แวะทักทายโรงเรียน “ม้าเหล็ก” ชื่อดังของจีน และโอกาสพัฒนาความร่วมมือกับไทย

แวะทักทายโรงเรียน “ม้าเหล็ก” ชื่อดังของจีน และโอกาสพัฒนาความร่วมมือกับไทย

ไม่กี่ปีมานี้ อุตสาหกรรม “ม้าเหล็ก” ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นประเทศที่มีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก โดยมีระยะทางรวมกว่า 20,000 กม. คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 65 ของโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 30,000 กม. ภายในปี 2563 แต่นอกเหนือจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีระบบรางแล้ว บุคลากรก็ถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้ระบบรางของจีนเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว

มหาวิทยาลัยจงหนาน (Central South University) ถือเป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาที่สร้างบุคลากรระบบรางคุณภาพดีให้กับจีนมานานเกือบ 65 ปี และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านรถไฟติด Top10 ของจีน โดยมีวิทยาเขตด้านระบบราง (Railway Campus) โดยเฉพาะ  วิทยาเขตระบบรางของมหาวิทยาลัยจงหนานตั้งอยู่นครฉางซา เมืองเอกของมณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นชุมทางรถไฟความเร็วสูงที่สำคัญทางตอนกลางของจีนที่เชื่อมต่อไปยังเมืองเอกใน 20 มณฑล/เขตของจีน และนอกจากความได้เปรียบด้านที่ตั้งแล้ว มหาวิทยาลัยจงหนานยังมี “จุดเด่น” ที่มีห้องปฏิบัติการระดับประเทศด้านรถไฟความเร็วสูงที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train Research Center) และห้องปฏิบัติการวิศวกรรมแห่งชาติเพื่อเทคโนโลยีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (National Engineering Laboratory for Construction Technology of High Speed Railway) ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกอบรมนักศึกษาในภาคปฏิบัติแล้ว ยังเป็นสถานที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง รวมถึงด้านความปลอดภัยของรถไฟ

ภายในศูนย์วิจัยรถไฟความเร็วสูงมีห้องทดสอบที่หลากหลาย อาทิ ห้องทดสอบการสั่นสะเทือน ห้องทดสอบการชนและแรงกดทับ และห้องทดสอบความเร็วในการวิ่งของรถไฟความเร็วสูง แต่จุดเด่นสำคัญคือ เป็นสถานที่ทดสอบรถไฟความเร็วสูงก่อนการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ รวมถึงประเทศในภูมิภาคยุโรป

สำหรับห้องปฏิบัติการวิศวกรรมแห่งชาติเพื่อเทคโนโลยีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ถือเป็น 1 ใน 10 ห้องปฏิบัติการวิศวกรรมแห่งชาติของจีน ประกอบด้วย 3 อาคารขนาดใหญ่ ที่ให้ความสำคัญต่อการวิจัยตัวรถและเส้นทางรถไฟ โดยมุ่งเน้นการทดสอบ 4 ด้าน คือ ระบบสั่นสะเทือน ระบบอุโมงค์ลมเพื่อทดสอบแรงของอากาศที่กระทำต่อวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ ระบบกำลังการขับเคลื่อนบนฐานรางรถไฟ และการจำลองสภาพแวดล้อม (อาทิ ลักษณะพิเศษทางธรณีวิทยา ดิน หิน น้ำ คอนกรีต) โดยห้องปฎิบัติการทั้ง 2 แห่งเป็นห้องปฎิบัติการที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีความครบครันของอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบซึ่งที่มีมูลค่ากว่า 400 ล้านหยวน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจงหนานได้ลงนามความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นอกจากนี้ ยังแสวงหาความร่วมมือในด้านอื่น ๆ อาทิ การวิจัยร่วมกัน การส่งอาจารย์และนักศึกษาไปฝึกอบรมระยะสั้น ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยจงหนานยังมีทุนการศึกษาด้านการรถไฟจากกระทรวงพาณิชย์จีนมอบให้นักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้หลักสูตรปริญญาโทด้านวิศวกรรมการขนส่ง (อุปกรณ์สำหรับการขนส่งระบบราง) (Master Degree in Transportation Engineering:Rail Transportation Equipments) ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ โดยในปี 2560 มีนักเรียนต่างชาติ 65 คน จาก 10 ประเทศได้รับทุนดังกล่าว อาทิ บราซิล ลาว เอธิโอเปีย

อีกหนึ่งโรงเรียนที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบรางให้กับมณฑลหูหนาน คือ วิทยาลัยเทคโนโลยีการรถไฟหูหนาน (Hunan Railway Professional Technology College) ซึ่งก่อตั้งมานานถึง 66 ปี ตั้งอยู่เมืองจูโจว ห่างจากนครฉางซาประมาณ 60 กม. โดยเมืองจูโจวได้ฉายาว่าเป็น “เมืองผลิตหัวรถจักรไฟฟ้าที่สำคัญของจีน” และยังได้รับเลือกให้เป็น “เมืองก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของจีน” รวมถึงเป็นที่ตั้งของ CRRC Zhuzhou บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตรถไฟและอุปกรณ์รถไฟของจีน

ความได้เปรียบด้านที่ตั้งของวิทยาลัยฯ ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร ส่วนชื่อเสียงด้านการพัฒนาบุคลากรก็อยู่ในลำดับแนวหน้าของจีน โดยได้รับเลือกเป็น “วิทยาลัยอาชีวศึกษาสาธิตแห่งชาติ” 1 ใน 28 แห่งรุ่นแรกของจีน ตั้งแต่ปี 2549 และในปี 2560 ติดอันดับ 20 “วิทยาลัยอาชีวะศึกษายอดเยี่ยมของจีน” จากวิทยาลัยอาชีวะ 1,346 แห่งในจีน

วิทยาลัยแห่งนี้มีหลักสูตรการขนส่งระบบราง 5 คณะ ได้แก่ คณะกำลังและแรงลากจูงของรถไฟ (หรือคณะวิศวกรรมรถไฟ) ระบบไฟฟ้าของรถไฟ ตัวรถและระบบกลไกของรถไฟ การสื่อสารและสัญญาณของรถไฟ และการบริหารจัดการรถไฟ รวมทั้งยังได้พัฒนามาตรฐานการเรียนการสอนด้านการรถไฟให้มีความเป็นสากลและเพิ่มการสอนภาษาอังกฤษเสริมใน 2 สาขา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วปานกลาง-สูงระบบ EMU (Electric Multiple Unit) และสาขาเทคโนโลยีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพื่อส่งออกบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญไปทำงานในต่างประเทศ และรองรับการส่งออกรถไฟจีนไปยังประเทศต่าง ๆ

วิทยาลัยมีพื้นที่ฝึกภาคปฏิบัติขนาด 56,000 ตร.ม. มากถึง 168 ห้อง เน้นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยมีห้องปฏิบัติการด้านรถไฟอย่างครบครัน อาทิ ห้องฝึกการขับเคลื่อนรถไฟ ห้องฝึกระบบควมคุมและเชื่อมต่อสัญญาณรถไฟ ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ห้องสร้างอุปกรณ์และอะไหล่รถไฟ และยังมีห้องทดลองร่วม EDA / SOPC (Electronic Design Automation และ System on Programmable Chip) เซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะไฟฟ้ากับบริษัท Altera International Ltd. นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือส่งนักศึกษาไปฝึกภาคปฏิบัติกับบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านรถไฟของจีน อาทิ CRRC Zhuzhou, Changsha Metro Group และ Guangzhou Railway Group ทำให้นักศึกษาที่เรียนจบแล้วได้รับการยอมรับจากบริษัททั้งในและต่างประเทศ และมีอัตราการจ้างงานในแต่ละปีมากกว่าร้อยละ 95 รวมทั้งยังได้รับรางวัลทักษะการวิชาชีพรถไฟต่าง ๆ มากมาย

วิทยาลัยฯ ยังเน้นการผลิตบุคลากรเพื่อสนับสนุนการส่งออกรถไฟของจีนไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบัน วิทยาลัยฯ มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ Emperor Alexander I St. Petersburg State Transport University ประเทศรัสเซีย ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขารถไฟและกลไกขับเคลื่อน สาขาเทคโนโลยีคมนาคมระบบรางในเมือง และ สาขาการออกแบบเครื่องจักรและการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-รัสเซีย โดยเฉพาะ Moscow-Kazan High-Speed Railway ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงเส้นแรกของรัสเซีย นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 23 แห่ง ใน 13 ประเทศ อีกทั้งยังต้องการขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียนให้มากขึ้น

ปัจจุบัน โครงการรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนหลากสี และรถไฟความเร็วสูงของไทยต่างเริ่มทยอยก่อสร้างและจะเปิดให้บริการในช่วง 5 ปีจากนี้ ซึ่งไทยจะต้องการบุคลากรด้านระบบรางตั้งแต่ระดับสูงถึงระดับปฏิบัติการจำนวนมาก ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาด้านระบบรางของจีนที่มีความครบครันทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติด้านรถไฟความเร็วสูง เป็นการเตรียมความพร้อมด้านทักษะล่วงหน้า เพื่อปิดรูรั่วการขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านระบบรางของไทยได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน องค์ความรู้ด้านการขนส่งระบบรางก็มีหลากหลายสาขา ทั้งในเรื่องของการสร้างระบบราง ระบบการขับเคลื่อน ระบบสัญญาณ ระบบการควบคุม เทคโนโลยีการซ่อมบำรุง และการบริหารจัดการเดินรถ ประกอบกับการผลิตบุคลากรแต่ละสาขาต้องใช้เงินลงทุนด้านอุปกรณ์และเครื่องมือฝึกทักษะที่มีราคาค่อนข้างสูง การวางแผนจัดการเรียนการสอนของประเทศอย่างมีระบบจะช่วยส่งเสริมให้การผลิตบุคลากรด้านระบบรางเกิดทักษะและความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์หรือตรงตามเป้าหมายอย่างครอบคลุม และยังเป็นการสนับสนุนให้โครงการระบบรางของไทยที่จะเปิดให้บริการในอีก 5 ปีข้างหน้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

*****************************************************

แหล่งข้อมูล

- จากการติดตาม กสญ ณ นครคุนหมิง เยือนมหาวิทยาลัยจงหนาน (Central South University) นครฉางซา มณฑลหูหนาน และ วิทยาลัยเทคโนโลยีการรถไฟหูหนาน (Hunan Railway Professional Technology College) เมืองจูโจว มณฑลหูหนาน ระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย. 2560
- http://en.csu.edu.cn/
- http://www.hnrpc.com/