การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงตอนจบ

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงตอนจบ

จากบทความการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงตอนแรก บีไอซีได้กล่าวถึงการพัฒนาธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกง ซึ่งพัฒนามาจากธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิม (Bricks and mortar businesses) หรือธุรกิจที่มีร้านอยู่จริงแล้วเพื่อเป็นการหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ จึงเริ่มใช้ e-commerce ในการจับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าใหม่ ซึ่งบางธุรกิจมีการพัฒนาจากธุรกิจออนไลน์ไปเป็น Offline หรือเป็นร้านที่สามารถโชว์สินค้าตัวจริงได้ ต่อไปบีไอซีขอเสนอหัวข้อการศึกษาโมเดลของธุรกิจท้องถิ่น การใช้ social media และศึกษาปัญหาและการแก้ปัญหาในการใช้ออนไลน์ดังนี้

การศึกษาโมเดลจากห้าง Yue Hwa Chinese Products Emporium

ห้าง Yue Hwa Chinese Products Emporium ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่มีชื่อเสียงในการขายสินค้าทางด้านวัฒนธรรมของจีน ได้เปิดร้านค้าทางออนไลน์ควบคู่กับร้านค้าจริงที่ตั้งอยู่ใน Jordan ตั้งแต่ปี 2555 และในปี 2560 นี้ ห้าง Yue Hwa Chinese Products Emporium ได้มีการพัฒนาระบบ IT เพื่อปรับปรุงการให้บริการลูกค้า O2O (online-to-offline) omni-channel way โดยมีการวางแผนเปิดตัวร้านค้าทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่และมีแผนการตลาดดังนี้ การให้ส่วนลดในสินค้าบางชนิด การจัดส่งฟรีสำหรับการสั่งซื้อที่เกิน 500 ดอลล่าร์ฮ่องกง การเสนอให้เป็นสมาชิก VIP เพื่อผูกใจลูกค้า (customer loyalty)

นาย Andrew Yu ผู้อำนวยการของห้าง Yue Hwa เปิดเผยว่าเว็บไซด์ e-commerce ใหม่จะเปิดใช้ในปี 2560 มีการปรับปรุงระบบ IT เพื่อให้สามารถให้บริการดียิ่งขึ้นใน O2O omni-channel way กล่าวคือ การใช้ช่องทางที่หลากหลายในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์การชอปปิ้งของลูกค้า สำหรับยอดขายทางออนไลน์ของห้าง Yue Hwa ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากลูกค้าคนจีนที่อยู่ต่างประเทศ หรือลูกค้าชาวต่างชาติ ส่วนมากลูกค้าทางออนไลน์จะเป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อนำกลับประเทศของตน

 Yue Hwa ได้ขยายทางเลือกและบริการเพื่อท้าทายคู่แข่ง ทาง e-commerce สำหรับสินค้าจำพวกเครื่องนุ่งห่ม Yue Hwa ยังคงใช้จุดขายที่ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Chinese clothing โดยมีช่างตัดเสื้อสำหรับเสื้อกี่เพ้า (เสื้อยาวสำหรับผู้หญิงจีน) โดยมีการออกแบบให้ทันสมัยขึ้นจากนักออกแบบรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งเสื้อกี่เพ้าไม่มีขายตามร้านค้าทั่วไป หรือหาซื้อยาก นอกจากการขายสินค้าต่าง ๆ แล้ว Yue Hwa ยังได้จัดเวิร์กชอปต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก เช่น เวิร์คชอปการทำเสื้อยาว (cheongsam DIY workshops) การเขียนตัวอักษรจีน (calligraphy) การวาดภาพจีน (Chinese painting) และการชิมชา (tea tasting)

นางสาว Alicia Tam ผู้จัดการด้านพัฒนาธุรกิจของเสื้อยี่ห้อ Chicks กล่าวว่าเสื้อยี่ห้อ Chicks มีร้านค้าปลีกเป็นของตน และยังเพิ่มช่องทางการขายโดยมีขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไปด้วย Chicks เพิ่งได้เริ่มใช้ e-commerce ในกลยุทธ์ทางการขาย (Selling strategy) ด้วย เพื่อช่วยกระตุ้นการขายในร้านค้า ในแผนระยะยาวสำหรับช่องทางการขายทั้ง online และ offline จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เช่น ลูกค้าสามารถเลือกซื้อและสั่งสินค้าออนไลน์ แต่ไปรับสินค้าในร้านค้าได้ ลูกค้าสามารถประหยัดค่าส่งของ และเป็นการกระตุ้นลูกค้าไปที่ร้านซึ่งลูกค้าอาจจะซื้อสินค้าอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อได้เห็นและสัมผัสตัวสินค้าจริง
 
ขอบคุณภาพจาก Yue Hwa Website

การใช้ Social Media

ความนิยมในการซื้อของออนไลน์ ลูกค้าต้องเกี่ยวข้องกับกระบวนการการ shopping ทั้งหมดตั้งแต่การพิจารณาในตัวสินค้า (product research) การซื้อ (purchase) การจ่ายเงิน (payment) และการประเมินความพึงพอใจในสินค้า (post purchase feedback) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเป็นสื่อก็คือ Social media หรือ สังคมออนไลน์ จะเป็นผู้สื่อสารในตัวสินค้า ผู้บริโภคสามารถเข้าใจในตัวสินค้ามากขึ้น การเล่าประสบการณ์แบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่ในเครือข่ายของตน ผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์ ในปัจจุบันการสื่อสารแบบนี้จะทำผ่านทาง Internet และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ตัวอย่างเช่น Weibo และ Facebook ถือเป็นช่องทางการตลาดที่มีประโยชน์สำหรับ online shopper แต่ในฮ่องกงยังใช้ Social media ในช่องทางการขายไม่มากนัก

Concern and solution
     
แม้ว่าการชอปปิ้งออนไลน์มีประโยชน์และสะดวกสบายแต่ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการซื้อของทางอินเตอร์เน็ต และคุณภาพของสินค้าที่จะได้รับ การขายสินค้าปลอมทางออนไลน์เป็นข้อกังวลอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน การจัดตั้งร้านค้าควรได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการของธุรกิจการค้าปลีกออนไลน์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในคุณภาพของสินค้าและบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นสถาบัน Hong Kong Federation of E-commerce (HKFEC) ได้เปิดตัว “Hong Kong Trust Mark” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการรับรองให้กับธุรกิจทางออนไลน์ว่าเชื่อถือได้ในการขายสินค้าและบริการที่เป็นของจริง และมีความปลอดภัยในการทำรายการจ่ายและการให้ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งสถาบัน HKFEC ได้มีการร่วมมือกับจีนและนานาประเทศเพื่อทำให้“Hong Kong Trust Mark”เป็นมาตรฐานการยอมรับจากทั่วโลก

นาย Yuen จาก Hong Kong Federation of E-commerce (HKFEC) กล่าวว่าแรงสนับสนุนจากรัฐบาลฮ่องกงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตของร้านค้าปลีกออนไลน์ในส่วนท้องถิ่น E-commerce ควรถือว่าเป็นรูปแบบของธุรกิจอย่างหนึ่ง และควรอยู่ภายใต้การดูแลของ Department of Commerce แผนก E-commerce เหมือนในจีนและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ควรมีการตั้งกองทุนเพิ่มขึ้นสำหรับการ start-ups เพื่อช่วยธุรกิจออนไลน์ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

บทสรุป

ปัจจุบันในฮ่องกงช่องทางที่ลูกค้าจะเข้าถึงร้านค้าได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นร้านหรือสาขาจริง (Physical Store หรือ Brick & Mortar) ร้านค้าออนไลน์(Online Store หรือ Click & Mortar) บนคอมพิวเตอร์ คอลเซ็นเตอร์ ร้านค้าบนเว็บในอุปกรณ์มือถือ หรือ แม้แต่ Social Media แต่ละช่องทางก็ให้ประสบการณ์ในการ ชอปปิ้งต่างกันแก่ลูกค้า บนโลกออนไลน์มีสินค้าให้เลือกมากมายหลายชนิด ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคา สามารถขอความเห็นเพื่อผ่าน Social Media และได้คำตอบที่รวดเร็ว ลูกค้าสามารถสั่งซื้อและรอรับสินค้าที่บ้าน ที่ทำงานหรือแม้แต่การไปรับสินค้าในร้านค้าจริงด้วยตนเอง แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า สำหรับการซื้อของที่ร้านค้าจริง อาจมีสินค้าให้เลือกมากมายแต่ยากแก่การเปรียบเทียบราคาได้อย่างรวดเร็วเหมือนบนออนไลน์ แต่สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับคือการได้รับสินค้าทันที ได้จับ ได้ลองสินค้าจริง ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

สำหรับประเทศไทยการทำธุรกิจออนไลน์กำลังเริ่มต้นทะยานขึ้นอย่างมากโดยจะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาทำให้วงการอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยพฤติกรรมของคนออนไลน์เปลี่ยนไป ผู้บริโภคมั่นใจในการซื้อของออนไลน์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ของธุรกิจเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ตลาดการค้าขายออนไลน์ ระบบชำระเงินออนไลน์ของไทยที่พัฒนาความสามารถมากขึ้น เพราะประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 หรือยุคแห่งนวัตกรรมนั่นเอง





ปรับปรุงล่าสุด : 12 กรกฏาคม 2560
โดย : น.ส.ศิรินันท์ มุติตาภรณ์
แหล่งข้อมูล : The Bullentin ฉบับเดือนเมษายน 2560, www.consumer.org.hk

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง