จีนอนุมัติเขตทดลองการพัฒนาด้านนวัตกรรมและธุรกิจบริการเชิงลึกในไห่หนาน

จีนอนุมัติเขตทดลองการพัฒนาด้านนวัตกรรมและธุรกิจบริการเชิงลึกในไห่หนาน

สภารัฐมนตรีแห่งชาติจีน อนุมัติเขตทดลองการพัฒนาด้านนวัตกรรมและธุรกิจบริการเชิงลึก ในมณฑลไห่หนานและพื้นที่อื่น ๆ ในจีนรวม 17 แห่ง   เน้นการพัฒนาหลักใน 4 ด้าน ได้แก่ ระบบธุรกิจการเงิน โทรคมนาคม การท่องเที่ยวและการบริการเฉพาะด้าน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ถึง 30 มิถุนายน 2563

สภารัฐมนตรีแห่งชาติอนุมัติแผนพัฒนาฯ สนับสนุนอุตสาหกรรมการบริการด้วยการผ่อนปรนนโยบายเรียกเก็บภาษีจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 15 และเป็นแผนที่เน้นการพัฒนา 4 ด้าน ดังนี้

- ด้านระบบธุรกิจการเงิน : แผนพัฒนาฯ ส่งเสริมและอนุญาตให้ธนาคารจากต่างประเทศและธนาคารร่วมทุนกับต่างประเทศเข้ามาให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกและพัฒนาระบบการเงินในพื้นที่
- ด้านการท่องเที่ยว : พัฒนาและผ่อนปรนนโยบายตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลในจีน  ปรับปรุงนโยบายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถด้วยตนเอง (คาราวาน) ปรับปรุงระเบียบพิธีการของด่านตรวจคนเข้าเมือง สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญส่วนบุคคลและยานพาหนะอื่น ๆ เข้ามาในประเทศด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังอนุญาตให้บริษัททัวร์ต่างชาติเข้ามาร่วมทุนกับบริษัททัวร์ในพื้นที่
- ด้านโทรคมนาคม : ส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจด้านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ในต่างประเทศ (Offshore call center) บริการและอำนวยความสะดวกแก่บริษัทต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิต/บริหารเข้ามาในจีน (offshoring) แบบไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสัดส่วนเงินลงทุน
- ด้านการบริการเฉพาะด้าน : รัฐบาลจีนพร้อมให้คำปรึกษาด้านต่าง ๆ อาทิ ข้อกฏหมายแก่นักธุรกิจชาวต่างชาติ ผ่อนปรนข้อกำหนดแก่บริษัทด้านการออกแบบทางวิศวกรรม ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับผลประกอบการ ในการยื่นจดทะเบียนบริษัทครั้งแรก ทั้งนี้รัฐบาลยังพร้อมเสนอวิธีการและกลไกในการประสานความร่วมมือด้านกฎหมายในจีนกับฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวัน

แผนพัฒนาฯ ฉบับบนี้ไม่เพียงผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งนักธุรกิจไทยควรคว้าโอกาสในครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รวมถึง SME ด้าน Health & Wellness ที่สามารถเข้าไปบุกในตลาดการท่องเที่ยวและการบริการ โดยเฉพาะมณฑลไห่หนานและมณฑลกวางตุ้ง ที่สามารถเข้าไปยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในปี 2556 รัฐบาลไห่หนานได้จัดตั้งเขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการเป็นฮับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของจีน โรงพยาบาลไทยในฐานะที่เพรียบพร้อมด้วยประสบการณ์และการจัดการที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นความได้เปรียบหากจะเข้าไปหาโอกาสของความร่วมมือในพื้นที่ดังกล่าว

จีนเป็นประเทศที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของอินเดียในการเป็นผู้ให้บริการเอาต์ซอร์สเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Outsourcing) ที่สำคัญของโลก เนื่องจากความได้เปรียบด้านอัตราค่าจ้างแรงงานในระดับต่ำทําให้บริษัทต่างชาติสามารถประหยัดต้นทุนการดําเนินงานได้มากขึ้น  SME ไทยสามารถใช้เป็นช่องทางในการตีตลาดเข้ามาจีนโดยผ่านการบริการลูกค้า เช่น การขาย การตลาด ลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น ในรูปของศูนย์ Outsourcing Call Center ซึ่งจะช่วยให้บริษัทไม่ต้องลงทุนในการวางระบบเครือข่ายซึ่งมีต้นทุนสูง ไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่ม ไม่ต้องขยายพื้นที่สำนักงาน และยังทำให้ผู้บริหารสามารถทุ่มเทเวลาไปกับงานหลักได้อย่างเต็มที่ เช่น การยกระดับคุณภาพของสินค้าและการให้บริการขององค์กร




ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิถุนายน 2561
โดย : นางสาวขวัญฤทัย มุทาพร
แหล่งข้อมูล : 国务院同意在海南开展深化服务贸易创新发展试点 http://www.hinews.cn/news/system/2018/06/11/031464560.shtml

มณฑลกวางตุ้ง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครกว่างโจว