นครเฉิงตู ครองเบอร์ 1 เมืองระดับหนึ่งรุ่นใหม่ของจีน 3 ปีซ้อน สะท้อนความเป็นความเมืองที่มีศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม

นครเฉิงตู ครองเบอร์ 1 เมืองระดับหนึ่งรุ่นใหม่ของจีน 3 ปีซ้อน สะท้อนความเป็นความเมืองที่มีศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม

 

 

 “CBN weekly”《第一财经周刊》สื่อชั้นนำด้านการเงินและเศรษฐกิจของจีน เผยผลสำรวจการวัดระดับความเป็นเมืองจาก 338 เมืองในจีน และประกาศผลการจัดอันดับ “เมืองมนต์เสน่ห์ทางธุรกิจในจีน” ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ นครเฉิงตู ขึ้นแท่นเป็นที่ 1 ของเมืองระดับหนึ่งรุ่นใหม่ของจีน 3 ปีซ้อน พร้อมกับการคว้ารางวัลที่ 1 “เมืองมนต์เสน่ห์ทางธุรกิจในจีน” ไปครองอีกด้วย  

 

ตามที่ทราบกันดีว่า เมืองระดับหนึ่งของจีน ประกอบด้วย 4 เมืองหน้าเดิมตามผลการจัดอันดับในปีก่อน ๆ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว และเมืองเซินเจิ้น แต่สำหรับในปีนี้การจัดอันดับมีการเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งแรก โดยเรียงอันดับจากมหานครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง เมืองเซินเจิ้น และนครกว่างโจว ขณะที่อันดับของเมืองระดับหนึ่งใหม่ของจีน มีจำนวนทั้งสิ้น 15 เมือง นำโดยนครเฉิงตู นครหางโจว มหานครฉงชิ่ง นครอู่ฮั่น เมืองซูโจว นครซีอาน มหานครเทียนจิน นครหนานจิง เมืองเจิ้งโจว นครฉางซา นครเสิ่นหยาง นครชิงเต่า เมืองหนิงโป เมืองตงก่วน และเมืองอู๋ซี

 

หลักเกณฑ์การประเมินผลการวัดระดับความเป็นเมืองมีการพิจารณาจาก 5 หัวข้อ โดยนครเฉิงตูได้รับ 100 คะแนนเต็ม ทั้ง 5 หัวข้อที่ใช้ในการประเมิน ดังนี้

 

1) แหล่งรวมทรัพยากรทางธุรกิจ ประเมินผลจากจำนวนห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงศักยภาพและสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปของแหล่งช็อปปิ้ง เป็นต้น โดย 3 เมือง อันดับแรกได้แก่ นครเฉิงตู (100) มหานครฉงชิ่ง (95.55) และนครหางโจว (84.58)

 

2) ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ประเมินผลจากจำนวนเส้นทางรถไฟความเร็วสูง รถไฟขนส่งสินค้า การเชื่อมโยงไปยังเมืองต่าง ๆ จำนวนสนามบิน ปริมาณการรองรับผู้โดยสาร จำนวนบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ และแห่งรวมและกระจายสินค้า เป็นต้น โดย 3 เมืองอันดับแรกได้แก่ นครเฉิงตู (100) นครซีอาน (98.90) และนครหางโจว (94.92)

 

3) พฤติกรรมบริโภค ประเมินผลจากอัตราการบริโภคในพื้นที่ มูลค่าการช็อปออนไลน์ การใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ต การสั่งอาหารออนไลน์ การใช้บริการแท็กซี่หรือรถโดยสาร การใช้ชีวิตยามค่ำคืน เป็นต้น โดย 3 เมืองอันดับแรกได้แก่ นครเฉิงตู (100) นครหางโจว (83.74) และมหานครฉงชิ่ง (81.94)

 

4) ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ประเมินผลจากจำนวนแหล่งบันเทิง ร้านคาราโอเกะ โรงภาพยนตร์ การเดินทางท่องเที่ยว การเข้าพักโรงแรม จำนวนร้านอาหารและประเภทร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ รวมถึงสถานที่ออกกำลังกาย เป็นต้น โดย 3 เมืองอันดับแรกได้แก่ นครเฉิงตู (100) มหานครฉงชิ่ง (86.08) และนครหางโจว (82.63)


5) โอกาสความก้าวหน้าในอนาคต ประเมินผลจากอัตราการเติบโตของ GDP การขยายตัวของการบริโภคในพื้นที่ จำนวนวิสาหกิจชั้นนำของจีนและต่างประเทศ บริษัท Start Up จำนวนนักศึกษาที่จบใหม่ในจีนและต่างประเทศ ตำแหน่งหน้าที่การงานจำนวนมากและหลากหลาย รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการลงทุน เป็นต้น โดย 3 เมืองอันดับแรกได้แก่ นครเฉิงตู (100) นครหางโจว (90.29) และมหานครเทียนจิน (81.47)

 

 

ผลการสำรวจการจัดอันดับเมืองระดับหนึ่งใหม่ของจีนข้างต้น เสมือนเป็นดัชนี้ชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคม พฤติกรรมการบริโภค และแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของแต่ละเมืองในจีนที่มีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนที่กำลังสนใจสามารถเลือกฐานที่มั่นก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่ตลาดจีนเพื่อร่วมเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกันกับประเทศจีน

 

อย่างไรก็ดี มิอาจกล่าวได้ว่า นครเฉิงตู เป็นเมืองที่มีความพร้อมเสร็จสรรพในทุก ๆ ด้าน ยังมีอีกหลายด้านที่กำลังเร่งรัดพัฒนา อาทิ ด้านคุณภาพอากาศ การย้านถิ่นฐานจากชนบทเข้าสู่เมือง รวมไปถึงด้านขนาดของGDP และรายได้ของประชาชน แต่ทว่า นครเฉิงตูมีปัจจัยอื่น ๆ หลายด้าน ที่นำมาทดแทน ได้แก่ ความน่าอยู่อาศัยของเมือง สภาพแวดล้อมทางการลงทุน การพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเปิดกว้างอย่างเสรีด้านการค้าและการลงทุนต่อตลาดสากล ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถที่จะดึงดูดและโน้มน้าวให้นักธุรกิจ นักลงทุน ตลอดจนนักศึกษาที่จบใหม่ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติมุ่งกระแสความสนใจสู่ดินแดนที่มีเอกลักษณ์แห่งนี้


ข้อมูลเพิ่มเติม


ปี 2560 นครเฉิงตูมี GDP มูลค่า 1,388,939 ล้านหยวน เติบโตร้อยละ 8.1 เมื่อเทียบกับปี 2559 สูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศที่ร้อยละ 1.2 รายได้หลังหักภาษีของชาวเมืองเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 38,918 หยวน/ปี (1 หยวนประมาณ 5 บาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 และรายได้ของเกษตรกรเฉลี่ยตัวหัวอยู่ที่ 20,298 หยวน/ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 อัตราการบริโภคของชาวเฉิงตูสูงขึ้นที่มูลค่า 640,350 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.59 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยายตัวที่ร้อยละ 2.0

ปี 2560 ด้านการนำเข้า-ส่งออกของนครเฉิงตู มีมูลค่ารวม 394,180 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45.4 แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 206,490 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.3 และการนำเข้ามีมูลค่า 187,690 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.8 นอกจากนี้ สิ้นสุดปี 2560 บริษัท 500 อันดับแรกของโลกได้เข้ามาลงทุนในนครเฉิงตูแล้ว 281 บริษัท โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีจำนวนวิสาหกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนในนครเฉิงตูเพิ่มขึ้น 472 ราย มีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศสูงถึง 10,040 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.5 ตลอดจนมีหน่วยงานและสมาคมด้านเศรษฐกิจและพาณิชย์จากต่างประเทศจำนวนกว่า 70 แห่งเข้ามาก่อตั้งสำนักงานในนครเฉิงตู   




ปรับปรุงล่าสุด : 07 พฤษภาคม 2561
โดย : นายธวัช มหิตพงษ์
แหล่งข้อมูล : นสพ. Sichuan Daily

มณฑลเสฉวน / ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู