ภาพรวมอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในฮ่องกง

ภาพรวมอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในฮ่องกง

ฮ่องกงเป็น Global Trading Hub ของโลก และเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่นในเอเชีย มีชื่อเสียงด้านการผลิตเสื้อผ้ามาช้านาน ซึ่งอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเป็นอุตสาหกรรมหลักของฮ่องกง และฮ่องกงถือเป็นฐานผลิตขนาดใหญ่ที่สำคัญในตลาดภูมิภาค อุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการจ้างงานมากเป็นอันดับ 3 จากจำนวนอุตสาหกรรมทั้งหมดในฮ่องกง โดยในปี 2558 มีการจัดตั้งธุรกิจเสื้อผ้าประมาณ 796 แห่ง และการว่าจ้างคนงานกว่า 5,773 คน

ต่อมาในปี 2559 ฮ่องกงมียอดการส่งออกเสื้อผ้าลดลงร้อยละ 12 ในไตรมาสแรกของปี โดยมีสัดส่วนการส่งออกเสื้อผ้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60 ของยอดส่งออกทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการส่งออกเสื้อผ้าสู่สหรัฐอเมริกาและยุโรปลดลงร้อยละ 11 และ 19 ตามลำดับ ในหลายปีที่ผ่านมาตลาดเสื้อผ้าในประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เริ่มเปิดรับสินค้าเสื้อผ้าส่งออกจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน และบังกลาเทศมากขึ้น จึงมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการส่งออกเสื้อผ้าในฮ่องกง

ฮ่องกงไม่ได้เป็นเพียงแค่ฐานการผลิตเสื้อผ้าที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองที่มีประสบการณ์ในด้านการซื้อขาย สิ่งทอ การทำการตลาด การควบคุมการผลิต การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ การออกแบบเสื้อผ้า และมีความเข้าใจในระเบียบและข้อบังคับระหว่างประเทศเป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ทันสมัยอย่างครบครันและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระดับภูมิภาค มีความเข้าใจใน trend ของแฟชั่น และมีทักษะด้านการตัดเย็บที่ดีและทันสมัย อีกทั้งมีการบริหารจัดการที่ดีเพื่อการพัฒนาสินค้า คุณภาพ และการขนส่ง ทำให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้าในฮ่องกงเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

แนวคิดของผู้ประกอบการไทยในงาน Hong Kong Fashion Week for Spring/Summer ประจำปี 2560

ในการเยี่ยมชมงานแสดงสินค้า Hong Kong Fashion Week สำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนครั้งที่ 24 นี้บีไอซีได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการจากไทยจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้มาร่วมงานแสดงสินค้าเป็นประจำ บางรายมาปีเว้นปีและมีบางรายก็เพิ่งมาออกงานแสดงสินค้าในฮ่องกงครั้งนี้เป็นครั้งแรก

บีไอซีได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณวิวัฒน์ หิรัญพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย (Thailand Textiles Institute) ร่วมด้วยคุณสุนิสา ตามไท ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนนโยบายด้านอุตสาหกรรมจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ) ได้เล่าถึงโครงการความร่วมมือกันระหว่าง 2 สถาบันเพื่อสร้างนักออกแบบหน้าใหม่ และเพื่อให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างสรรค์แฟชั่นสิ่งทอของไทย ตามนโยบายไทย 4.0 ที่ตั้งเป้าการต่อยอด การสร้างโอกาสและเพิ่มยอดขายจากตลาดสากล ในการมาออกบูทถือเป็นการ Start-up ให้กับนวัตกรรมด้านแฟชั่นสิ่งทอของไทย

                                           
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย THTI

ซึ่งในงาน Hong Kong Fashion Week ครั้งนี้ทั้งสองสถาบันได้นำผลงานของผู้ชนะเลิศใน 3 อันดับแรกของการแข่งขันการออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ (Creative Textiles Award 2017) มาโชว์ผลงานด้วย ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ของผลงาน Life.Lux.Utility ซึ่งเป็นเสื้อชุดคลุมท้องซึ่งคอนเซ็ปสำหรับคุณแม่ทำงานยุคใหม่ และรางวัลรองชนะเลิศสองรางวัลของผลงาน The Wearable Art ซึ่งเป็นเสื้อผ้าใช้เทคนิคกันยุง สะท้อนน้ำ และใช้สาร Silica และอีกผลงานชื่อ CHAMOUFLAGE เป็นผ้าที่ใช้เส้นไย Kevlar และ carbon yarn มาทอลายทอมัดหมี่โดยใช้เทคโนโลยี Organo Tex

ในการมาออกบูทของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการ Start-up ให้กับนวัตกรรมด้านแฟชั่นสิ่งทอของไทย ซึ่งสิ่งทอของไทยที่ได้รับรางวัลมีคุณสมบัติพิเศษ 3 ประการ คือ ผ้าที่ทำจากเส้นไยกันยุง ผ้าที่สามารถป้องกันการลามของไฟ และสิ่งทออัจฉริยะ (Smart textile) ที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่น ป้องกันรังสียูวี เป็นต้น ซึ่งตัวนำร่องของ Innovation มี 3 ประเด็นคือ 1) เสื้อสวยดีมีฟังชั่น Functional 2) มีคุณค่า High Value 3) มี Design ที่ทันสมัย

                                          

Amay ความร่วมมือระหว่าง THTI และ สศอ

นอกจากผู้ประกอบการแล้ว บีไอซียังได้มีโอกาสพูดคุยกับฝ่ายจัดซื้อ คุณสุขามา คุณากร ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท AMATA Philosophu Co.,Ltd เกี่ยวกับความคิดเห็นด้านภาพรวมตลาดเสื้อผ้าในไทยว่า การที่ไทยได้มีโอกาสมาเปิดบูทในงาน Hong Kong Fashion Week for Spring/Summer นี้ เป็นการแสดงความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาทางอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือนวัตกรรมผ้าในไทยที่ได้เปลี่ยนแปลงไป แฟชั่นสิ่งทอของไทยในปัจจุบัน จะมีลักษณะการใช้เทคนิคพิเศษ (Functional Textile หรือ Skill Textile) โดยมีจุดประสงค์ในเชิงการค้า หรือเพื่อส่งเสริมสินค้าให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นตลาดชนชั้นกลางขึ้นไป ซึ่งในความเป็นจริงการผลิตสินค้าออกมาสามารถขายได้จริงน้อยมาก เพราะต้นทุนการผลิตสูงทำให้ราคาสินค้าสูงด้วย ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนมากน่าจะเป็นกลุ่มทางประเทศยุโรป และอเมริกามากกว่า

การเยี่ยมชมงานของบีไอซีในปีนี้พบว่างาน Fashion Week for Spring/Summer ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมชมงานน้อย ผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธแสดงสินค้าก็ลดน้อยลงเล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในฮ่องกงและจีนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือจะมาจากอินเดีย เกาหลี มาเก๊า ญี่ปุ่น และผู้ประกอบการทางยุโรปมีจำนวนน้อยมาก สำหรับผู้ประกอบการจากไทยในปีนี้มาร่วมงานมากขึ้นเล็กน้อย จากสถิติของ HKTDC จำนวนผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในปี 2559 มีทั้งหมด 10 ราย แต่ในปี 2560 นี้มีเพิ่มเป็น 18 ราย ทั้งนี้เนื่องจากในปี 2559 กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยได้มีนโยบายในการผลักดันสินค้าจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและเครื่องประดับ รวมทั้งสินค้าแฟชั่นด้วย โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ส่งเสริมและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย อาทิ การพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิคและการจัดการ การพัฒนานักออกแบบ การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่น การสร้างกลุ่มเครือข่ายย่านธุรกิจแฟชั่น และการเพิ่มประสิทธิภาพตลอดจนกระบวนการผลิต เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ซึ่งน่าจะสามารถก่อให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาในธุรกิจและสามารถขยายตลาดสินค้าแฟชั่นไทยไปสู่ภูมิภาคและทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

จากการสอบถามผู้ประกอบการเสื้อผ้าแฟชั่นไทยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ในปีนี้และปีที่ผ่านมาตลาดการค้าในฮ่องกงและจีนค่อนข้างเงียบเหงาคาดว่าน่าจะมาจากสภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคซบเซา กอปรกับสินค้าที่ผลิตในจีนนั้นสามารถเสนอราคาสินค้าได้ถูกกว่าของไทยมาก ทำให้ไทยขายสินค้าในตลาดท้องถิ่นอย่างฮ่องกงและจีนค่อนข้างลำบาก ปีนี้ผู้ซื้อที่เข้าร่วมชมงานน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนผู้ประกอบการเองก็มาร่วมงานน้อยลงกว่าแต่ก่อน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของไทยส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในปีนี้เนื่องจากต้องการหาโอกาสในการนำเสนอสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งไทยได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ Innovative โดยใช้เทคโนโลยีบวกกับความคิดสร้างสรรค์โดยนำผลงานมาโชว์ด้วย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแบรนด์ของตนเองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

อย่างไรก็ตามบีไอซีขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้ประกอบการไทยและขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการไทยมาร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน Hong Kong Fashion Week ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง เพื่อขยายโอกาสใหม่ ๆ ทางการค้าให้กับธุรกิจแฟชั่นไทยต่อไป สำหรับผู้ประกอบไทยที่สนใจเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Hong Kong Fashion Week ในครั้งถัดไปสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ HKTDC http://www.hktdc.com/info/trade-events/EX/en/Exhibitions.htm



ปรับปรุงล่าสุด : 09 สิงหาคม 2560
โดย : น.ส.ศิรินันท์ มุติตาภรณ์
แหล่งข้อมูล : งาน Hong Kong Fashion Week for Spring/Summer 2017,http://hong-kong-economy-research.hktdc.com/business-news,www.textile.org

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง