ซอกแซกงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 20 กับงาน SIFF 2017 (20th Shanghai International Film Festival)

ซอกแซกงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ ครั้งที่ 20 กับงาน SIFF 2017 (20th Shanghai International Film Festival)

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี สำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Film Festival - SIFF) ที่จัดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 17-26 มิถุนายน 2560 โดยรัฐบาลท้องถิ่นนครเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับคณะกรรมการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ ในพิธีเปิดเทศกาลฯ มีดาราภาพยนตร์ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติร่วมเดินพรมแดงกันอย่างคับคั่ง เช่น Yang Mi, Liu Yifei, Wallace Huo, Louis Koo ส่วนดาราไทย เช่น มิว-นิษฐา ใหม่-ดาวิกา ชมพู่-อารยา ก็เฉิดฉายไม่น้อยหน้า ในงาน SIFF ครั้งที่ 20 นี้ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมภาพยนตร์จำนวนมากกว่า 500 เรื่อง จาก 106 ประเทศทั่วโลก กว่า 1,500 รอบการฉายในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ 45 แห่งใน 16 เขตของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีภาพยนตร์จากประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายถึง 8 เรื่อง รวม 27 รอบ ใน 20 โรงภาพยนตร์

งาน SIFF นอกจากจะเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติระดับ A เทศกาลเดียวในจีนแล้ว ยังเป็นงานที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ในการสนับสนุนให้ธุรกิจภาพยนตร์จีนก้าวออกไปลงทุนในต่างประเทศตามนโยบาย ก้าวออกไป (Zou Chu Qu - Going Out Policy) โดยในงาน SIFF เมื่อปี 2559 ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ “The Belt and Road” ระหว่าง SIFF กับเทศกาลภาพยนตร์ของประเทศที่ตั้งอยู่ตามแนวยุทธศาสตร์ Belt and Road เช่น Tallinn Black Nights Film Festival (สาธารณรัฐเอสโตเนีย) และ Cairo International Film Festival (สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์) จากนั้นในครึ่งหลังของปี 2559 ก็ได้เพิ่มความร่วมมือกับ Mumbai Film Festival (สาธารณรัฐอินเดีย), Warsaw International Film Festival (สาธารณรัฐโปแลนด์) และ Dubai International Film Festival (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เพื่อสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดเทศกาลภาพยนตร์ การจัดเสวนาพิเศษ การแลกเปลี่ยนบุคลากร ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่งาน SIFF ในปีนี้ จะมีแนวคิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตามนโยบาย “Belt and Road” แทรกอยู่ตลอดทั้งงาน อาทิ การจัดประกวดภาพยนตร์ชิงรางวัล Jin Jue Prize (金爵奖) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของงานเทศกาลฯ ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตภาพยนตร์ในหลายประเทศทั่วโลก ดังเห็นได้จากการที่มีภาพยนตร์จำนวน 2,528 เรื่อง จาก 106 ประเทศ สมัครเข้าชิงรางวัล ซึ่งในบรรดาภาพยนตร์เหล่านี้ มี 1,016 เรื่องที่มาจาก 47 ประเทศตามแนวยุทธศาสตร์ Belt and Road ซึ่งมีจำนวนสูงกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์ได้สัมผัสถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในดินแดนที่แตกต่าง ลดช่องว่างในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

     

งานตลาดภาพยนตร์นานาชาติ (Film Market) ก็เป็นอีกส่วนสำคัญของเทศกาลฯ นี้ และเหมือนเช่นทุกปีที่ BIC Shanghai ได้มีโอกาสเข้าร่วมออกบูธในงานตลาดภาพยนตร์นานาชาติที่ศูนย์จัดนิทรรศการเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Exhibition Center) ในปีนี้มีผู้ประกอบการต่างชาติจำนวน 251 ราย จากหลายประเทศสนใจเข้าร่วมงาน อาทิ ไทย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรีย ตุรกี เบลเยียม ฝรั่งเศส โดยเป็นผู้ผลิต ผู้ร่วมลงทุน ผู้จัดจำหน่าย Post Production เทคนิคพิเศษในการถ่ายทำและตกแต่งภาพ ทำให้พื้นที่ออกบูธภายในงานต้องขยายจาก 10,000 ตารางเมตร ในปี 2559 เป็น 11,000 ตารางเมตร ในปี 2560 นอกจากนี้ ในงานยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นพื้นที่ของ “The Belt & Road Pavilion” โดยได้เชิญคณะกรรมาธิการภาพยนตร์จากประเทศตามแนวยุทธศาสตร์ Belt and Road จำนวน 25 ประเทศเข้าร่วมจัดนิทรรศการและสัมมนาเพื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาภาพยนตร์ร่วมกัน ซึ่งในปี 2559 นิทรรศการดังกล่าวเน้นกลุ่มประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศไทยด้วย แต่ในปีนี้หมุนเวียนมาเป็นกลุ่มประเทศในแถบเอเชียกลาง และตลอดทั้งเทศกาลฯ ยังมีการจัดเสวนาที่น่าสนใจเกี่ยวกับธุรกิจภาพยนตร์ถึง 14 กิจกรรม อาทิ การเสวนาโต๊ะกลมวัฒนธรรมภาพยนตร์ 1 แถบ 1 เส้นทาง (The Belt and Road Film Culture Roundtable Talk) เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ แสวงหาความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต และร่วมกันวางพิมพ์เขียวในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศตามแนวยุทธศาสตร์ Belt and Road  การเสวนาเรื่องอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีน และการเสวนาเรื่องการตีความนโยบายที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ของนครเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น

ในส่วนของผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทย รวมถึงสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ (The National Federation of Motion Pictures and Contents Associations - MPC) ที่เข้าร่วมออกบูธในปีนี้มีจำนวน 13 บริษัทที่ประกอบธุรกิจแตกต่างกันไป เช่น Post Production แอนิเมชันและการสร้างเทคนิคพิเศษทางภาพ (Animation and VFX) การบริการสตูดิโอและสถานที่สำหรับถ่ายทำรายการภาพยนตร์ การบริการผลิตและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยต่างก็ให้ความสนใจงานตลาดภาพยนตร์ SIFF เนื่องจากงานนี้เป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจภาพยนตร์ที่ใหญ่และมีศักยภาพที่สุดของจีน ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในธุรกิจภาพยนตร์ทั้งในจีนและต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยได้มีโอกาสเจรจาหาโอกาสทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการนานาชาติ รวมทั้งเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยได้เป็นอย่างดี

จากการสังเกตผู้ที่เข้ามาสอบถามข้อมูลและจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยของ BIC Shanghai พบว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการจีนจำนวนมากให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ การมาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมี location ที่สวยงาม มีต้นทุนการถ่ายทำที่ไม่สูงมาก และยังมีนโยบายคืนเงิน (cash rebates) ให้กับผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยและมีการใช้จ่ายเงินให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลของไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นนโยบายที่กรมการท่องเที่ยวเริ่มนำมาใช้ในปี 2560 และได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2560 บริษัทต่างชาติได้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยแล้วถึง 432 เรื่อง คิดเป็นรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งประเทศจีนเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 1 โดยมีการถ่ายทำภาพยนตร์จำนวน 37 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 200 ล้านบาท หากเราประชาสัมพันธ์มาตรการดังกล่าว รวมถึงขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยในวงกว้าง ก็จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์และ Post Production ในไทยได้อย่างแน่นอน

เรื่องการขอซื้อลิขสิทธิ์ และ Post Production รวมถึงการหาดารา นักแสดงชาวไทยมาร่วมงาน ก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการชาวจีนให้ความสนใจไม่แพ้กัน อนึ่ง มีผู้ให้ความเห็นว่า แม้ชื่องานจะเป็น ตลาดภาพยนตร์ (Film Market) ” แต่ทางการจีนมีระเบียบจำกัดการฉายภาพยนตร์ต่างชาติเพียงปีละ 34 เรื่อง (ปี 2559 มีการยกเว้นให้ฉายได้ 38 เรื่อง) ทำให้การจำหน่ายภาพยนตร์เพื่อฉายในโรงไม่ใช่เป้าหมายหลักของการมาร่วมงานนี้ อีกทั้งความนิยมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นได้เพิ่มโอกาสของการฉายภาพยนตร์ตามเว็บไซต์ออนไลน์แทน นอกจากนี้ การที่นครเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์โฆษณาที่สำคัญของจีน จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ให้บริการ Visual Effect และ Post Production ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากด้วย

ถ้ามองว่างานตลาดภาพยนตร์นานาชาติเป็นแหล่งข้อมูลในการเช็คเรทติ้งและความต้องการของลูกค้าจีนที่มีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ก็ถือว่าไทยประสบผลสำเร็จเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้ว เนื่องจากผลงานที่ผลิตออกมาได้รับความนิยมและตอบโจทย์ลูกค้าได้ บันไดสู่ความสำเร็จขั้นต่อไปที่ท้าทายยิ่งกว่า คือการนำเอาข้อสังเกตและโอกาสต่าง ๆ ที่ได้รับจากงานนี้ไปปรับปรุงพัฒนาให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันที่เหนือกว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากประเทศอื่น และก้าวสู่เวทีระดับสากลมากยิ่งขึ้น

จัดทำโดย นางสาวปิยะนุช ลือพงศ์ลัคณา

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครซี่ยงไฮ้

ข้อมูลอ้างอิง

1. ข้อมูลจากเว็บไซต์ mnw.cn วันที่ 17 มิถุนายน 2560 เรื่อง 2017上海电影节直播 上海国际电影节开幕红毯+颁奖典礼

2. ข้อมูลจากเว็บไซต์ news.sina.com.cn วันที่ 21 มิถุนายน 2560 เรื่อง 2017年上海国际电影节:二十载光影梦再启程

3. ข้อมูลจาก Wechat 上海国际电影节วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 เรื่อง 一带一路”,我们来了!上海国际电影节“一带一路”展映单元首批片单

4.. ข้อมูลจากเว็บไซต์ siff.com วันที่ 19 มีนาคม 2560 เรื่อง 一带一路概述

5. ข้อมูลจากเว็บไซต์ thailandfilmoffice.org เรื่อง Thailand Incentive Measures

6. ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต




ปรับปรุงล่าสุด : 28 กรกฏาคม 2560
โดย : นางสาวปิยะนุช ลือพงศ์ลัคณา

นครเซี่ยงไฮ้ / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซียงไฮ้