รู้จักเขตปกครองตนเองชนชาติฮาหนีและชนชาติอี๋หงเหอ ดาวรุ่งเศรษฐกิจดวงใหม่ของยูนนาน

รู้จักเขตปกครองตนเองชนชาติฮาหนีและชนชาติอี๋หงเหอ ดาวรุ่งเศรษฐกิจดวงใหม่ของยูนนาน

เมื่อวันที่ 1-3 มิถุนายน 2560 ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (BIC) สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ได้ไปเยือนเขตปกครองตนเองฯ หงเหอ มณฑลยูนนาน ตามคำเชิญของสำนักงานการต่างประเทศ เขตฯ หงเหอ เพื่อร่วมพิธีเปิดสายการผลิตของเขตอุตสาหกรรม Sunelan ของ Sunshine Group ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ Honghe Comprehensive Bonded Zone และ Mengzi Economic Development Zone รวมทั้ง กิจกรรมส่งเสริม การลงทุนในเขตฯ หงเหอ

ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงช่วงปลายสมัยที่จีนยังเป็นสาธารณรัฐจีน เมืองเหมิ่งจื้อซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตฯ หงเหอ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศุลกากร ไปรษณีย์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ธนาคารต่างชาติ (ฝรั่งเศส) ที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ และสถานกงสุล (ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อิตาลี และญี่ปุ่น) แห่งแรกของมณฑลยูนนาน นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางรถไฟนานาชาติเส้นแรกของมณฑลยูนนานตัดผ่าน โดยมีต้นทางอยู่ที่คุนหมิง และปลายทางอยู่ที่เมืองไฮฟองของเวียดนาม (863 กม.) ซึ่งเป็นรถไฟขนาดรางกว้าง 1 เมตรที่ยาวที่สุดของจีน (469 กม.)

ปัจจุบัน ศักยภาพทางเศรษฐกิจของเขตฯ หงเหอ เรียกได้ว่า กำลังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามองเนื่องจากที่ผ่านมา GDP ของเขตฯ หงเหออยู่ในอันดับที่ 4 ของมณฑลยูนนานมาหลายปี จนขยับแซงเมืองยวี่ซี ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของมณฑลยูนนานได้สำเร็จในปี 2559 โดยเป็นรองนครคุนหมิง และเมืองฉวี่จิ้งเท่านั้น ด้วยมูลค่า GDP 133,679 ล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 10.1

ที่ตั้งของเขตฯ หงเหอมีสภาพทางภูมิศาสตร์แบบที่ราบสูงสลับกับที่ราบลุ่มแม่น้ำ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 3,074 ม. ถึง 76.4 ม. มีแม่น้ำจูเจียงและแม่น้ำหงเหอไหลผ่าน มีสภาพภูมิอากาศมรสุมเขตอบอุ่นแบบที่ราบสูง ทำให้เพาะปลูกได้ทั้งพืชเขตหนาว เขตอบอุ่น และเขตร้อน อาทิ พืชอาหารหลัก ธัญพืช ใบยาสูบ อ้อย ดอกไม้ บลูเบอรี่ ทับทิม และองุ่น โดยปี 2559 ภาคเกษตรกรรมของเขตฯ หงเหอ มีมูลค่า 21,430 ล้านหยวน ครองสัดส่วนร้อยละ 16 ของ GDP ของเขตฯ หงเหอ โดยสำหรับช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 (ปี 2559-2563) เขตฯ หงเหอได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนด้านการเกษตรที่ราบสูงสมัยใหม่ 61,120 ล้านหยวน ยกตัวอย่างผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่น ได้แก่ องุ่นจากเมืองหมีเล่อ ซึ่งมีชื่อเสียงและคุณภาพดี จนทำให้เมืองหมีเล่อได้รับสมญานามว่า “บอร์กโดซ์แห่งบูรพาทิศ” โดยมีพื้นที่เพาะปลูกนับ 1 แสนหมู่ (4.25 หมื่นไร่) มีผลผลิตกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านหยวน

นอกจากนี้ เขตฯ หงเหอ ยังมีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรแร่ธาตุ อาทิ แร่ดีบุก และแร่อินเดียม มีปริมาณสำรอง 7.8 แสนตัน และ 2,000 ตัน มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และแร่แมงกานีส มีปริมาณสำรอง 68 ล้านตัน มากเป็นอันดับ 1 ของมณฑลยูนนาน รวมถึง แร่เนฟิลีน 5 พันล้านตัน และหินอ่อน 500 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับภาคอุตสาหกรรมของเขตฯ หงเหอ มีมูลค่า 60,433 ล้านหยวน ครองสัดส่วนร้อยละ 45.2 ของ GDP เขตฯ หงเหอมีการต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่น อาทิ อุตสาหรรมผลิตไวน์แดงและไวน์ขาวจากองุ่นในเมืองหมีเล่อ อุตสาหกรรมผลิตเต้าหูจากถั่วเหลืองในอำเภอเจี้ยนสุ่ยและอำเภอสือผิง และอุตสาหกรรมผลิตยาสูบของ Hongyun Honghe Group ซึ่งในปี 2559 มีทรัพย์สินกว่า 8.7 หมื่นล้านหยวน มีกำลังการผลิตกว่า 5.11 ล้านลัง/ปี (ลังละ 50,000 มวน) และมียอดจำหน่ายกว่า 1 แสนล้านหยวน/ปี

นอกจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมแล้ว เขตฯ หงเหอให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมใหม่ โดยได้มีการจัดตั้ง Honghe Comprehensive Bonded Zone และ Mengzi Economic Development Zone และ Cross-border Economic Cooperation Zone (เหอโข่ว-ลาวไกของเวียดนาม) โดยใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ การยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้และภาษีส่งออก การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิการครอบครองที่ดิน รวมทั้ง ความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ที่สามารถขนส่งสินค้าจากเมืองเหมิ่งจื้อไปยังท่าเรือไฮฟองของเวียดนาม ในระยะทางเพียง 600 กม. (ห่างจากท่าเรือของกว่างซี 900 กม. และห่างจากท่าเรือของกวางตุ้ง 1,300 กม.) ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการขนส่งเพื่อส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคอื่น โดนเน้นดึงดูดการลงทุนใน 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ เกษตรกรรมที่ราบสูงสมัยใหม่ วัสดุรูปแบบใหม่และสารสนเทศ โลจิสติกส์สมัยใหม่ การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ยาชีวภาพและสุขภาพ และอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค

ล่าสุด Sunshine Group ซึ่งประกอบกิจการ 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (2) เทคโนโลยีสารสนเทศ (3) ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และ (4) อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว และชา โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ได้เลือกมาลงทุนสร้างเขตอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหงเหอ ใน Honghe Comprehensive Bonded Zone และ Mengzi Economic Development Zone ด้วยเงินลงทุนกว่า 5 พันล้านหยวน เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ยี่ห้อ Sunelan อาทิ โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน แท็บแล็ต พัดลม โทรทัศน์ หูฟังและนาฬิกาข้อมือบลูธูท โรบอท จักรกลอัจฉริยะที่ใช้ในโรงงาน และแผงวงจรไฟฟ้า เน้นส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยมีพิธีเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ซึ่งจะช่วยสร้างงานกว่า 8,000 ตำแหน่ง และสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกว่า 2,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ คาดว่า เมื่อถึงปี 2563 วิสาหกิจใน Mengzi Economic Development Zone จะมีรายได้รวมกว่า 1 แสนล้านหยวน

ในส่วนอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งทวีความสำคัญต่อ GDP ของเขตฯ หงเหอมากขึ้น จากสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 30 เพิ่มเป็นร้อยละ 38.8 ขณะที่ภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนลดลง การท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเขตฯ หงเหอ โดยปี 2559 สร้างรายได้ 27,461 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 20 ต่อ GDP ของเขตฯ หงเหอ ขยายตัวร้อยละ 44.12

ในการไปเขตฯ หงเหอครั้งนี้ ศูนย์ BIC คุนหมิงยังได้มีโอกาสไปเยี่ยมโครงการลงทุนด้านการท่องเที่ยว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ East Wind Rhythm (东风韵) ใช้เงินลงทุนกว่า 2 พันล้านหยวน เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติผสานกับศิลปะ โครงการ Honghe Nativeland (红河水乡) ใช้เงินลงทุน 7.3 พันล้านหยวน เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย แหล่งช๊อปปิ้ง และเมืองโบราณสไตล์ซูโจว และโครงการ Huquan Lake Ecological Park (湖泉生态园) ลงทุนโดย Hongyun Honghe Group อุตสาหกรรมยาสูบรายใหญ่ที่สุดของเขตฯ หงเหอ ประกอบด้วยโรงแรม สวนสาธารณะ บ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง และสวนน้ำ โดยโครงการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทั้ง 3 โครงการนี้ล้วนตั้งอยู่ในเมืองหมีเล่อ ที่นอกจากองุ่นและไวน์มีชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นพี่ใหญ่ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเขตฯ หงเหออีกด้วย จากการที่เมืองหมีเล่อมีมูลค่า GDP สูงที่สุดใน 13 เมือง/อำเภอของเขตฯ หงเหอ

นอกจากเมืองหมีเล่อแล้ว เขตฯ หงเหอยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น เมืองโบราณอำเภอเจี้ยนสุ่ยที่มีประวัติกว่า 1,000 ปี นาขั้นบันไดอำเภอหยวนหยางที่ถูกประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2556 เมืองเหมิ่งจื้อที่เป็นต้นกำเนิดขนมจีนข้ามสะพาน และอำเภอเหอโข่วที่เป็นด่านพรมแดนติดกับเมืองลาวไกของเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งการเดินทางก็สะดวกสบาย เพราะมีเส้นทางคมนาคมรองรับอย่างครอบคลุม ทั้งทางด่วนคุนหมิง-เหอโข่ว เส้นทางรถไฟคุนหมิง-เหอโข่ว และเส้นทางรถไฟความเร็วสูงคุนหมิง-หมีเล่อ นอกจากนี้ เขตฯ หงเหอ อยู่ระหว่างก่อสร้างสนามบิน 3 แห่งที่เมืองเมิ่งจื้อ เมืองหมีเล่อ และอำเภอหยวนหยาง

ปัจจุบัน ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และการค้าระหว่างประเทศติดลบ แต่ “ซาร่า ควินแลน” รองประธานอาวุโสด้านข้อมูลเพื่อการตลาดของมาสเตอร์การ์ดให้ความเห็นว่า ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกจะยังคงขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคทั่วไปได้เปลี่ยนวิธีคิดและวิถีชีวิต โดยมองว่า “การเดินทางท่องเที่ยวจะช่วยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และยังทำให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้ปานกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ทรงพลังอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ช่วยผลักดันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกและมีการใช้จ่ายมากที่สุด”

ทั้งนี้ เขตฯ หงเหอ เคยมี GDP สูงเป็นอันดับ 2 ของมณฑลยูนนานมาก่อน แต่เนื่องจากพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างไฟฟ้า พลังงาน แร่ และเคมีภัณฑ์มากเกินไป ขาดการพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้ไม่มีตัวขับเคลื่อนใหม่ทางเศรษฐกิจ การขยายตัวลดลง มูลค่า GDP ถูกเมืองฉวี่จิ้ง และเมืองยวี่ซีแซงหน้า จนตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 4 ของมณฑลยูนนาน ปัจจุบัน เขตฯ หงเหอ ได้ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยยังให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมด้วยการส่งเสริมการเกษตรกรรมที่ราบสูงสมัยใหม่ และต่อยอดด้วยการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็เร่งดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ในสาขาต่างๆ นอกจากนี้ ก็เร่งการเติบโตของภาคบริการและการท่องเที่ยว โดยใช้จุดเด่นจากทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีอยู่และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ใช้เครือข่ายการคมนาคมที่ทันสมัยและครอบคลุมเชื่อมโยงทั้งหมดเข้าด้วยกัน หากสามารถรักษาอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วกว่าเมืองฉวี่จิ้งไว้ได้ เขตฯ หงเหอก็มีลุ้นที่จะลดช่วงห่าง 4 หมื่นล้านหยวน เพื่อกลับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 2 ของมณฑลยูนนาน

สอดคล้องกับ Thailand 4.0 ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” จากโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำมาก ได้น้อย” เปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เพื่อทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำความมั่งคั่ง และกับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาระหว่าง Thailand 4.0 กับการพัฒนาของเขตฯ หงเหอ และยังเป็นโอกาสในการริเริ่มความร่วมมือในสาขาต่างๆ ระหว่างกันต่อไป

จัดทำโดย นายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง