เผยทิศทางการดำเนินงานของนครเซี่ยงไฮ้ มุ่งชูบทบาท “ผู้บุกเบิก” การปฏิรูปและการเปิดกว้างเศรษฐกิจจีน

เผยทิศทางการดำเนินงานของนครเซี่ยงไฮ้ มุ่งชูบทบาท “ผู้บุกเบิก” การปฏิรูปและการเปิดกว้างเศรษฐกิจจีน

สภาผู้แทนประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal People’s Congress) แถลงผลการดำเนินงานที่สำคัญในรอบปี 2559 และแนวทางการดำเนินงานในปี 2560 โดยเน้นชูบทบาทของนครเซี่ยงไฮ้ในฐานะ “ผู้บุกเบิก” การปฏิรูปและการเปิดกว้างเศรษฐกิจจีน

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในรอบปี 2559

 
              1. 
ภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของนครเซี่ยงไฮ้

                  1.1  ด้านเศรษฐกิจ นครเซี่ยงไฮ้ประสบความสำเร็จสร้าง GDP ได้สูงถึง 2.75 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 6.8% จากปี 2558 โดยภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70.5% เพิ่มขึ้น 9.5% มูลค่าการนำเข้า 1.66 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.2% และการส่งออก 1.21 ล้านล้านหยวน ลดลง 0.5% ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่ 3.2% เพิ่มขึ้น 0.8% และงบประมาณ R&D สูงถึง 3.8% ของ GDP นครเซี่ยงไฮ้
                   1.2 ด้านคุณภาพชีวิตและสวัสดิการสังคม อัตราการว่างงานในเมืองคงเดิมที่ระดับ 4.1% โดยมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 599,000 ตำแหน่ง ประชากรในเมืองและชนบทมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 57,692 หยวน และ 25,520 หยวน เพิ่มขึ้น 8.9% และ 10% ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยมาตรฐานความเข้มข้นของ PM 2.5 ในอากาศลดลงจาก 53 เหลือ 45 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร งบประมาณสำหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคิดเป็น 3% ของ GDP นครเซี่ยงไฮ้ และพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น 1,221 เฮกเตอร์
                  1.3 การปฏิรูปและพัฒนานวัตกรรม มีบริษัทจดทะเบียนใหม่ในเขตทดลองการค้าเสรีนครเซี่ยงไฮ้ (China (Shanghai) Pilot Free Trade Zone หรือ SFTZ) รวมแล้วถึง 40,000 แห่ง บรรษัทข้ามชาติตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคที่นครเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 45 แห่ง มีจำนวนสิทธิบัตรต่อ 10,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 29 ชิ้นในปี 2559 เป็น 35 ชิ้น และมูลค่าการทำธุรกรรมทางเทคโนโลยีเติบโต 16.2%
                 1.4 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมือง มีการเปิดให้บริการ Shanghai International Tourism and Resorts Zone และ Shanghai Disneyland การริเริ่มการก่อสร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟใต้ดินเพิ่มอีก 216 กม. การสร้างเขตรวมสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานรัฐบาลในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของ Shanghai Expo

     2. ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

                   2.1 การเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนา SFTZ และการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เสรีขึ้น เช่น การปฏิรูปกฎระเบียบการลงทุนทั้ง inbound และ outbound รวมถึงระบบการจดทะเบียนบริษัท การทดลองกฎระเบียบใหม่ด้านการเงินแบบบูรณาการ การขยายการใช้ free trade account  การใช้ระบบ Single Window” สำหรับการค้าระหว่างประเทศ การกำหนดแนวทางการดำเนินการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจแบบ mixed ownership โดยแสวงหารูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน  การจัดตั้งกองทุนนโยบายเพื่อให้หลักประกันทางการเงินแก่ธุรกิจขนาดย่อยและ SMEs  การดำเนินนโยบาย One Belt, One Road (OBOR) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทออกไปลงทุนในต่างประเทศ  และการเปิดตัวเขตทดลองด้าน e-commerce ข้ามพรมแดน
 
 2.2 การสร้างศูนย์กลางนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการก่อสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับชาติที่เขตจางเจียงและเมืองวิทยาศาสตร์จางเจียง (Zhangjiang Science City) ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางแล้ว  ในส่วนของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ได้จัดตั้งศูนย์ดำเนินธุรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาลัยทรัพย์สินทางปัญญานานาชาติแห่งนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International College of Intellectual Property) และกลไกสำหรับตรวจสอบและลงโทษกรณีฝ่าฝืน IP นอกจากนี้ ยังผลักดันการสร้าง smart city โดยจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Data Exchange)
                    2.3 การปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทาน เช่น การปฏิรูประบบภาษีและลดหย่อนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัท
                  2.4 การพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ให้เป็น 4 ศูนย์กลางระดับโลกภายในปี 2
563 (ด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการขนส่งทางน้ำ) ผลสำเร็จสำคัญด้านการเงินการธนาคาร อาทิ การจัดตั้ง Shanghai Insurance Exchange, Shanghai Commercial Paper Exchange, China Trust Registration Co. และ Global Association of Central Counterparties เป็นแห่งแรกในจีนที่นครเซี่ยงไฮ้

                  2.5 การพัฒนาสวัสดิการสังคมและคุณภาพชีวิต เน้นการจัดหาบริการพื้นฐาน เช่น ศูนย์บริการดูแลผู้สูงอายุและบริการสาธารณสุข  การปรับปรุงอาคารเก่า  การสนับสนุนแผนงานด้านสังคมและวัฒนธรรม และการดำเนินนโยบายลูกคนที่ 2 อย่างทั่วถึง
                  2.6 การจัดการสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการเมือง เน้นการรักษาความปลอดภัยของเมือง เช่น การควบคุมอัคคีภัยสำหรับที่พักอาศัยเก่า การตรวจสอบความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดกฎระเบียบสำหรับบริการจัดส่งอาหารทางออนไลน์และจัดตั้ง
platform ติดตามข้อมูลความปลอดภัยด้านอาหาร และการบำบัดมลพิษทางน้ำและทางอากาศ


แนวทางการดำเนินงานในปี 2560

                1. การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญ โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของ GDP เมืองไม่ต่ำกว่า 6.5% งบประมาณ R&D สูงกว่า 3.8% ของ GDP นครเซี่ยงไฮ้  รักษาอัตราการว่างงานในเมืองให้ต่ำกว่า 4.4% และเพิ่มอัตราการจ้างงาน 500,000 ตำแหน่ง รวมถึงตั้งเป้างบประมาณการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ต่ำกว่า 3% ของ GDP นครเซี่ยงไฮ้

                2. แนวทางการดำเนินงาน
                   2.1 การส่งเสริมการพัฒนา
SFTZ ในฐานะที่เป็นแบบอย่างการพัฒนาของจีน โดยเร่งพัฒนานวัตกรรมด้านสถาบัน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเขตการค้าเสรีอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงกฎระเบียบการลงทุนโดยใช้แนวทาง Negative List  การเพิ่มขอบเขตบริการภายใต้ระบบ “Single Window” สำหรับการค้าระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงการพัฒนา SFTZ เข้ากับการพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินนานาชาติ และจัดตั้งระบบให้บริการ RMB ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเน้นการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจกับภายนอก โดยร่วมมือกับภูมิภาคที่ตั้งอยู่ตามแนวยุทธศาสตร์ OBOR และสนับสนุนแนวเศรษฐกิจแม่น้ำแยงซีเกียง อีกทั้งสนับสนุนให้บรรษัทข้ามชาติที่ตั้งอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ใช้นครเซี่ยงไฮ้เป็นฐานในการขยายการค้า การลงทุน และ R&D กับทั่วโลก 
                  2.2 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยผลักดันการทดลองการปฏิรูปด้านนวัตกรรม เช่น การปรับปรุงกลไกทางการตลาดสำหรับการถ่ายโอนและการนำผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้เชิงพาณิชย์ การอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรม R&D ข้ามพรมแดน และการให้บริการทางการเงินที่ใช้นวัตกรรมมากขึ้น  นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการสร้างนครเซี่ยงไฮ้ให้เป็น smart city รูปแบบใหม่ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน IT ยุคใหม่  เพิ่มการใช้งาน cloud, Internet of Things และ big data  และปรับปรุงนโยบายเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                  2.3 การปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทานและการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ให้เป็น 4 ศูนย์กลางระดับโลก เช่น การเพิ่มบทบาทของตลาดการเงิน การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกหยางซาน (ระยะที่ 4) ให้เสร็จสมบูรณ์ การผลักดันการบริการระดับ high-end เช่น การบริการด้านการเงินสำหรับการขนส่งทางเรือ (shipping finance) และธุรกิจเรือสำราญ การเร่งพัฒนา Asia-Pacific Model E-port Network (APMEN) และเร่งผลักดันการพัฒนาโดยการนำร่องเขตทดลองการค้า e-commerce ข้ามพรมแดน  
                  นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง
(real economy) โดยดำเนินนโยบาย Made in China 2025 และแผนปฏิบัติการ Internet Plus  สนับสนุนให้อุตสาหกรรมดั้งเดิมนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ
                   2.4 การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค  นครเซี่ยงไฮ้มีแผนการ (1) เปิดใช้งานเครือข่ายเส้นทางรถไฟใต้ดิน 55 กม. ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง (2) ก่อสร้างท่าอากาศยานนานาชาติผู่ตง ระยะ 3  (3) พัฒนาพื้นที่หลักของ Hongqiao Central Business District (CBD) เพื่อเป็นเขตศูนย์รวม สำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบรรษัทข้ามชาติ และ (4) วางแผนการพัฒนาศูนย์การผลิตอัจฉริยะนานาชาติที่เมือง Lingang 
                  2.5 การปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชากร โดยผลักดันการเพิ่มคุณภาพการจ้างงาน พัฒนาระบบประกันสังคมและการดูแลผู้สูงอายุ ปฏิรูประบบการศึกษา ดำเนินแผนการนำร่องการปฏิรูประบบดูแลสุขภาพ และปรับปรุงสวัสดิการของสตรีและเด็กให้ดีขึ้น  
                  2.6 การจัดการสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการเมือง ในส่วนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นครเซี่ยงไฮ้จะเน้นการดำเนินงานที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ ยังเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยในเขตเมือง และส่งเสริมการบูรณาการระหว่างเมืองและชนบท 
                  2.7 การส่งเสริมด้านสังคมและวัฒนธรรม รัฐบาลจะเร่งพัฒนานครเซี่ยงไฮ้ให้เป็นมหานครนานาชาติทางวัฒนธรรม ปรับปรุงสถานที่ให้บริการทางวัฒนธรรม และผลักดันการปฏิรูปด้านกีฬา

บทสรุป 


แม้ว่าอัตราการขยายตัวของ
GDP นครเซี่ยงไฮ้ในปี 2559 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2558 (6.9%) มาอยู่ที่ 6.8% แต่ถือเป็นปีแรกตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ที่มีอัตราการขยายตัวสูงกว่า GDP ของจีนทั้งประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 6.7% จุดเด่นสำคัญคือ ภาคบริการซึ่งเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70.5% ของ GDP สะท้อนถึงความเข้มแข็งและความได้เปรียบเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของนครเซี่ยงไฮ้


ทั้งนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนครเซี่ยงไฮ้ 5 ปี ฉบับที่ 13 (2559 – 2563) ได้ตั้งเป้าหมายรักษาอัตราการขยายตัวของ
GDP สูงกว่า 6.5% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะอัตราการขยายตัวลดลงแต่มีเสถียรภาพ (New Normal) ของจีน โดยรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้เน้นชูบทบาทของเมืองในฐานะ “ผู้บุกเบิก” การปฏิรูปและการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SFTZ ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นในจีน และผลสำเร็จของนวัตกรรมทางนโยบายและสถาบันที่ทดลองใช้ในนครเซี่ยงไฮ้ สามารถนำไปเป็นแม่แบบใช้กับเมืองอื่นได้ ดังเช่นการที่รัฐบาลจีนจัดตั้งเขตการค้าเสรีเพิ่มขึ้นในมณฑลต่าง ๆ ทั่วประเทศจีน ภายหลังการบุกเบิกของ SFTZ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปและพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชากรและการบริหารจัดการเมืองอีกด้วย

แนวทางการพัฒนาของนครเซี่ยงไฮ้ดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งเน้นการเปิดกว้างทุกด้าน พร้อมทั้งให้เสรีและอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงนครเซี่ยงไฮ้ในฐานะ “ผู้บุกเบิก” และสนับสนุนให้นครเซี่ยงไฮ้ดำเนินการปฏิรูปเขตการค้าเสรีมากขึ้น ส่งเสริมนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนา
SFTZ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนนโยบาย One Belt, One Road (OBOR) และสนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า หากนครเซี่ยงไฮ้สามารถพัฒนาได้ตามอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ก็จะเป็นแบบอย่างให้กับเมืองอื่นได้เดินตามรอยความสำเร็จต่อไป 

จัดทำโดย นางสาวศิวิมล มโนภานนท์
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอ้างอิง

1.รายงานสรุปผลการประชุมสภาผู้แทนประชาชนนครเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 5 สมัยที่ 14 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560
2.ข้อมูลจากเว็บไซต์
shanghaidaily.com เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เรื่อง Xi urges Shanghai to set example






ปรับปรุงล่าสุด : 20 มีนาคม 2560
โดย : นางสาวศิวิมล มโนภานนท์

นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้