“ตลาดและโอกาสธุรกิจทางการศึกษาของไทยในมณฑลยูนนาน”

“ตลาดและโอกาสธุรกิจทางการศึกษาของไทยในมณฑลยูนนาน”



มณฑลยูนนานเป็นมณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และถือเป็นประตูเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างมณฑลอื่นๆ ของจีนกับไทย นอกจากนี้ ไทยและจีนยังได้พัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนา การท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาษาไทยทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับชาวจีนยูนนานที่ต้องการมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับไทยในปัจจุบัน

ที่มารูปภาพ http://porardesign.com/aksorn/userfiles/image/0652/soc260652_36.jpg

ทำไมชาวยูนนานจึงสนใจเรียนภาษาไทย ?

ปัจจุบันภาษาไทยในมณฑลยูนนานถือเป็นภาษาต่างประเทศที่สำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากภาษาอังกฤษ สาเหตุสำคัญหลายประการที่ทำให้ภาษาไทยกลายเป็น “ทางเลือกใหม่” ของชาวยูนนาน และให้ความสนใจศึกษามากกว่าภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่น พม่า เวียดนาม ลาว เป็นต้น มีดังนี้

1. การเติบโตของภาคเศรษฐกิจและธุรกิจการค้า

การติดต่อค้าขายระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานมีมาอย่างยาวนาน ในอดีตการคมนาคมจะต้องอาศัยแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางการขนส่งหลัก แต่หลังจากที่มีการเปิดใช้เส้นทางหลวงคุนหมิง – กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2551 ทำให้ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทยกับมณฑลยูนนานเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2549 ไทยและยูนนานมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2550 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2551 มูลค่าการค้าเพิ่มเป็น 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ การเปิดการค้าเสรีจีน – อาเซียน ยังจะส่งผลให้ทุกมณฑลในประเทศจีนมีการติดต่อค้าขายกับภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยนักธุรกิจชาวยูนนานจำนวนมาก ต่างให้ความสนใจกับการขยายธุรกิจการค้าไปยังประเทศไทย เพราะนอกจากรัฐบาลไทยจะมีนโยบายให้สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอื่นๆ ด้วยเหตุดังกล่าว ภาษาไทยจึงกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการติดต่อทางธุรกิจและการค้า ที่ชาวยูนนานได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการเรียนรู้อย่างยิ่ง ดังนั้น ในบริษัทเอกชนและภาคธุรกิจของมณฑลยูนนานส่วนใหญ่ จึงมีความต้องการใช้งานบุคลากรที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยติดต่อสื่อสารได้เป็นอย่างดี

2. ความสอดคล้องด้านเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี

มณฑลยูนนานนอกจากจะเป็นมณฑลที่มีอาณาเขตใกล้เคียงกับประเทศไทยมากที่สุด ยังมีความคล้ายคลึงด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และขนมธรรมเนียมประเพณีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาวไตลื้อ” ที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ซึ่งมีภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีใกล้เคียงกับไทย ชาวไตลื้อจำนวนมากอพยพไปตั้งรกรากถิ่นฐานในภาคเหนือของประเทศไทย และยังคงติดต่อปฏิสัมพันธ์กับญาติพี่น้องในเขตฯ

สิบสองปันนา ด้วยเหตุดังกล่าว ชาวไตลื้อในมณฑลยูนนานจำนวนมากจึงนิยมเรียนภาษาไทย และมีทัศนคติในทางบวกเกี่ยวกับประเทศไทย เนื่องจากความคล้ายคลึงด้านภาษาและวัฒนธรรม ทำให้ชาวไตลื้อที่เรียนภาษาไทย สามารถเรียนรู้ได้เร็ว และสามารถออกเสียงภาษาไทยได้อย่างชัดเจน

3. ความนิยมชื่นชอบในการท่องเที่ยวที่ประเทศไทย

จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบว่า ในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวจีนเดินทางมาขอวีซ่าท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 คน และจากข้อมูลทางสื่อมวลชนท้องถิ่นของจีน ระบุด้วยว่า ประชนชนชาวคุนหมิงนิยมไปท่องเที่ยวประเทศไทยมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ จากการสอบถามชาวจีนผู้ที่เคยไปท่องเที่ยวประเทศไทยยังพบว่า ชาวจีนที่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวไทย ประสงค์จะใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร เช่น สอบถามเส้นทาง หรือซื้อสินค้า เนื่องจากทำให้มีความรู้สึกใกล้ชิด และเป็นกันเองมากกว่าการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ดังนั้น ความต้องการในการศึกษาภาษาไทยจึงมากตามไปด้วย

4. สาเหตุอื่น ๆ

ประชาชนชาวยูนนานมีฐานะทางเศรษฐกิจและมีรายได้เฉลี่ยไม่สูงมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับประชาชนจีนที่อาศัยอยู่ในแถบภาคตะวันออกของประเทศ จากการสอบถามผู้ปกครองของนักเรียนคุนหมิง ที่เคยเดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทย ณ สถานกงสุลใหญ่พบว่า การส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังประเทศไทยนั้น มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการไปศึกษาต่อที่ทวีปยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ประกอบกับประเทศไทยอยู่ใกล้กับมณฑลยูนนาน สามารถเดินทางสะดวกรวดเร็วและไปเยี่ยมบุตรหลานได้บ่อยครั้ง โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการติดต่อกับประเทศจีนมากขึ้น ดังนั้น จึงเห็นว่าการส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อที่ประเทศไทย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ จากการสอบถามนักศึกษาที่เรียนวิชาเอกภาษาไทยพบว่า การเลือกเรียนภาษาไทยในมณฑลยูนนานนั้น มีข้อได้เปรียบมากกว่าการเลือกเรียนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อได้เปรียบในเรื่องการหางานหลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ซึ่งนอกจากการเป็นอาจารย์ ล่าม มัคคุเทศก์ หรือบริษัทร้านค้าต่าง ๆ ที่มีคณะนักท่องเที่ยวชาวไทยมีเยี่ยมชมแล้ว ยังมีโอกาสเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่ประเทศไทยด้วย

มณฑลยูนนานกับความพร้อมด้านการเรียนการสอน “ภาษาไทย”

ปัจจุบันสถาบันการศึกษาหลายแห่งในมณฑลยูนนาน ทั้งระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และระดับมหาวิทยาลัย ล้วนให้ความสนใจในการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ได้มีการเปิดการเรียนการสอนทั้งในแบบวิชาเอกภาษาไทย และวิชาเลือกเสรี ซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามนโยบายการเรียนการสอนภาษาประเทศเพื่อนบ้านของมณฑลยูนนานแล้ว ยังเป็นการตอบสนองกับความต้องการของนักเรียนและนักศึกษาจีน ที่ต้องการใช้ความรู้ภาษาไทย เป็นใบเบิกทางในตลาดแรงงานปัจจุบัน สำหรับสถาบันการศึกษาของยูนนานที่สำคัญ ที่ประสบความสำเร็จในการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทย และมีความร่วมมือกับหลายสถาบันการศึกษาของไทย มีดังต่อไปนี้


ความเป็นมา
มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2536 โดยมีทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในมณฑลยูนนานที่เปิดหลักสูตรวิชาเอกภาษาไทยในระดับปริญญาโท) นอกจากนี้ ยังมีการศึกษานอกระบบ (อนุปริญญา) อีกด้วย

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งหมด 270 คน แบ่งเป็น 6 ห้อง มีนักศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมด 70 คน และนักศึกษาระดับอนุปริญญามีทั้งหมด 280 คน แบ่งเป็น 5 ห้อง โดยมีอาจารย์คนจีน 9 คน และอาจารย์คนไทยจากมหาวิทยาลัยบูรพา 1 คน (นักศึกษาหลายคนที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ ได้ไปเป็นอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยูนนาน )

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในรูปแบบ 3+1 กับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งนักศึกษาจีนจะศึกษาภาษาไทยที่ประเทศจีนในชั้นปีที่ 1 และปีที่ 2 ส่วนในชั้นปีที่ 3 นักศึกษาจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี และในชั้นปีที่ 4 จะกลับมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนานอีกครั้ง นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังได้จัดให้นักศึกษาระดับอนุปริญญาที่จบการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือศึกษาหลักสูตรภาษาไทยระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี และราชภัฎอุตรดิตถ์อีกด้วย

มหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน
(Yunnan Nationalities University)
(云南民族大学)




 

มหาวิทยาลัยโทรทัศน์และวิทยุยูนนาน (Yunnan TV and Radio University)
(云南广播电视大学)


ความเป็นมา
เปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยควบคู่กับวิชาเอกภาษาอังกฤษตั้งแต่ปี 2536 โดยเปิดเป็นหลักสูตรปริญญาบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาภาษาไทยแต่ละปีการศึกษาประมาณ 100 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ห้อง อาจารย์ผู้สอนทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นอาจารย์ประจำคนจีน 3 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรียังมหาวิทยาลัยในประเทศไทย มหาวิทยาลัยที่ได้ติดต่อ คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทุกปีการศึกษาจะมีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอนปีละ 1 คน


ความเป็นมา
เริ่มเปิดสอนวิชาเอกภาษาไทยตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งแรกในนครคุนหมิงที่เปิดการเรียนการสอนภาษาไทย โดยเปิดเป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน โรงเรียนมีการเรียนการสอนภาษาไทยตั้งแต่ระดับชั้น ม.4 – ม.6 แบ่งเป็น 3 ห้องเรียน ระดับละ 1 ห้องเรียน นักเรียนทั้งหมดประมาณ 110 คน และอาจารย์ประจำคนจีน 1 คน และอาจารย์พิเศษคนไทย 1 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ในทุกปีการศึกษา นักเรียนที่เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนหนึ่ง จะไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น

โรงเรียนภาษาต่างประเทศคุนหมิง
(Kunming Foreign Language School)
(昆明外国语学校)

มหาวิทยาลัยคุนหมิง
(Kunming University)
(昆明学院)


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2545 โดยเปิดการสอนภาควิชาภาษาไทยเฉพาะสาขามัคคุเทศก์เท่านั้น

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีนักศึกษาภาควิชาภาษาไทยทั้งสิ้น 140 คน และที่กำลังศึกษาอยู่ในขณะนี้มีจำนวน 39 คน โดยนักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษาไทยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน และนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างดี

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 2+2 ปีกับมหาวิทยาลัย 3 แห่งในประเทศไทย คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย โดยมุ่งเน้นการศึกษาด้านบริหารการท่องเที่ยว วัฒนธรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีโครงการที่จะติดต่อกับมหาวิทยาลัยไทยอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเป็นวิชาเอก เมื่อปี 2546 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาจีนเรียนภาษาไทยมากกว่า 500 คน จากจำนวนนักศึกษาทั้งหมด 4,000 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยร่วมมือกับวิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง (Lampang Inter Tech College-LITC) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และเทศบาลเชียงราย โดยการแลกเปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างศูนย์ภาษาจีนที่ LITC และเทศบาลนครเชียงราย ซึ่ง LITC ยังสร้างศูนย์ภาษาไทยให้แก่วิทยาลัย นอกจากนี้ วิทยาลัยฯ ยังมีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานที่ประเทศไทย

วิทยาลัยอาชีวศึกษาและเทคโนโลยีสิบสองปันนา (Xishuangbanna Vocational and Technical Institute) 
(西双版纳职业技术学院)

โรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิง
(Kunming Tourism Vocational School)
(昆明旅游职业高级中学)


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2546 เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนเอกวิชาภาษาไทยทั้งหมด 7 ห้อง จำนวน 265 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนคนจีน 3 คน และอาจารย์คนไทยอีก 1 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง โดยนักเรียนที่จบจากโรงเรียนการท่องเที่ยวคุนหมิงสามารถเข้าศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ นอกจากนี้ ยังมีการติดต่อแลกเปลี่ยนบุคลากรครูชาวจีนและไทย โดยผ่านกระทรวงศึกษาธิการของไทยด้วย


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้ จะได้รับประกาศนียบัตรทางวิชาชีพชั้นต้น (ปวช.)

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีวัตุประสงค์เพื่อฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ มีนักเรียนมากกว่า 200 คน มีอาจารย์คนจีน 4 คน และอาจารย์ไทย 1 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีโครงการส่งนักเรียนไปศึกษาเพิ่มเติมที่โรงเรียนศรีธนาพณิชยการเทคโนโลยีเชียงใหม่ และโรงเรียนบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ เป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 - 5 เดือน นอกจากนี้ ยังมีแผนการส่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

โรงเรียนการท่องเที่ยวมณฑลยูนนาน
(Yunnan Provincial Tourism School)
(云南省旅游学校)

มหาวิทยาลัยครูยวี่ซี
(Yuxi Normal University)
(玉溪师范学院)


ความเป็นมา
เดิมมหาวิทยาลัยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกเมื่อปี 2541 และได้เปิดสอนเป็นวิชาเอกภาษาไทยในปี 2548 โดยเป็นหลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี และหลักสูตรอนุปริญญา 2 ปี

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักศึกษาประมาณ 150 คน โดยแบ่งเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศไทย 80 คน (ชั้นปีที่ 3) และเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในประเทศจีนอีก 70 คน (ชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2)

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในประเทศไทยกว่า 7 แห่ง ที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่


ความเป็นมา
เปิดสอนวิชาภาษาไทยตั้งแต่ปี 2548 โดยบรรจุเป็นวิชาเสริมในคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยทั้งหมด 4 ห้อง รวมจำนวนประมาณ 200 คน มีอาจารย์คนไทยที่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ 1 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีการติดต่อร่วมมือกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจไทยตั้งแต่ปี 2542 โดยได้ส่งอาจารย์ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนกันแล้วถึง 6 รุ่น รวมจำนวนทั้งหมด 106 คน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันแต่งหนังสือแบบเรียนสำหรับนักเรียนตำรวจ ที่เป็นฉบับภาษาจีน ไทย อังกฤษ รวม 3 ภาษาด้วย

มหาวิทยาลัยตำรวจยูนนาน
(Yunnan Police Officer Academy)
(云南警官学院)

มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน (Yunnan University of Finance and Economics) 
(云南财经大学)


ความเป็นมา เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า

เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 เปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก เช่นเดียวกับภาษาประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ คือ ภาษาเวียดนาม และพม่า

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน ภาษาไทยเป็นภาษาที่นักศึกษาชาวจีนให้ความนิยมเลือกเรียนมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 100 คน ในขณะที่นักศึกษาเลือกเรียนภาษาเวียดนาม 28 คน และภาษาพม่า 25 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และประสงค์จะขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของไทย ที่เน้นด้านการพาณิชย์ เศรษฐศาสตร์และการเงิน โดยในปัจจุบัน สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทร-วิโรฒประสานมิตรให้แล้ว

มหาวิทยาลัยครู มณฑลยูนนาน
(Yunnan Normal University)
(云南师范大学)


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2548 ในปี 2553 จะเปิดเป็นวิชาเอกภาษาไทยในคณะภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน มีนักเรียนวิชาภาษาไทยภาคเรียนละ 1 ห้องเป็นจำนวน 50 คน โดยมีอาจารย์ผู้สอนชาวไทย 2 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย ปัจจุบันโรงเรียนมีโครงการความร่วมมือ “1 + 4” กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในไทย อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น


ความเป็นมา
เริ่มเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยเมื่อปี 2551 โดยเปิดสอนภาษาไทยเป็นวิชาเลือก

การเรียนการสอนภาษาไทยในปัจจุบัน ภาษาไทยได้รับความนิยมจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมีนักศึกษาเลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเลือกมากกว่า 100 คน

ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาไทย มีความร่วมมือในด้านการวิจัย และการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คุนหมิง
(Kunming University of Science and Technology) (昆明理工大学 )

“ธุรกิจการศึกษาในคุนหมิง” โอกาสใหม่ที่นักลงทุนไทยควรจับตามอง

จากสถิติการออกวีซ่าของสถานกงสุลใหญ่นครคุนหมิงพบว่า ในแต่ละปีจะมีนักศึกษาจีนเดินทางมาขอวีซ่าเพื่อไปศึกษาต่อยังประเทศไทยมากถึง 2,000 คน และตั้งแต่ปีกลาง 2551 นักศึกษาจีนที่เดินทางมาสอบถามข้อมูลการศึกษาโดยตรงจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง (Thailand Business Information Center in Kunming, www.thaibizchina.com) มีจำนวนมากกว่า 80 คน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญกับภาษาไทยที่มีต่อนักเรียนและนักศึกษาชาวยูนนาน

“ธุรกิจการศึกษา” จึงมีศักยภาพเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทย หรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการต่อยอดหรือทำธุรกิจในมณฑลยูนนาน สำหรับแนวทางธุรกิจที่น่าจับตามองมีดังต่อไปนี้

1. โรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทย

ปัจจุบันในมณฑลยูนนานหรือนครคุนหมิง ยังมีโรงเรียนเสริมทักษะวิชาภาษาไทยเพียงไม่กี่แห่ง โดยสถาบันทั้งหมดมีนักลงทุนและผู้บริหารเป็นชาวจีน มีอาจารย์ผู้สอนก็เป็นอาจารย์ชาวจีน อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาต่างประเทศนั้น การเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษามีความสำคัญอย่างยิ่ง สถาบันการเรียนภาษาต่างประเทศ ที่มีอาจารย์เจ้าของภาษาเป็นผู้ดำเนินการสอน มักได้รับความสนใจมากกว่าสถาบันที่ใช้อาจารย์ผู้สอนเป็นชาวจีน ยกตัวอย่างเช่น สถาบันเสริมทักษะวิชาภาษาอังกฤษ SHANE ENGLISH SCHOOL ซึ่งตั้งอยู่ทั้งในมณฑลยูนนานและมณฑลอื่นๆ ของจีน เป็นสถาบันที่มีความร่วมมือกับประเทศอังกฤษ และมีอาจารย์ผู้สอนมาจากประเทศอังกฤษโดยตรง ปัจจุบันถือเป็นสถาบันเสริมทักษะภาษาอังกฤษที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเป็นที่นิยมของชาวจีน

ดังนั้น การเปิดโรงเรียนสอนพิเศษหรือเสริมทักษะภาษาไทยที่ดำเนินการ และจัดการเรียนการสอนโดยคนไทย โดยตรง น่าจะกลายเป็นจุดแข็งและข้อได้เปรียบที่สามารถใช้แข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันได้เป็นอย่างดี

2. ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อในประเทศไทย

จากการสอบถามข้อมูลจากนักศึกษาจีน ที่เดินทางมาติดต่อขอข้อมูลการศึกษาจากศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิง พบว่า เนื่องจากนักศึกษาจีนที่สนใจไปเรียนต่อที่ประเทศไทยส่วนมากไม่สามารถติดต่อมหาวิทยาลัยในไทยด้วยตนเอง จึงจำเป็นต้องใช้บริการศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งคิดค่าบริการราคาแพง โดยเฉลี่ยต่อคนประมาณ 5,000 – 8,000 หยวน ถือเป็นค่าบริการที่สูงมากสำหรับนักศึกษา ทั้งนี้ ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศดังกล่าว นอกจากจะให้บริการด้านข้อมูล และช่วยติดต่อส่งนักศึกษาไปเรียนต่อที่สถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้ ยังมีบริการฝึกอบรมความรู้ภาษาไทยเบื้องต้นก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อด้วย

ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครคุนหมิงได้ให้บริการด้านข้อมูลการศึกษาต่อในประเทศไทยแก่นักเรียนและนักศึกษาจีน ควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลด้านธุรกิจและการลงทุนแก่นักธุรกิจไทย อย่างไรก็ตาม หากสถาบันการศึกษาของไทย หรือนักลงทุนไทยที่สนใจเปิดศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อ ก็น่าจะถือว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีศักยภาพเช่นกัน




เขียนโดย : นายโอภาส เหลืองดาวเรือง

Last Update : 22 ธันวาคม 2552