเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวด้วย

 

---------------------------------

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮ่องกง

พฤษภาคม 2561

 




ปรับปรุงล่าสุด : 07 พฤษภาคม 2561
โดย : น.ส. กัญญาพัชร ชัยเดช
แหล่งข้อมูล : HKTDC

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง