เกาะติดความเปลี่ยนแปลง

  • เซี่ยงไฮ้ใส่เกียร์เดินหน้าไม่ยั้ง…ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้าน AI ของจีน
    เซี่ยงไฮ้ใส่เกียร์เดินหน้าไม่ยั้ง…ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางด้าน AI ของจีน (28 ธ.ค. 2560)

    หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์กันมาบ้าง ปัจจุบัน AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้เกิดกระแสความตื่นตัวด้านการพัฒนา AI ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่ง AIไม่เพียงแต่เป็นเทคโนโลยีที่จะสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมโลกแห่งอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศให้ก้าวหน้าอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ นครเซี่ยงไฮ้จึงมุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้กลายเป็นศูนย์กลางด้าน AI ของประเทศจีน โดยอาศัยความได้เปรียบจากทรัพยากรที่มีอยู่เป็นปัจจัยในการผลักดันอุตสาหกรรม AI  และคาดว่าจะสามารถขยายขนาดอุตสาหกรรม AI ของเมืองได้มากกว่า 1 แสนล้านหยวน (หรือประมาณ 15.06 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี พ.ศ. 2563 


    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • เทศกาลช็อปปิ้ง 11-11 กับบททดสอบธุรกิจจัดส่งสินค้าด่วนจีน
    เทศกาลช็อปปิ้ง 11-11 กับบททดสอบธุรกิจจัดส่งสินค้าด่วนจีน (13 ธ.ค. 2560)
    มหกรรมช็อปปิ้งออนไลน์สะเทือนโลกอย่างมหกรรมช็อปปิ้งในเทศกาลวันคนโสดของจีนเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ Tmall (天猫) ในเครือ Alibaba ได้ทำยอดขายสูงถึง 1.682 แสนล้านหยวน หรือราว 2.54 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 39.5% จากปี 2559 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 เท่าหากเทียบกับยอดสั่งซื้อตอนเริ่มจัดเทศกาลเมื่อปี 2552 จนเรียกได้ว่าเป็น การปฏิวัติการใช้จ่าย ตัวเลขรายได้จำนวนมหาศาลเหล่านี้แสดงถึงความสำเร็จของธุรกิจการค้าออนไลน์จีน ซึ่งแน่นอนว่ามหกรรมช็อปปิ้งนี้จะประสบความสำเร็จได้คงไม่ใช่แค่มีโปรโมชั่นลดราคาที่น่าดึงดูดใจเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ เป็นตัวสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และหนึ่งในปัจจัยสำคัญเหล่านั้นก็คือ การจัดส่งสินค้าที่มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนั่นเอง ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ในปีนี้ ปัญหากวนใจนักช็อปกลับไม่ใช่เรื่องการแย่งซื้อสินค้าไม่ทัน แต่กลายเป็นว่าสินค้ามาส่งไวเกินไป กำลังนอนฝันหวานอยู่ดี ๆ ก็โดนเคาะประตูแต่เช้าเรียกให้ตื่นมารับของที่สั่งไป !?

    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • อนาคตอุตสาหกรรม VR เซี่ยงไฮ้สดใส ครองส่วนแบ่งตลาด 1 ใน 4 ของจีน
    อนาคตอุตสาหกรรม VR เซี่ยงไฮ้สดใส ครองส่วนแบ่งตลาด 1 ใน 4 ของจีน (30 ต.ค. 2560)
    ถ้าอยู่ดี ๆ มีคนถามคุณว่า คุณรู้จักเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality - VR1) มั้ย หลายคนอาจจะยังงง ๆ และนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่ถ้าถามว่าเคยเห็นคนที่ใส่แว่นตาใหญ่ ๆ คล้าย ๆ หมวกกันน็อกครอบอยู่บนศีรษะ แล้วทำท่าทางแปลก ๆ หรือไม่ คงมีคนพยักหน้าอย่างแน่นอน แต่ถ้ายังนึกไม่ออกอีก ให้ลองนึกถึงภาพยนตร์ Sci-Fi ชื่อดังอย่าง The Matrix ดูก็ได้ โดยตัวเอกในเรื่องได้เข้าไปต่อสู้อยู่ในโลกเสมือนจริงผ่านการนอนบนเตียงที่มีอุปกรณ์ต่อพ่วง คราวนี้คุณคงพอมีภาพราง ๆ ของเทคโนโลยีนี้อยู่ในหัวแล้ว เทคโนโลยี VR สามารถพาคุณเข้าไปสู่โลกอีกโลกหนึ่งในจินตนาการ เหมือนกับคุณเป็นส่วนหนึ่งของโลกนั้น เท่านั้นยังไม่พอคุณยังสามารถตอบสนองต่อโลกในจินตนาการของคุณได้เหมือนกับว่ามันเป็นความจริง เป็นอย่างไรบ้าง เทคโนโลยีนี้ฟังดูน่าสนใจขึ้นหรือยัง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรื่องราวเหล่านี้อาจดูห่างไกลจากความเป็นจริง แต่ตอนนี้ขอบอกเลยว่าเราเข้าใกล้ยุคสมัยของ VR มากกว่าที่ผ่านมาเข้าไปทุกทีแล้ว ปัจจุบันมีการนำเอาเทคโนโลยี VR มาประยุกต์ใช้งานในวงการธุรกิจ รวมทั้งมีอุปกรณ์ VR มากมายวางขายอยู่ในท้องตลาดให้ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความทันสมัยและความแปลกใหม่ได้ซื้อหาไปทดลองเล่นกัน และแน่นอนว่า เทคโนโลยีที่ว่านี้มีการนำมาใช้งานจริงแล้วในนครเซี่ยงไฮ้ เมืองที่มีความทันสมัยระดับโลกของจีน

    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • Alibaba ผุดโปรเจคยักษ์ จัดตั้งสถาบันวิจัยระดับโลก เดินหน้าลุยลงทุน R&D เต็มที่
    Alibaba ผุดโปรเจคยักษ์ จัดตั้งสถาบันวิจัยระดับโลก เดินหน้าลุยลงทุน R&D เต็มที่ (27 ต.ค. 2560)
    ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้นทุกวัน มีหรือที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจ E-Commerce แดนมังกรอย่าง Alibaba จะนิ่งอยู่เฉย ล่าสุดบริษัทได้ประกาศเปิดตัวสถาบันวิจัยระดับโลก“Alibaba DAMO Academy” หวังดึงดูดให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความสามารถทั่วโลกเข้ามาทำงานที่สถาบันวิจัยดังกล่าว เพื่อค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยบริษัทคาดว่าจะลงทุนในสัดส่วนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D) เป็นจำนวนเงินกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท) ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
    ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • “หน้าตา” เทรนด์ใหม่ทางเทคโนโลยีของโลกอนาคต
    “หน้าตา” เทรนด์ใหม่ทางเทคโนโลยีของโลกอนาคต (21 ก.ย. 2560)
    คำกล่าวที่ว่ามีหน้าตาเป็นอาวุธ ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า ใช้ประโยชน์ได้จริงในยุคปัจจุบันนี้ และยังมีแนวโน้มว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ทางเทคโนโลยีต่อไปในอนาคต โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัท Apple ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ iPhone X และหนึ่งในฟังก์ชันที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในโลกโซเชียลก็คือ ฟังก์ชันสแกนใบหน้า (Face ID) เพื่อปลดล็อกเครื่องโทรศัพท์นั่นเอง ฟังก์ชันนี้ได้นำเอาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Face Recognition) มาใช้งาน แต่ใช่ว่าจะมีแต่ Apple เท่านั้นที่ใช้ประโยชน์จากการสแกนใบหน้า ประเทศจีนเองก็ล้ำสมัยไม่แพ้กัน โดยในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีสแกนใบหน้ามาใช้กับระบบสาธารณูปโภคอย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM ของธนาคาร Agricultural Bank of China และ China Merchants Bank การรับพัสดุไปรษณีย์ การจำกัดการใช้กระดาษชำระในห้องน้ำสาธารณะ การยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่สถานีรถไฟ รวมถึงสายการบิน  China Southern Airlines ที่ใช้การสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนก่อนขึ้นเครื่อง ล่าสุด จีนได้ตอกย้ำความสำเร็จในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาให้สามารถใช้หน้าตาในการชำระค่าสินค้าและบริการได้ !

    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • สิ้นสุดการรอคอย…DiDi แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ในจีนออกฟังก์ชัน 2 ภาษาแล้ว !
    สิ้นสุดการรอคอย…DiDi แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ในจีนออกฟังก์ชัน 2 ภาษาแล้ว ! (30 มิ.ย. 2560)

    เคยไหม ? ที่การเดินทางหรือการใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนกลายเป็นเรื่องยากลำบาก เพียงเพราะความต่างของภาษาเป็นอุปสรรคขวางกั้น แต่นั่นไม่ใช่ที่จีนอีกต่อไป ! เมื่อ DiDi Chuxing แอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนปรับโฉมใหม่ ออกฟังก์ชัน 2 ภาษาให้แก่ผู้ใช้บริการในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครกว่างโจว พร้อมทั้งขยายการให้บริการเพิ่มเติมบนแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการใช้งานของชาวต่างชาติ สะท้อนให้เห็นว่าแอปพลิเคชันจีนไม่ได้จับเฉพาะลูกค้าจีนอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการขยายตลาดและพัฒนาสู่ระดับความเป็นสากล


    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • เซี่ยงไฮ้ประกาศเดินหน้าปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
    เซี่ยงไฮ้ประกาศเดินหน้าปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (31 พ.ค. 2560)
    เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 BIC Shanghai ได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของนครเซี่ยงไฮ้ จัดโดยสำนักงานการต่างประเทศนครเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อรายงานสถานการณ์การพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาของนครเซี่ยงไฮ้ในปี 2559 และทิศทางการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2560 โดยมีนายฟ่าน หยู่เฟย (Fan Yufei) รองอธิบดีสำนักงานการต่างประเทศฯ เป็นประธานการประชุม และนายหลู่ กั๋วเฉียง (Lu Guoqiang) เลขาธิการคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Intellectual Property Joint Committee) และอธิบดีสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญานครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Intellectual Property Administration – SIPA) เป็นผู้บรรยายสรุป พร้อมด้วยผู้แทนจาก 10 หน่วยงานภายใต้สมาชิกสมัชชาด้านทรัพย์สินทางปัญญานครเซี่ยงไฮ้ (Municipal Intellectual Property Joint Meeting Member Units) ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่ต่างชาติ ณ นครเซี่ยงไฮ้ จำนวน 27 ประเทศ เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ อินเดีย เม็กซิโก กรีก และสิงคโปร์ เป็นต้น

    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้
  • เกษตรกรอานฮุยอนาคตไกล หวังรายได้ต่อหัวปีนี้โตขึ้น 9%
    เกษตรกรอานฮุยอนาคตไกล หวังรายได้ต่อหัวปีนี้โตขึ้น 9% (02 พ.ค. 2560)
    มณฑลอานฮุยเป็น 1 ในแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศจีนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปี 2559 มีมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร 2.57 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.7 % จากปี 2558 อย่างไรก็ดี รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในชนบทของมณฑลอานฮุยที่ 11,720 หยวน (จากการเกษตรปฐมภูมิ) ก็ยังต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในชนบทของทั้งประเทศจีนซึ่งอยู่ที่ 12,363 หยวน ดังนั้น ในปีนี้ รัฐบาลมณฑลอานฮุยจึงประกาศ “มาตรการส่งเสริมการปฏิรูปโครงสร้างอุปทานด้านการเกษตร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเกษตรกรรมและชนบท มีเป้าหมายเพื่อขจัดความยากจนของครัวเรือนที่มีรายได้น้อย 900,000 ครัวเรือน โดยมั่นใจว่า ภายในปีนี้จะสามารถลดจำนวนหมู่บ้านที่ยากจนลงได้สำเร็จ 1,000 หมู่บ้าน ทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรในชนบทเพิ่มขึ้น 9%


    นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้