รู้จักยวี่ซี เมืองปริมณฑลที่มีศักยภาพของมณฑลยูนนาน

รู้จักยวี่ซี เมืองปริมณฑลที่มีศักยภาพของมณฑลยูนนาน

เมืองยวี่ซีตั้งอยู่ทางใต้ของนครคุนหมิง (เมืองเอกของมณฑลยูนนาน) มีพื้นที่ 15,285 ตารางกิโลเมตร ห่างจากคุนหมิงเพียง 90 กิโลเมตร ถือเป็นเมืองปริมณฑลอีกหนึ่งแห่งของนครคุนหมิง หรือหากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คล้ายกับจังหวัดนนทบุรีหรือสมุทรปราการที่อยู่รอบกรุงเทพมหานครนั่นเอง

รัฐบาลมณฑลยูนนานมีนโยบายการพัฒนาที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะเมืองเอก จึงได้ขยายพื้นที่ความเจริญไปยังเมืองยวี่ซี่ ซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้นครคุนหมิงด้วย เพื่อทำหน้าที่รองรับการพัฒนาและสนับสนุนนครคุนหมิง ไม่ให้เกิดกรณี “โตเดี่ยว” ของเมืองเอก

นอกจากจุดเด่นของที่ตั้งที่อยู่ใกล้นครคุนหมิงแล้ว เมืองยวี่ซียังอยู่ในเส้นทางคมนาคม ทั้งทางถนนและรถไฟ เพื่อเชื่อมไปประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างลาวและเวียดนามอีกด้วย จากนครคุนหมิงถึงเมืองยวี่ซีสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง บนทางด่วนคุนหมิง-ยวี่ซี่ ซึ่งเป็นต้นทางของทางหลวงคุนหมิง-กรุงเทพฯ (R3A) ที่เชื่อมจีน-ลาว-ไทย และเส้นทางรถไฟสายคุนหมิง-ยวี่ซี-เหอโข่ว (ด่านชายแดนจีน-เวียดนาม) ช่วงคุนหมิง-ยวี่ซี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และจากยวี่ซี่-เหอโข่ว ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ปัจจุบัน รัฐบาลยูนนานกำลังก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากยวี่ซี-บ่อหาน (ด่านชายแดนจีน-ลาว) ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2564

ในด้านการเกษตร เมืองยวี่ซีเป็นเมืองเกษตรกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการปลูกผักเพื่อการส่งออก แหล่งปลูกผักที่มีชื่อเสียงอยู่ที่อำเภอทงไห่ มีขนาดกว่า 125,000 ไร่ ผลผลิตกว่า 1,000 ล้านกิโลกรัมต่อปี รวมมูลค่ากว่า 1,300 ล้านหยวน ผักที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นผักเมืองหนาว เช่น ผักกาดขาว กระหล่ำปลี Celtuce กระหล่ำดอก และถั่วแขก โดยร้อยละ 85 จำหน่ายภายในประเทศ และร้อยละ 13 ส่งออกไปประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย โดยใช้ R3A เป็นเส้นทางโลจิสติกส์หลัก

นอกจากนี้ เมืองยวี่ซียังเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของยูนนาน อาทิ ส้มผลเล็ก (กานจวี๋) แก้วมังกร และมะม่วง โดยมีพื้นที่ปลูกส้มกว่า 80,000 ไร่ แหล่งปลูกที่สำคัญคืออำเภอหัวหนิง ซึ่งมีการจัดงานเทศกาลส้มกานจวี๋ในเดือนกันยายนของทุกปี ส่วนแหล่งปลูกแก้วมังกรและมะม่วงอยู่ที่อำเภอหยวนเจียง โดยมีพื้นที่ปลูกแก้วมังกรกว่า 8,000 ไร่ มะม่วงกว่า 60,000 ไร่ และจัดงานเทศกาลมะม่วงในเดือนมิถุนายนเป็นประจำทุกปีเช่นกัน

ด้านทรัพยากร เมืองยวี่ซีเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญ 5 ชนิดที่มีปริมาณสำรองติดอันดับต้น ๆ ของมณฑลยูนนาน ได้แก่ เหล็ก ถ่านหิน ฟอสฟอรัส ทองแดง และนิกเกิล รวมถึงมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 212 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ ทะเลสาบฝูเซียนหู ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของมณฑลยูนนาน รองจากทะเลสาบเตียนฉือในนครคุนหมิง และทะเลสาบเอ๋อไห่ในเขตฯ ต้าหลี่

ด้านอุตสาหกรรม เมืองยวี่ซีถือเป็นแหล่งนวัตกรรมที่สำคัญ เป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งชาติ (Yuxi national hi-tech industrial development zone หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “เขตไฮเทคยวี่ซี”) ซึ่งมีเพียง 2 แห่งในมณฑลยูนนาน (อีกแห่งตั้งอยู่ที่นครคุนหมิง) พื้นที่รวม 76.45 ตารางกิโลเมตร มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย “Internet plus” และ “Made in China 2025” ของจีน โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 ประเภท ได้แก่ ยาสูบ ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อินเตอร์เน็ตและสารสนเทศ การผลิตอุปกรณ์ชั้นนำ และการบริการทันสมัย

เนื่องจากเขตไฮเทคดังกล่าวตั้งอยู่ใจกลางเมืองยวี่ซี รัฐบาลท้องถิ่นจึงมีแนวคิดประสานความเป็นเมืองกับอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนไปพร้อม ๆ กัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดให้ GDP ของเขตไฮเทคมีมูลค่าทะลุหลักแสนล้านหยวนภายในปี 2563

เขตไฮเทคยวี่ซีเป็นที่ตั้งของบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับมณฑลและระดับประเทศหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงงานบุหรี่หงถ่า ซึ่งเป็นบริษัทผลิตบุหรี่ยักษ์ใหญ่ของมณฑลยูนนานและของจีน และอุตสาหกรรมยาสูบยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของมณฑลยูนนานอีกด้วย

หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจของเขตไฮเทคยวี่ซี คือ อุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มณฑลยูนนานสนับสนุนการลงทุน และยังเป็นที่ตั้งของบริษัท Walvax Biotechnology ผู้ผลิตวัคซีนและยาต้าน (ต้านมะเร็ง ต้านการอักเสบ) ที่มีชื่อเสียงของยูนนาน วัคซีนที่บริษัทผลิตได้ อาทิ วัคซีนเยื่อหุ้มสมองอักเสบ  (Haemophilus influenzae type b conjugate vaccine) วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Group A and C Meningococcal polysaccharide vaccine, Group A and C  Meningococcal conjugate vaccine, Group ACYW135 Meningococcal polysaccharide vaccine) วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก (DTaP vaccine) และวัคซีนปอดอักเสบ Pneumovax 23 (Pneumococcal vaccine polyvalent)

ภายในปี 2563 Walvax มีเป้าหมายจะผลิตวัคซีนและยาต้านเพิ่มอีก 4 ชนิด เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ วัคซีนมะเร็งปากมดลูก HPV วัคซีนปอดอักเสบ PCV13 ยาต้านมะเร็งเต้านม (Trastuzumab) และยาต้านไขข้ออักเสบ (Rituximab) ซึ่งหากพัฒนาสำเร็จจะกลายเป็นผู้ผลิตรายแรกของจีน และจะขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตวัคซีนอันดับ 1 ของจีน และอันดับ 3 ผู้ผลิตยาต้านของจีน โดยมียอดจำหน่ายกว่า 10,000 ล้านหยวน

วัคซีนและยาต้านของ Walvax จำหน่ายไปทั่วประเทศจีนและยังส่งออกไปต่างประเทศ อาทิ สหรัฐฯ รัสเซีย และอินโดนีเซีย ในส่วนของประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจากัน นอกจากนี้ Walvax ยังมีความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศและองค์การพัฒนาเทคโนโลยี อาทิ WTO, PATH, UNICEF และ Bill & Melinda Gates Foundation ซึ่งเป็นบริษัทวัคซีนแห่งแรกและแห่งเดียวของจีนที่ได้รับเงินช่วยเหลือและยอดสั่งซื้อจากกองทุนของนายบิลเกทส์

ปัจจุบัน Walvax มีนักวิจัยทั้งที่สำนักงานใหญ่ในนครคุนหมิง โรงงานที่ยวี่ซีและสาขาที่เซี่ยงไฮ้รวมเกือบ 400 คน เป็นนักวิจัยระดับปริญญาโทและเอกกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยชาวจีนที่จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือเคยมีประสบการณ์การทำงานในบริษัทชั้นนำของต่างประเทศ

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจในเขตไฮเทคยวี่ซี คือ อุตสาหกรรมสารสนเทศ และเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ยูนนานสนับสนุนการลงทุน บริษัทที่มีความโดดเด่นด้านนี้ ได้แก่ ศูนย์หัวถาง Big Data เมืองยวี่ซี ภายใต้เครือบริษัทหัวถาง ซึ่งเป็นบริษัทด้าน Outsource call center ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน โดยให้บริการทั้งในรูปแบบการ chat online และการคุยทางโทรศัพท์ ที่มีสาขา 109 แห่งทั่วประเทศจีน (ปัจจุบัน สาขาที่ยวี่ซียังให้บริการเฉพาะรูปแบบการ chat online)

บริษัทชั้นนำของจีนที่ใช้บริการของเครือหัวถาง อาทิ บริษัทหัวเหว่ย บริษัท China Mobile บริษัท China Unicom บริษัทอาลีบาบา (Tmall) เว็บไซต์ Ctrip และแอพลิเคชั่น Didi Taxi ซึ่งปัจจุบัน ธุรกิจของจีนที่นิยมใช้บริการ Outsource call center 5 อันดับแรก ได้แก่ โทรคมนาคม E-Commerce เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกันภัย และธนาคาร

ทำไมเครือหัวถางจึงเลือกมาลงทุนที่เมืองยวี่ซี? เพราะนอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว ยังเล็งเห็นว่าภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนยังมีศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ Outsource call center เนื่องจากธุรกิจนี้ส่วนใหญ่มักกระจุกตัวในภาคตะวันออก (ครองส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 39) และภาคเหนือของจีน (ครองสัดส่วนร้อยละ 19) ขณะที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ครองส่วนแบ่งตลาดเพียงร้อยละ 6 ยังมีศักยภาพในการขยายตลาดได้อีกมาก และยังสามารถขยายตลาดต่อไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนและบริษัทจีนในอาเซียนอีกด้วย

ปัจจุบัน เขตไฮเทคยวี่ซีมีบริษัทรวม 2,145 ราย ร้อยละ 99 เป็นบริษัทจีน และบริษัทที่มีชื่อเสียงที่เข้าไปลงทุนในเขตดังกล่าว อาทิ บริษัทหัวเหว่ย บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีของจีน โรงงานผลิตเยลลี่ผลไม้เมาตัวลี ของฝากที่มีชื่อเสียงของยูนนาน และบริษัทก้งยุ่นเสียง ผู้ผลิตชาผูเอ่อร์ที่มีชื่อเสียงของยูนนาน ซึ่งชาผูเอ่อร์ของบริษัทได้รับเลือกให้เป็นเครื่องดื่มในโครงการอวกาศของจีน เมื่อเดือน ต.ค. 2559 กลายเป็น “ชาถ้วยแรกในอวกาศ” ของจีน ซึ่งนักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์แตกต่างกันไป เช่น การได้รับจัดสรรพื้นที่ฟรี การคืนภาษีเมื่อส่งออก และการคืนภาษีเงินได้ 3 - 5 ปี (เฉพาะภาษีท้องถิ่น) โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับมูลค่าการลงทุน และการสร้างประโยชน์จากการลงทุนกลับสู่พื้นที่

ด้านความร่วมมือระหว่างเมืองยวี่ซีกับประเทศไทย ด้านการลงทุน TCC Group ได้เข้าไปซื้อกิจการทำโรงงานสุราขาวภายใต้แบรนด์ยวี่หลินเฉวียนตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเอ๋อซาน ด้านการศึกษา มีการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษาระหว่างไทยและยวี่ซีอยู่เนือง ๆ

บทสรุป จะเห็นได้ว่าเมืองยวี่ซีเป็นเมืองที่มีจุดเด่นด้านยุทธศาสตร์ในการมีที่ตั้งอยู่ใกล้นครคุนหมิง เป็นทางผ่านของเส้นทางเชื่อมโยงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเส้นทาง R3A และเส้นทางรถไฟสายแพนเอเชีย เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของมณฑลยูนนาน ได้แก่ ยาสูบคุณภาพดี และพืชผักที่ครองสัดส่วนร้อยละ 40 ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรของมณฑลยูนนาน รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของบริษัท/โรงงานขนาดใหญ่หลายแห่ง และยังมีทรัพยากรแร่ธาตุและแหล่งน้ำที่เป็นปัจจัยเสริมให้อุตสาหกรรมของเมืองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทำให้เมืองยวี่ซีมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี และมี GDP อยู่ในระดับต้นๆ ของมณฑลยูนนาน (ปี 2559 มีมูลค่า GDP 131,190 ล้านหยวน มากเป็นอันดับ 4 จาก 16 เมืองของมณฑลยูนนาน)

การจัดตั้งเขตไฮเทคเมืองยวี่ซี ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของเมืองยวี่ซี และเพิ่มพูนบทบาทความสำคัญของเมืองยวี่ซีในการสนับสนุนการพัฒนาของมณฑลยูนนาน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและนวัตกรรม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นก็พยายามสร้างความร่วมมือกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของจีนที่ต้องการให้มณฑลยูนนานเป็นประตูเชื่อมโยงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ และหากพิจารณาถึงเขตเศรษฐกิจที่ตั้งเรียงรายตามแนวระเบียงเศรษฐกิจรถไฟจีน-ลาว-ไทยจากมณฑลยูนนาน สู่เขตความร่วมมือเศรษฐกิจบ่อหาน (จีน) - บ่อเต็น (ลาว) เขตเศรษฐกิจไชยเชษฐาในเวียงจันทน์ และเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทย เขตไฮเทคยวี่ซีและเมืองนวัตกรรมที่ EEC ซึ่งมีการพัฒนาในแนวทางเดียวกัน ก็สามารถศึกษาและเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกันได้ ก่อนที่รถไฟจีน-ลาว-ไทยจะก่อสร้างเสร็จ (รถไฟจีน-ลาว มีแผนสร้างเสร็จราวปี 2564)

***********************************

แหล่งข้อมูล
จากการติดตามกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง เยือนเมืองยวี่ซี เมื่อวันที่ 13 กรกฏาคม 2560
http://www.tonghai.gov.cn/tonghai/530262/530417/530951/715774/index.html
http://www.yuxinews.com/xw/sz/2017/07/4122898.shtml

http://www.yuxi.gov.cn/xqyjx/20170615/579419.html
http://www.yxgxq.gov.cn/

http://www.walvax.com/