รู้จักกับตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู อีกหนึ่งโอกาสของผู้ส่งออกไทย

รู้จักกับตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู อีกหนึ่งโอกาสของผู้ส่งออกไทย


ไม่กี่ปีมานี้ ราคาผลไม้ของจีนขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาผลไม้ท้องถิ่นและผลไม้นำเข้ามีความแตกต่างน้อยลง กอปรกับการมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวจีน และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลความต้องการบริโภคผลไม้นำเข้าเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้โอกาสทางการตลาดของผลไม้ต่างชาติในจีนสูงขึ้นเช่นกัน  

“ผลไม้ไทย” ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดผู้บริโภคชาวจีน ผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบ ได้แก่ ทุเรียน  (ราชาผลไม้ไทย) มังคุด (ราชินีผลไม้ไทย) กล้วยไข่ มะพร้าว ส้มโอ และลำไย ปัจจุบัน ผลไม้ไทยในจีนสามารถหาซื้อได้ง่าย มีช่องทางการจำหน่ายมากมาย อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านผลไม้เฟรนไชส์ ตลาดสด รวมไปถึงการสั่งซื้อผลไม้ทางออนไลน์

ปัจจุบัน ไทยส่งออกผลไม้ไปยังจีนประมาณ 200,000-300,000 ตัน/ปี โดยการขนส่งผลไม้มาจีนจะมีทั้ง การขนส่งผ่านทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยจะขนส่งมารวมตัวกันที่ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรของแต่ละเมือง ก่อนที่จะกระจายไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกและตลาดสด เพื่อจำหน่ายต่อไปยังผู้ค้าส่งและผู้บริโภค

ในโอกาสนี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน นครเฉิงตู (BIC เฉิงตู) จะขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคจีนตะวันตก คือ ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู มหานครฉงชิ่ง ตลาดใหม่ชั้นแนวหน้าของวงการตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติในจีน 

ทำความรู้จักกับตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู มหานครฉงชิ่ง

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน ณ นครเซี่ยงไฮ้ (เขตอาณาครอบคลุมมหานครฉงชิ่ง) กงสุลฝ่ายเศรษฐกิจ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ BIC ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาศักยภาพของตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู มหานครฉงชิ่ง รวมทั้งลู่ทางส่งเสริมความร่วมมือสำหรับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย                     

ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติชวงฝู มหานครฉงชิ่ง (Chongqing Shuangfu International Agricultural Trade City) เป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพลำดับต้น ๆ ของจีนตะวันตก ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมซวงฝู เขตเจียงจิน มหานครฉงชิ่ง เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2557 เริ่มแรกเป็นเพียงตลาดค้าส่งผัก ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2558 ได้เริ่มต้นประกอบกิจการค้าส่ง ผลไม้และสินค้าเกษตรประเภทอื่น ๆ ตลาดฯ ซวงฝู ลงทุนก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 10,000 ล้านหยวน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,000 หมู่จีน (ประมาณ 2,080 ไร่) เป็นพื้นที่ใช้สอย 3,600 หมู่จีน (ประมาณ 1,500 ไร่) ภายในตลาดฯ แบ่งออกเป็น 4 โซน สำคัญ ได้แก่ โซนจำหน่ายสินค้า โซนรับ-ส่งสินค้า โซนสำนักงาน และโซนบริการอื่น ๆ

สินค้าเกษตรภายในตลาดค้าส่งแห่งนี้ประกอบด้วย ผัก ผลไม้ สัตว์น้ำ สินค้าประมง น้ำมันพืช ธัญพืช  และอื่น ๆ ปัจจุบัน มีการนำเข้าสินค้าผักสดประมาณ 7,500 ตัน/วัน และผลไม้ประมาณ 1,000 ตัน/วัน และมีปริมาณการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 6-10 ล้านตัน/ปี มูลค่าการค้าประมาณ 3-5 หมื่นล้านหยวน/ปี มีพนักงานภายในตลาดฯ กว่า 3 หมื่นคน นอกจากนั้น ตลาดแห่งนี้ ยังเป็นศูนย์แสดงสินค้าแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าแปรรูปเพื่อสุขภาพ อาทิ ชาเขียว มะแขว่น (ฮัวเจียว-Huajiao) น้ำมันพืช ถั่วลิสง ขนมขบเคี้ยว เต้าหู้ยี้ ไข่ไก่ ข้าวสาร สำหรับสินค้าเกษตรไทยที่นำมายังตลาดนี้เข้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้กว่า 15 ชนิด อาทิ มะม่วง ทุเรียน กล้วยไข่ ลำไยอบแห้ง ขนุน ส้มโอ มะพร้าว และมังคุด

จุดเด่นของตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติชวงฝู มหานครฉงชิ่ง

1) ภาครัฐฉงชิ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร โดยได้กำหนดให้ตลาดซวงฝู เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาหลักด้านเกษตรกรรม และได้กำหนดนโยบายส่งเสริม  และสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังให้ตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางกระจายผักและผลไม้แห่งจีนตะวันตก

2) ตลาดฯ ซวงฝูตั้งอยู่ในทำเลที่มีการคมนาคมขนส่งที่สะดวก มีการเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟ ท่าเรือและท่าอากาศยานของฉงชิ่ง กล่าวคือ

- ใกล้กับเส้นทางด่วนสายฉงชิ่ง-เฉิงตู

- ใกล้กับศูนย์พักตู้คอนเทนเนอร์สินค้าของสถานีไป่ซื่ออี้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟขนส่งสินค้าฉงชิ่ง-ยุโรป ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

- ห่างจากสถานีรถไฟฉงชิ่งเป่ยประมาณ 30 นาที

- อยู่ห่างจากท่าเรือปลอดภาษีเหลี่ยงลู่ชุ่นทานประมาณ 30 นาที

- อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติเจียงเป่ย 30 นาที

3) มีการประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรหลากหลายประเภท ทั้ง ผัก (ปริมาณการค้าผัก/ปี มีมูลค่ามากกว่าตลาดเกษตรเจียงหนาน นครกว่างโจว) ผลไม้ อาหารแช่เยือกแข็ง เนื้อ และอาหารทะเล รวมถึง มีคลังสินค้า   ห้องเย็นขนาดใหญ่ไว้แช่สินค้าเกษตรก่อนการกระจายสินค้า

 

4) มีขนาดพื้นที่กว้างขวางสามารถรองรับจำนวนตู้สินค้า และรถขนสินค้าได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงเป็นตลาดค้าส่งที่ให้บริการแบบ One-stop Service ทั้งด้านการซื้อ-ขาย ขนส่ง แปรรูป บรรจุภัณฑ์ จัดแสดงสินค้า และการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ทันสมัย อีกทั้งมีพื้นที่เฉพาะเพื่อการซื้อขายผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ และเตรียมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายผลไม้นำเข้าที่มีบริการทันสมัยและครบวงจร

5) ตลาดฯ ซวงฝู ได้รับประโยชน์จากยุทธศาสตร์ OBOR, นโยบายเส้นเศรษฐกิจแม่น้ำแยงซีเกียง และการ เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรถไฟเส้นทางฉงชิ่ง-ยุโรป ในการพัฒนาให้ตลาดแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางการกระจายผลไม้นำเข้าแห่งจีนตะวันตก และยกระดับการบริการให้มีมาตรฐานระดับสากล ตลอดจนวางแผนที่จะพัฒนาให้เป็น “สวนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สินค้าเกษตรอีคอมเมิร์ช” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคจีนตะวันตก

ผู้บริหารตลาดฯ ซวงฝู ให้ข้อมูลกับทางคณะฯ ว่า “ขณะนี้ตลาดฯ มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการซื้อ-ขายสินค้าเพิ่มสูงขึ้น และประเภทของสินค้าเกษตรที่ทำการซื้อ-ขายก็หลากหลายมากขึ้น สำหรับสินค้าเกษตรจากไทยที่มีจำหน่ายในตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ อาทิ ทุเรียน กล้วยไข่ มังคุด และ ส้มโอ โดยมีปริมาณการนำเข้าผลไม้ไทยไม่น้อยกว่า 20,000 ตัน/ปี ผลไม้ไทยที่มาจำหน่ายในตลาดแห่งนี้จะขนส่งมาจากมหานครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจวและกรุงปักกิ่ง เพื่อกระจายต่อไปยังลูกค้าในจีนตะวันตก ปัจจุบัน ตลาดฯ กำลังเปิดกว้างรับธุรกิจผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการ เพื่อการเติบโต ไปพร้อมกับตลาดแห่งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ส่งออกผลไม้ไทยและสินค้าเกษตรอื่น ๆ โดยทางตลาดฯ ยินดีอย่างยิ่งที่จะต้อนรับผู้ประกอบการไทย และหวังว่าอนาคตจะสามารถเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยได้มากขึ้น”

โอกาสของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไทย

ความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น นำมาซึ่งโอกาสและลู่ทางการประกอบธุรกิจ กอปรกับ มหานครฉงชิ่ง มีผู้บริโภคประมาณ 33 ล้านคน เป็นตลาดใหญ่ที่กำลังเติบโต ผู้บริโภคมีกำลังซื้อ และมีการระบบการขนส่งโลจิสติกส์ที่สะดวกในการเชื่อมโยงกับเมืองใกล้เคียง อีกทั้ง ปัจจุบันมีช่องทางการนำเข้าสินค้าต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องจากการผลักดันของภาครัฐจีนที่ต้องการสร้างการเชื่อมโยงการขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อเป็นการบุกเบิกไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศ

 

สำหรับการขนส่งที่เชื่อมโยงจากมหานครฉงชิ่งและอาเซียน รวมถึงไทย ได่แก่ 1) เส้นขนส่งทางบกฉงชิ่ง-อาเซียน (มีข้อตกลงที่จะส่งออกผลไม้และสินค้าเกษตรแปรรูปจากไทยผ่านเส้นทางสายนี้แล้ว) และเส้นทางการขนส่งทางอากาศถึงสนามบินนานาชาติเจียงเป่ย (มีข้อตกลงที่จะส่งออกผลไม้จากไทยแล้วเช่นกัน) และ 3) “อวี๋กุ้ยซิน” ฉงชิ่ง-กว่างซี-อาเซียน (สิงคโปร์) คือเส้นทางโลจิสติกส์ทางรางและทางน้ำ ซึ่งโลจิสติกส์  3 สายที่กล่าวมานี้ กำลังเร่งพัฒนาสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องและยกระดับคุณภาพการบริการเพื่อรองรับการนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศที่มีทิศทางการเติบโตที่สูงขึ้น

 

 

เมื่อพิจารณาจากทำเลที่ตั้งที่ค่อนข้างเหมาะสม มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีโครงการการพัฒนาต่อเนื่อง เปิดกว้างรับธุรกิจจากต่างชาติ และที่สำคัญได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ดังนั้น ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติซวงฝู มหานครฉงชิ่ง จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสตัวเลือกทางธุรกิจสำหรับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ที่สามารถขยายตลาดในจีนหรือบุกเบิกตลาดใหม่ที่ฉงชิ่ง โดยเฉพาะผลไม้ไทย และรวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ อาทิ ผัก สินค้าประมง สินค้าแช่เยือกแข็ง ที่มีความต้องการอย่างมากในตลาดผู้บริโภคฉงชิ่ง และผู้บริโภคในเมืองใกล้เคียง    

 

BIC เฉิงตู ขอฝากไว้ว่า ผู้ประกอบการส่งออกรายใหม่ของไทยที่กำลังวางแผนบุกตลาดจีนจำเป็นจะต้องศึกษาลู่ทาง พฤติกรรมการบริโภค มีความเข้าใจในตลาดจีน และเลือกหาคู่ค้าที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ จะต้องศึกษาวิธี/ขั้นตอนการถนอมผลเพื่อการส่งออก มิให้ช้ำเสียหายก่อนถึงผู้บริโภค เพื่อรักษามูลค่าของสินค้าาและนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค และที่สำคัญควรพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ข้อมูล และรับรู้นโยบายในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อประโยชน์และความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ      




ปรับปรุงล่าสุด : 25 มกราคม 2561
โดย : นายธวัช มหิตพงษ์ และ นางสาวแขลดาพร แสงจันทร์ศิวดล
แหล่งข้อมูล : 1. จากการศึกษาดูงานที่ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรนานาชาติชวงฝู มหานครฉงชิ่ง วันที่ 13 ธันวาคม 2560 2. www.cqrb.cn 3. www.ccpitcq.org

นครฉงชิ่ง / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู