กล้วยไข่ ผลไม้ไทยขายดีในตลาดเสฉวนและฉงชิ่ง

กล้วยไข่ ผลไม้ไทยขายดีในตลาดเสฉวนและฉงชิ่ง

กล้วยไข่ ได้ยกระดับขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออกของไทยอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการส่งออกสู่ตลาดในแถบภูมิภาคจีนตะวันตกอย่างมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง ซึ่งในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนในแถบนี้มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างมุ่งมั่นสรรหาและบริโภคสินค้าเกษตรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลไม้เมืองร้อนจากประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แม้ว่าราคานั้นจะแพงกว่าผลไม้ท้องถิ่นก็ตาม  

กล้วยไข่ (มีชื่อสามัญว่า Pisang Mas) เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย กล้วยไข่ในบ้านเรานั้นมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์กำแพงเพชรและสายพันธุ์พระตะบอง สำหรับกล้วยไข่ที่เกษตรกรนิยมปลูกเพื่อการพาณิชย์นั้น คือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร   ด้วยรูปร่างและการเรียงผลสีเหลืองอร่ามของผลกล้วยไข่ที่สะดุดตา เวลาสุกเปลือกบาง มีรสดี หวานนุ่มลิ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดดึงดูดที่ทำให้ผู้บริโภคชาวจีนที่ได้เคยลิ้มลองรสชาตแล้วต่างติดใจและยกย่องในความมีคุณภาพของกล้วยไข่จนได้รับการขนานนามว่า “กล้วยจักรพรรดิ (皇帝蕉 ) ”

กล้วยไข่นั้นมีประโยชน์มากกว่ากล้วยชนิดอื่นๆ ตรงที่มีเบต้าเเคโรทีนสูง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ชะลอความความแก่ สารนี้เสมือนเป็นตัว แอนตี้ออกซิแดนซ์ (Antioxidants)” โดยในกล้วยไข่ 100 กรัม จะมีสารเบต้าเเคโรทีนสูง 492 มิลลิกรัม  

 

จากการรายงานตัวเลขภาคการส่งออกกล้วยไข่ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในช่วง 7 เดืิอนแรกของปี 2552 พบว่าไทยมีการส่งออกกล้วยไข่ทั้งหมด 5,799.5 ตัน คิดเป็นมูลค่า 32.8 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อนมีปริมาณเพิ่มขึ้น 1.1 % แต่มูลค่าลดลง 6.6% ซึ่งตลาดหลักของการส่งออกกล้วยไข่ของไทยนั้น คือ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

ด้านการส่งเสริมและการประชาสัมพันธ์กล้วยไข่ของไทยให้ผู้บริโภคชาวจีนได้รู้จักมากยิ่งขึ้นไปนั้น ถือเป็น ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงการค้าในประเทศสู่ต่างประเทศ (Local to Global) ของ กท.พาณิชย์ เพื่อหาโอกาสขยายช่องทางการส่งออกและช่วยให้เกษตรกรของไทยที่ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมีตลาดใหญ่ในต่างประเทศรองรับเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในแถบภูมิภาคจีนตะวันตก  

ภาพ โบรชัวร์ของห้าง Ito Yokado ของสัปดาห์นี้ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะ กล้วยไข่ และ ข้าวหอมมะลิไทย แหล่งภาพ ห้าง Ito Yokado

สนง.ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ นครเฉิงตู จึงได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่างห้าง Ito Yokado ทั้ง 4 สาขา จัดงาน เทศกาลอาหารธรรมชาติ ขึ้นระหว่างวันที่ 8-13 ธันวาคม 2552 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรประเภท กล้วยไข่ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่ หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนได้รู้จักมะขามหวานและชมพู่ของไทยในช่วงก่อนหน้านี้   

ห้าง Ito Yokado ห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นที่มีสาขาในจีนทั้งสิ้น 14 สาขา สำหรับในนครเฉิงตูมีทั้งสิ้น 4 สาขา (สาขาที่ 4 เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา) เป็นห้างที่มีชาวจีนนิยมจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันมากที่สุดในนครเฉิงตู ตั้งอยู่ในทำเลทองใกล้แหล่งชุมชนของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อในระดับกลางและสูง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของสินค้าเกษตรของไทยที่ถือเป็นสินค้าระดับไฮ-เอ็น ครองใจตลาดผู้บริโภคในสองกลุ่มนี้

ดังเห็นได้จากการรายงานตัวเลขยอดขายของห้าง Ito Yokado ในส่วนของซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้ง 3 สาขาในนครเฉิงตูตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 2552 ที่ผ่านมา พบว่าทางห้างฯ สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 3,500 ล้านหยวน โดยในเฉพาะส่วน food sector นั้นมียอดขายถึง 1,600 ล้านหยวน

ยอดขายที่สูงมากในช่วงที่ผ่านมาของห้างฯ ส่งสัญญาณที่ดีต่อยอดการจำหน่ายสินค้าเกษตรของไทยที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถครองพื้นที่ขายในส่วน Food Sector ของห้างชั้นนำแห่งนี้ได้ ผลไม้ดังกล่าวคือ ทุเรียน มังคุด ลำใย มะขามหวาน และกล้วยไข่ เป็นต้น  

สำหรับเรื่องของการขายนั้น ราคาของกล้วยไข่ในห้าง Ito Yokado แพงกว่าแต่ขายได้ง่ายกว่าทุเรียน (ซึ่งกล้วยไข่ 1 หวี หนักประมาณ 800 กรัม-1000 กรัม) และเห็นว่าซื้อแล้วได้เนื้อผลไม้ที่มากกว่า รับประทานได้คุ้มค่ากว่า ในขณะที่ทุเรียนนั้นเป็นที่รู้จักและนิยมกันอยู่แล้ว สำหรับราคาจำหน่ายกล้วยไข่ในห้าง Ito Yokado ทั้ง 4 สาขานั้น อยู่ที่ 11-15 หยวน/500 กรัม (ตกราคาหวีละประมาณ 18-20 หยวน) ในขณะที่ทุเรียน (ทั้งเปลือก) ขายในราคาถูกกว่าที่ 9-13 หยวน/500 กรัม คุณจิรภาพรรณ มลิทอง ผอ.สคต. นครเฉิงตูกล่าว

 

ภาพ

โบรชัวร์ฉบับภาษาจีนที่จัดทำโดย กท.พาณิชย์ เพื่อเป็นสื่อในการเผยแพร่ความรู้เรื่องกล้วยไข่ให้ผู้บริโภคชาวจีน

นอกจากนี้ยังอยากส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ให้กล้วยไข่หรือกล้วยจักรพรรดิให้เป็นที่นิยมมากขึ้นในนครเฉิงตู และหาแนวทางร่วมมือกับ Distributor ท้องถิ่นในการรับซื้อและกระจายสินค้าเกษตรของไทยโดยเฉพาะกล้วยไข่สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วมณฑล

และที่สำคัญที่สุดถือเป็นการเพิ่มช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรของไทยให้มีปริมาณมากขึ้นในอนาคต สำหรับในปี 2553 สินค้าเกษตรตัวต่อไปที่จะรุกตลาดจีนคือ กล้วยเล็บมือนาง โดยจะตั้งเป้าการส่งออกมายังเสฉวนและฉงชิ่งที่ 8,000 ตัน/ปี ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับกล้วยชนิดนี้แก่ชาวจีนภายในงานเทศกาลอาหารธรรมชาติในครั้งนี้ควบคู่กันไป ” คุณจิรภาพรรณ กล่าวเสริม

บรรยากาศภายในงานเทศกาลอาหารธรรมชาตินั้น ผู้คนต่างให้ความสนใจและอยากลิ้มลองรสชาตของกล้วยไข่หรือกล้วยจักรพรรดิของไทย หลังจากที่ทราบถึงคุณประโยชน์ทางโภชนาการจากเอกสารที่เป็นภาษาจีนแล้ว ทำให้ลูกค้านั้นเลือกซื้อกล้วยไข่ถึงติดมือกลับบ้านเพื่อรับประทานเองก็ดี และบางส่วนนิยมซื้อไปเพื่อจัดกระเช้าผลไม้มอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในโอกาสวันสำคัญต่างๆ  

 

ทางศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยฯ มองว่า ตลาดจีนตะวันตกอย่างมณฑลเสฉวนและมหานครฉงชิ่ง เป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่ของกล้วยไข่ จึงควรส่งเสริมให้มีการส่งออกมายังดินแดนในแถบนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไม่เพียงแต่กล้วยไข่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยที่ได้จากกล้วยไข่และกล้วยชนิดต่างๆ อาทิ กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยอบน้ำผึ้ง ยังคงกำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของชาวจีนในพื้นที่อีกด้วย  

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนี้ต้องมีการปฏิวัติรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเพื่อการส่งออกให้มีความสวยงามทันสมัยเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ที่สำคัญจะต้องมีชื่อสินค้าตลอดจนคำอธิบายคุณค่าทางโภชนาการและวิธีบริโภคที่เป็นภาษาจีนรวมถึงวันเวลาที่ผลิตกำกับไว้เป็นสำคัญ จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็นจากกล้วยไข่หรือสินค้าไทยในรายการอื่นๆ สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากลอีกทั้งสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญต่อบริโภคสินค้าเพื่อความหรูหราที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็นจากกล้วยไข่หรือสินค้าไทยในรายการอื่นๆ สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากลอีกทั้งสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญต่อบริโภคสินค้าเพื่อความหรูหราที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็นจากกล้วยไข่หรือสินค้าไทยในรายการอื่นๆ สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากลอีกทั้งสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญต่อบริโภคสินค้าเพื่อความหรูหราที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็นจากกล้วยไข่หรือสินค้าไทยในรายการอื่นๆ สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากลอีกทั้งสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญต่อบริโภคสินค้าเพื่อความหรูหราที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน

อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน นอกจากนี้จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็นจากกล้วยไข่หรือสินค้าไทยในรายการอื่นๆ สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากลอีกทั้งสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหญ่อย่างจีนที่มีกำลังซื้อและให้ความสำคัญต่อบริโภคสินค้าเพื่อความหรูหราที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน

แหล่งที่มา

1. เรื่อง ผลไม้ 7 อย่างที่คุณผู้หญิงไม่ควรพลาด www.women.mthai.com

2. เรื่อง พาณิชย์บุกตลาดจีนหวังเพิ่มยอดส่งออกผลไม้ไทย กรมส่งเสริมการส่งออก วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2552

3. ขอขอบคุณ คุณสุเชาวน์ หอธรรมคุณ จนท. สคต. ณ นครเฉิงตู เอื้อเฟื้อภาพถ่าย





เขียนโดย : นายชลพรรษ ตั้งตระการ
แหล่งข้อมูล : จากการสัมภาษณ์ คุณจิรภาพรรณ มลิทอง ผอ.สคต. ประจำนครเฉิงตู

Last Update : 12 ธันวาคม 2552