มณฑลซานตง สู่ความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร


มณฑลซานตง สู่ความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร

ซานตงเป็นมณฑลเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่มีปริมาณผลิตผลทางการเกษตรในระดับแนวหน้าของประเทศเป็นเวลาติดต่อกันถึง 19 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันการเกษตรแบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีการพัฒนาคุณภาพผลิตผลให้ได้มาตรฐาน ทั้งทางการเกษตร และการประมง เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มคุณภาพทางการเกษตร และพัฒนาพื้นที่สีเขียว ซึ่งคาดว่าจะสามารถยกระดับความก้าวหน้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 65 % ในปี 2563

ในปี 2560 ผลของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการเกษตรของมณฑลซานตง อยู่ในอัตรา 63.27% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ 5% โดยทีมพันธุศาสตร์ปรับปรุงพันธุ์พืชของสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งมณฑลซานตง ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงพันธุ์ข้าวสาลีอย่างต่อเนื่อง  พัฒนาสายพันธุ์ข้าวสาลีใหม่Jimai 22 และ Luyuan 502 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและให้ผลผลิตสูง นอกจากการศึกษาพันธุ์ข้าวสาลีแล้ว มณฑลซานตงยังมีโครงการปรับปรุงพันธุ์พืชทางการเกษตรอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องมากว่า 20 ปี มีการรวบรวมเมล็ดพันธุ์จำนวน 1,547 ชนิด เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีเยี่ยมถึง 97% นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่น ๆ ที่โดดเด่นได้แก่ เมล็ดข้าวโพดที่ให้ผลผลิตสูงสุด  ความสำเร็จจากการทดลองปลูกข้าวน้ำทะเล มันฝรั่งสายพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์  ซึ่งสามารถทดแทนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และยังสามารถส่งออกไปยังคาซัคสถานและประเทศอื่น ๆ ตามแนวเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21
    
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา งาน The 19th China (Shouguang) International Vegetable SciTech Fair เมืองโซ่วกวง มณฑลซานตง ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีเรือนกระจกที่สามารถควบคุมระบบนิเวศวิทยาได้อย่างชาญฉลาด หัวหน้าสำนักงานที่ดินเมืองโซ่วกวงกล่าวว่า “ เกษตรกรชาวโซ่วกวงทั้งรายใหญ่และรายย่อย ต่างติดตั้งอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเพาะเมล็ดพันธุ์อัตโนมัติ ระบบรดน้ำแบบผสมน้ำและปุ๋ย ระบบไฟเสริมแสงสว่างให้พืช  ระบบเพาะปลูกตามแนวตั้ง ที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่เรือนกระจก และพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่  เครื่องทำความร้อน และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างระบบระบายอากาศ เป็นต้น ”
    
นอกจากนี้ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายน  เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวสาลีภายใต้โครงการ ซานเซี่ย ( 三夏) ซึ่งเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวผลผลิต ดูแลจัดการพื้นที่เพาะปลูก และลงมือเพาะปลูก แบบครบวงจรในช่วงฤดูร้อน  โดยครั้งนี้เป็นการเก็บเกี่ยวข้าวสาลี พันธุ์ Jimai 22 ที่ได้รับการวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งมณฑลซานตง และมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 683 ล้านไร่ ทั่วประเทศ นับเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 ของจีน สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 270,000 ล้านหยวน โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีมีความพิเศษคือสามารถตรวจวัดปริมาณไนโตรเจนในพืช รวมถึงเก็บข้อมูลผลผลิตและข้อมูลความชื้นได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชเข้าใจพื้นที่การเพาะปลูก และง่ายต่อการจัดการในอนาคต อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์แผนการปลูกในอนาคต ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
    
รวมไปถึงการเปิดตัวของบรรดาแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต สำหรับเกษตรกรและผู้ใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรจำนวนมาก โดยที่แพลตฟอร์มดังกล่าว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่การปลูกข้าวสาลี เวลาเก็บเกี่ยว ความคืบหน้าในการเก็บเกี่ยวและข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลอุปสงค์อุปทานของตลาด ผ่านทางแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกษตรกรรมมีประสิทธิภาพ และมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น
    
ทั้งนี้ ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนในการซื้อเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ทันสมัย และมีการรวมกลุ่มสหกรณ์เครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิก สามารถนำเครื่องจักรไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อไว้เอง จึงคาดการณ์ได้ว่าในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า ประเทศจีนจะสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ในปริมาณมากยิ่งขึ้น



ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิถุนายน 2561
โดย : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองชิงต่าว
แหล่งข้อมูล : www.chinanews.com

มณฑลซานตง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองชิงต่าว