ปิดฉากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 21 โอกาสที่มาพร้อมกับความท้าทายของวิสาหกิจไทยในนครซีอาน

ปิดฉากงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ย ครั้งที่ 21 โอกาสที่มาพร้อมกับความท้าทายของวิสาหกิจไทยในนครซีอาน

ปิดฉากไปแล้วสำหรับงานมหกรรมส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างจีนตะวันออกและตะวันตกหรือ เรียกสั้นๆ ว่างานมหกรรม “ซีเชี่ยหุ้ยซือปั๋วหุ้ย” ครั้งที่ 21 ถือเป็นงานมหกรรมประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยพื้นที่จัดแสดงสินค้าขนาด 300,000 ตารางเมตร โดยมีผู้แทนจาก 70 ประเทศทั่วโลก วิสาหกิจในประเทศมากกว่า 900 ราย วิสาหกิจจากต่างประเทศกว่า 300 รายเข้าร่วมงานฯ และมีผู้เข้าชมมากถึง 600,000 คน

 

                                         พิธีเปิดคูหาประเทศเกียรติยศ (เซอร์เบีย) ประจำปี 2560

งานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยกับประเทศไทย 

งานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ให้ชาวจีนและชาวต่างชาติในมณฑลส่านซีรู้จักมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ปี 2551 ประเทศไทยเข้าร่วมงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซีอาน ได้จัดบูธเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การสาธิตอาหารไทยและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย อาทิ การค้า การลงทุน การขอรับการตรวจลงตรา (การขอวีซ่า) และการท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย นอกเหนือจากกิจกรรมเผยแพร่วัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยของสถานกงสุลใหญ่ฯ แล้ว ยังมีผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งเข้าร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้า โดยมากเป็นสินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพ อาทิ ยาหม่องสมุนไพร ลูกประคบสมุนไพร หมอนสุขภาพจากยางพารา และเครื่องประดับทำจากดิน นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจภาคบริการด้านการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมและบริษัทนำเที่ยวที่มาร่วมออกร้านเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้วย 

กิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ของสถานกงสุลใหญ่ฯ

 สำรวจตลาดและกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในนครซีอานผ่านงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยฯ 

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน ได้สำรวจสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้เข้าชมงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยซือปั๋วหุ้ย สรุปได้ดังนี้

1. กลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ได้รับความนิยมต่อเนื่อง

ภายในงานฯ พบว่า ผู้ประกอบการจากหลายประเทศมีการแนะนำและจำหน่ายสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องปรุงเพื่อสุขภาพ อาทิ น้ำมันมะกอกจากประเทศสเปน ข้าวโอ๊ตและธัญพืชจากประเทศออสเตรเลีย ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปพร้อมทาน และเครื่องดื่มกึ่งสำเร็จรูป อาทิ สารสกัดจากฟักทอง มันม่วง และถั่วต่างๆ จากประเทศเกาหลีใต้ อาหารทะเลอบแห้งจากประเทศรัสเซีย และเห็ดและผลไม้อบแห้งจากไต้หวัน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานฯ เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้จากการสำรวจสินค้าจากประเทศไทยที่จำหน่ายในงานฯ พบว่า สินค้าอาหารแปรรูปยังมีจำนวนน้อย ซึ่งผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณานำสินค้ากลุ่มดังกล่าวมาประชาสัมพันธ์ในงานฯ ครั้งต่อไป

2. เครื่องใช้เพื่อสุขภาพ บำบัดร่างกายและเสริมความงาม

จากการสำรวจข้อมูลพบว่า สินค้าเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมสูงจากผู้เข้าชมงานฯ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มความสวยความงามและบำบัดความเครียด อาทิ เครื่องนวดดวงตาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและบำรุงร่างกาย สมุนไพรสกัด/ยาหม่องเพื่อบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ หมอนเพื่อสุขภาพจากยางพาราจากประเทศไทย ทั้งนี้ พบว่าสินค้ากลุ่มดังกล่าวที่ผู้ประกอบการตั้งราคาไม่สูงมากนักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้บริโภคชาวซีอานจำนวนมาก มีแนวคิดว่าสินค้าที่จำหน่ายในงานแฟร์มักเป็นสินค้าคุณภาพดีและมีราคาถูก

โอกาสและความท้าทายของสินค้าไทยในนครซีอาน

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนฯ ได้รวบรวมประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้สนใจจะเข้าร่วมงานฯ ในอนาคต ดังนี้

1. ตลาดซีอานเหมาะกับสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ราคาไม่สูงจนเกินไป

แม้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติมณฑลส่านซีจะระบุว่า ชาวซีอานมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 8 ในทุก ๆ ปี แต่นับว่ายังเป็นมณฑลที่ประชาชนเพิ่งเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น ชาวซีอานจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับราคาสินค้า โดยเฉพาะหากสินค้านำเข้ามีราคาที่สูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันมากเกินไป อาจทำให้สินค้าไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ดังนั้น การศึกษาตลาดที่มีความแตกต่างกันในแต่ละมณฑล รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้สอดคล้องกับชนิดของสินค้า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม

2. สินค้าทดแทน ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวซีอาน

จากการสังเกตข้อมูลพบว่า สินค้าหลายประเภทที่ไทยเคยเป็นผู้ผลิตและเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการจากหลายประเทศนำสินค้าที่มีความใกล้เคียงกันเข้ามาจำหน่าย เช่น สบู่สมุนไพรน้ำมันหอมระเหย และกระเป๋า Handmade หนังจระเข้จากประเทศเกาหลีใต้ ขนมธัญพืชอบกรอบ โดยเฉพาะที่แปรรูปจากข้าวและถั่วจากประเทศมาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน กาแฟรสผลไม้จากประเทศมาเลเซีย กาแฟลดน้ำหนักจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น

 

3. สินค้าที่แปลกใหม่และเพิ่มสรรพคุณ ได้รับความนิยม

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลให้การรับข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย และทำให้ชาวซีอานมีความคิดที่เปิดรับและกล้าลองมากขึ้น สินค้าที่มีความแปลกใหม่ไม่จำเจจึงได้รับการตอบรับที่ดี

รู้ไว้ใช่ว่า ..... เอกสารประกอบการนำเข้าเครื่องสำอางและสปาสมุนไพร

จากการสำรวจข้อมูลยังพบว่า สินค้าไทยที่นำมาจำหน่ายภายในงานฯ บางส่วนเป็นการนำสินค้าเข้ามาพร้อมกับสัมภาระ ซึ่งมักจะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรถือว่าเป็นสินค้าเพื่อการจัดแสดง ไม่ใช่เพื่อการจำหน่าย ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทระหว่างผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐของจีนที่กำกับดูแลคุณภาพสินค้า และเพื่อประโยชน์ในการนำเข้าสินค้าอย่างถูกต้อง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนฯ ได้รวบรวมข้อมูลการนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสปาสมุนไพรมายังประเทศจีน ดังนี้

ในกรณีนำเข้าสินค้าเป็นครั้งแรก สินค้าชนิดนั้นๆ จำเป็นต้องผ่านการอนุมัติและตรวจสอบจากสำนักงานตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคแห่งชาติ (General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine of the People's Republic of China: AQSIQ) หรือ สำนักงานตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรคประจำมณฑล (China Inspection and Quarantine Bureau: CIQ) นอกจากนี้ หากเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางซึ่งถูกจัดเป็นกลุ่มสินค้าที่ใช้กับร่างกาย ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตจากกรมตรวจสอบคุณภาพอาหารและยาแห่งชาติ (China Food and Drug Administration: CFDA) เพื่อขอรับใบรับรองความปลอดภัยทางด้านอาหารและยา (Food and Drug Safety Certificate) ด้วย

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและสปาสมุนไพรที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศจีนจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานตามที่หน่วยงานจีนกำหนด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถดำเนินการด้วยตนเองหรือใช้บริการผ่านบริษัทนำเข้า-ส่งออกก็ได้ โดยผู้นำเข้าต้องจัดเตรียมเอกสาร อาทิ

(1) ใบแสดงการตรวจสอบคุณภาพสินค้า (Certificate of Inspection and Quarantine of Inbound Goods หรือ入境货物检验检疫证明) (นอกเหนือจากจะมีการลงนามความตกลงระหว่างประเทศในการใช้มาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพตามที่ได้ตกลงกันไว้)

(2) ใบอนุญาตนำสินค้าเข้า (Import License) ปัจจุบัน สามารถยื่นคำร้องออนไลน์กับ CFDA โดยตรงได้ที่ 123.127.80.6/enterprise/index.jsp และ www.sfda.gov.cn/WS01/CL0504/32374.html (สำหรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ) และที่ www.sfda.gov.cn/WS01/CL0504/32373.html (สำหรับเครื่องสำอางทั่วไป) โดยใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 20 วัน พร้อมทั้งนำส่งตัวอย่างสินค้าเพื่อดำเนินการ Sample Test

(3) ใบอนุญาตอื่นๆ ประกอบการยื่นขอนำเข้าสินค้า อาทิ ใบรับรองแหล่งผลิต (Certificate of Producing Place) ใบรับรองสุขอนามัย (Certificate of Hygiene) ใบขนส่งสินค้า สัญญาระหว่างบริษัทนำเข้า-ส่งออก และใบรับรองการจดทะเบียนนำเข้ายา (Import Drug Registration Certificate) ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของยา

(4ชื่อคำแปลผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้า พร้อมทั้งรายละเอียดของส่วนผสม น้ำหนัก (หน่วยสากล) วันผลิต วันหมดอายุ วิธีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และชื่อและที่อยู่บริษัทที่นำเข้าหรือจัดจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในประเทศจีน โดยข้อมูลทั้งหมดต้องเป็นภาษาจีน

 **** ทั้งนี้ หากประเทศจีนยังไม่มีมาตรฐานในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าชนิดนั้นๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงในกลุ่มสินค้าที่ประเทศจีนมิได้เป็นผู้ผลิตเอง หรือเป็นสินค้าพื้นเมืองของประเทศผู้ส่งออก (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพร สปา และเครื่องสำอางของไทย) ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์จำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมเอกสารรับรอง/ประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานประเมินความเสี่ยงในด้านที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเอกสารการรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และใบอนุญาตการผลิต/จัดจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในประเทศที่ผลิตแนบไปด้วย ****

(5) เมื่อสินค้าผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพและกักกันโรค (AQSIQ หรือ CIQ) และได้รับ Certificate of Inspection and Quarantine of Inbound Goods แล้ว สินค้าดังกล่าวก็พร้อมสำหรับการดำเนินพิธีการทางศุลกากรต่อไป 

 **** ฉลากผลิตภัณฑ์ภาษาจีน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้นำเข้าควรให้ความสนใจ เนื่องจากปัจจุบัน เราสามารถพบเห็นตัวอย่างสินค้าที่แปลหรือใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรใส่ใจกับการแปลชื่อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์เป็นภาษาท้องถิ่นให้น่าสนใจ เพราะชื่อผลิตภัณฑ์และฉลากสินค้าถือเป็นด่านแรกที่จะสามารถแนะนำให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงประเภทและคุณสมบัติของสินค้า ในขณะที่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามจะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค จากการสังเกตในงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยพบว่า ยังคงมีสินค้าจากประเทศไทยและต่างประเทศจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีฉลากสินค้าภาษาจีน ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิด “ข้อกำหนดฉลากอาหารบรรจุหีบห่อที่จำหน่ายแก่ผู้บริโภค” ของรัฐบาลจีนแล้ว ยังเป็นการลดความน่าสนใจในตัวสินค้าอีกด้วย  ****

ข้อเสนอแนะการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสินค้าจากประเทศไทยในนครซีอาน

1. แสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพในพื้นที่

ปัจจุบัน กระแสนิยมไทยในนครซีอานยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สินค้าและการท่องเที่ยวไทยได้รับความสนใจจากชาวซีอานมากขึ้น ทั้งนี้ หากพิจารณานครซีอานรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบแล้ว พบว่า เฉพาะใน  นครซีอานมีประชากรที่เป็นมุสลิมมากถึง 60,000 คน (ทั้งมณฑลราว 140,000 คน) ผู้ประกอบการอาจพิจารณาต่อยอดสินค้าและบริการที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้บริโภคมุสลิม อาทิ การท่องเที่ยวเชิงฮาลาล ธุรกิจบริการด้านการแพทย์หรือโรงแรมที่รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม หรือกลุ่มอาหารและเครื่องใช้ที่มีตรามาตรฐานฮาลาลรับรอง มาประชาสัมพันธ์ในงานมหกรรมซีเชี่ยหุ้ยให้มากยิ่งขึ้น

2. สำรวจความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่

การสำรวจความต้องการของผู้บริโภคทำให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่นั้น ๆ อาทิ เนื่องจากนครซีอานไม่มีแหล่งผลิตอาหารทะเล โดยมากจะทำการขนส่งอาหารทะเลมาจากจีนตอนใต้ และอาศัยการประมงน้ำจืดจากแม่น้ำเหลืองเป็นหลัก ผู้ประกอบการไทยจึงอาจพิจารณาส่งออกอาหารทะเลแปรรูป หรืออาหารทะเลอบแห้ง เพื่อจำหน่ายในพื้นที่จีนตะวันตกเฉียงเหนือได้

3. เสาะหาช่องทางการค้าที่เหมาะสมกับยุค Internet of Things  

ร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันมีบทบาทกับการจับจ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่ของประเทศจีนมากขึ้น โดยเฉพาะการค้าปลีกที่กลายมาเป็นช่องทางการซื้อสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมไปถึงสินค้านำเข้าที่เริ่มมีช่องทางการกระจายสินค้าที่หลากหลายขึ้น อาทิ ในนครซีอาน ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มการค้าที่อำนวยความสะดวกให้กับวิสาหกิจและผู้ประกอบการมากขึ้น เช่น 

(1) www.iesroad.com แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่เป็น Cross Border E-Commerce ที่สำคัญแห่งหนึ่งของมณฑลส่านซี ภายใต้การดูแลของเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนนครซีอานที่ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2557 

(2) www.shanxibaiyue.com แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ของเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง ที่มีสาขาอยู่ที่นครซีอาน 

และ (3) www.culigo.com เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถลงทะเบียนหรือติดต่อผ่านเว็บไซต์เพื่อขอรับข้อมูลการนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ข้างต้นได้ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจฯ คาดว่า รูปแบบแพลตฟอร์มที่คล้ายคลึงกันนี้จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมณฑลส่านซีเป็น 1 ใน 7 มณฑลล่าสุดที่ได้รับการอนุมัติเป็นเขตนำร่องการค้าเสรี (Pilot Free Trade Zone) ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกจากการเป็นเขตนำร่องฯ มากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของจีนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นพิเศษ และช่องทางการชำระเงินที่รองรับวิถีการใช้จ่ายของชาวจีนที่โดยมากเป็นกระเป๋าเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

บทส่งท้าย

ประเทศจีนถือเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ระดับโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่เค้กชิ้นใหญ่ชิ้นนี้จะมีผู้ประกอบการจากหลายประเทศพร้อมเข้าร่วมตัดแบ่ง มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเข้ามาสู่สนามการแข่งขันดังกล่าวแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะการทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค ดังนั้น นอกจากการสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว การใช้ช่องทางการกระจายสินค้าที่เหมาะสม การศึกษาแนวโน้มความนิยมสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละมณฑลอย่างถ่องแท้ จะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มโอกาสการทำตลาดสินค้าในพื้นที่มณฑลส่านซีได้มากยิ่งขึ้น  

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. http://data.stats.gov.cn/index.htm

2. http://data.stats.gov.cn/mapdata.htm?cn=E0102

3. http://www.zjgbyy.com/a/2017/0514/31540.html

4. http://www.chinaislam.net.cn/cms/whyj/yslgk/201205/21-59.html             

 




ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิถุนายน 2560
โดย : ตรีชฎา ขันตยานุวงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน
แหล่งข้อมูล : การเข้าร่วมงาน

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน