การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงตอนแรก

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในฮ่องกงตอนแรก

บทนำเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์

ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจ e-commerce เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เพราะในปัจจุบันเริ่มมีการเปิดร้านค้าบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น มีสินค้ามากมายหลากหลายชนิดให้เลือก ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น การส่งของเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าแต่ก่อน ซึ่งผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องไฟฟ้า ตลอดจนของโชห่วยได้จากร้านค้าออนไลน์

การพัฒนาไปอย่างช้า ๆ ของ Online retailing ในฮ่องกง

ร้านค้าออนไลน์กำลังเติบโตอย่างช้า ๆ ซึ่งจะเป็นผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่เป็น ร้านค้าจริง (Bricks and mortar retail businesses) ที่มีหน้าร้านและสถานที่ตั้งที่ลูกค้าจะสามารถเข้าไปเลือกชมหรือสัมผัสตัวสินค้าจริงได้ สำหรับฮ่องกงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์กำลังเติบโตอย่างช้า ๆ ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปในฮ่องกงยังคงสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าที่ยังคงนิยมซื้อสินค้าแบบดั้งเดิมได้จำนวนหนึ่ง

จากการสำรวจของ Euromonitor International พบว่ายอดขายจากการค้าทางออนไลน์ในปี 2558 เป็นเพียงร้อยละ 3 ของยอดค้าปลีกรวมทั้งหมดของฮ่องกง เพราะคนฮ่องกงส่วนใหญ่ชอบเดินชอปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีความแออัดของประชากรและที่อยู่อาศัย ทำให้ห้างและร้านค้าประเภทต่าง ๆตั้งอยู่ในแหล่งของผู้บริโภค ซึ่งรายงานของ Nielsen ปี 2559 พบว่าผู้บริโภคชาวฮ่องกงประมาณร้อยละ 88 นิยมซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งในรอบ 12 เดือน และจากการตอบแบบสอบถามในการสำรวจของ KPMG พบว่าร้อยละ 61 จะซื้อของจากออนไลน์ และร้อยละ 45 จะซื้อของทางมือถือ ซึ่งนาย Joseph Yuen ประธานของ Hong Kong Federation of E-Commerce (HKFEC) กล่าวว่าพฤติกรรมผู้บริโภคของคนฮ่องกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยโดยการชอปปิ้งในตลาดออนไลน์ เพราะราคาสินค้าถูกกว่าการซื้อจากร้านค้าแต่จำนวนผู้ซื้อจากร้านค้าก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก

นาย Ricky Wong ผู้ประกอบการของ HKTV Mall ซึ่งเป็นธุรกิจขายสินค้าทางออนไลน์มีความคิดเห็นว่า “ธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่คู่แข่งของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่มีอยู่ทั่วไป แต่ธุรกิจออนไลน์จะช่วยตอบสนองความต้องการในตลาดได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น สินค้าจำพวกอาหารเกษตรอินทรีย์ (Organic food) ไม่สามารถหาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่หาซื้อได้จากทางออนไลน์ ดังนั้นร้านค้าออนไลน์จะช่วยเติมเต็มการขายของสินค้าที่ไม่มีวางขายในร้านค้าทั่วไป ซึ่ง HKTV Mall มีสินค้าวางขายทางออนไลน์มากกว่า 130,000 ชนิด

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ (New Target Customer) โดยใช้ Online Retailing

ธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิม (Bricks and mortar businesses) หรือธุรกิจที่มีหน้าร้านอยู่จริงสามารถไปเลือกชมสินค้า จับต้องและลองสินค้าได้ เช่น ห้างสรรพสินค้า Lane Crawford ร้านจิวเวลรี่ Chow Sang Sang ร้านค้าต่าง ๆ ของท้องถิ่นหลายแห่งได้หาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ โดยการเริ่มใช้ e-commerce และการสร้าง website ของธุรกิจตนเพื่อขยายตลาดหรือดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายได้


 ขอบคุณภาพจาก leokingmall.com

Online to Offline (O2O)

มารู้จักคำว่า Online to Offline กันก่อน ร้านค้าปลีกทางออนไลน์เริ่มเปิดร้านค้าเพื่อโชว์สินค้าจริง (physical stores หรือ experience stores) เพื่อสร้างแบรนด์ และให้ประสบการณ์แก่ลูกค้า (customer experience) โดยลูกค้าสามารถสัมผัสสินค้าจริง ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าและสั่งซื้อสินค้าหน้าร้านได้ หรือลูกค้าอาจสั่งผ่านทางออนไลน์แล้วไปรับสินค้าจากร้านเองก็ได้ การที่ลูกค้าไปเห็นสินค้าจริงในร้านสามารถตัดสินใจซื้อได้ทันที ตัวอย่างเช่น Amazon เริ่มเปิดร้านค้าปลีกออนไลน์ก่อน ต่อมาได้เปิดร้านค้าจริงเล็ก ๆ คล้ายกับร้านค้าทั่วไป (Bricks and mortar stores)

สำหรับร้านค้าปลีกออนไลน์ในฮ่องกงก็นิยมเปิดร้านค้าตามความนิยมนี้เหมือนกัน เช่น นาย Ricky Wong ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์จาก HKTV Mall ได้เปิดร้านค้าเล็ก ๆ (experience stores) เพื่อโชว์สินค้าจริงและเป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถรับสินค้าจากการสั่งสินค้าออนไลน์ ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าจากหน้าร้านได้ทันทีโดยจะมารับสินค้าเองที่ร้าน หรือให้ส่งสินค้าไปที่บ้านก็ได้ HKTV Mall ได้เปิดร้าน (experience stores) ร้านแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2559 เพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการเพื่อเรียนรู้สินค้าและเป็นจุดนัดพบของลูกค้า และจะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นในปี 2560 นี้

ในฮ่องกง แนวโน้มการเติบโตจากออนไลน์ไปสู่ร้านค้าที่โชว์สินค้าจริง (online-to-physical store) รวมทั้งความนิยมของ pop-up store ซึ่งเป็นร้านค้าเช่าปลีกขนาดเล็กที่เช่าพื้นที่การขายชั่วคราวในระยะเวลาช่วงสั้น ๆ อาจเป็นเพียงไม่กี่วัน การตั้ง pop-up store มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความประทับใจในระยะยาว (long-term impression) ในตัวสินค้าให้กับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย (potential customer) ร้านค้าออนไลน์เล็ก ๆ จึงนิยมใช้ pop-up store มากขึ้น เพราะการเช่าพื้นที่ฮ่องกงในระยะยาวมีราคาเช่าแพงมาก ดังนั้นการเช่าพื้นที่เปิดร้าน pop-up store ชั่วคราวจะคุ้มค่ากว่า และสามารถย้ายพื้นที่การขายสินค้าไปยังตามสถานที่ต่าง ๆ ได้คล่องตัวกว่า



ปรับปรุงล่าสุด : 07 กรกฏาคม 2560
โดย : น.ส.ศิรินันท์ มุติตาภรณ์
แหล่งข้อมูล : The Bullentin ฉบับเดือนเมษายน 2560, www.consumer.org.hk

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองฮ่องกง